โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ให้คำมั่น ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อม เมียนมากับอาเซียน

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

นายกฯ ย้ำไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากับอาเซียน มุ่งแก้ยาเสพติด สร้างเสถียรภาพชายแดน เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา และผลักดันความร่วมมือในประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

เมียนมากับอาเซียน

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และเป็นสมาชิกครอบครัวอาเซียนร่วมกัน ปัญหาสำคัญที่กระทบประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ หมอกควันข้ามแดน หรือผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่การหารือและความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพราะไทยเชื่อว่า เมียนมาที่มีเสถียรภาพและสามารถทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนได้มากขึ้น จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนที่กระทบต่อประชาชนไทย และเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อการหารือและความร่วมมือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 ประเด็นสำคัญ

ประการแรก การสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรีขอให้เมียนมาเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามยาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งลดการเผาพื้นที่ซึ่งเป็นสาเหตุของหมอกควันข้ามแดน และลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดน โดยย้ำว่าปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย

ฝ่ายเมียนมายืนยันว่า ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย และพร้อมเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และปัญหาต่าง ๆ ตามแนวชายแดน พร้อมประสานความร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประการที่สอง การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพื้นที่ชายแดนมีความสงบและมีเสถียรภาพ การค้า การลงทุน การคมนาคม และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนจะขยายตัว เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมยืนยันว่าไทยยินดีถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชหมุนเวียนและการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก เพื่อช่วยลดการเผาในภาคเกษตรและบรรเทาปัญหาหมอกควันข้ามแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเห็นพ้องว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาพื้นที่ การให้ความรู้แก่เกษตรกร และความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพในด้านดังกล่าว

ประการที่สาม การสนับสนุนบทบาทของเมียนมาในอาเซียน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยยังคงสื่อสารและหารือกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของเมียนมาในประชาคมอาเซียนจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับเมียนมาและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกรอบอาเซียน พร้อมยืนยันว่าจะสานต่อความร่วมมือกับไทยในทุกมิติในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...