โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลับทันทีเมื่อหัวถึงหมอน อย่าเพิ่งดีใจ! อาจเป็นสัญญาณอันตราย ร่างกายกำลังใช้หนี้

sanook.com

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หลับทันทีหลังหัวถึงหมอน ผู้เชี่ยวชาญเตือน อาจเป็น

หลับทันทีเมื่อหัวถึงหมอน ผู้เชี่ยวชาญเตือน อาจเป็น "สัญญาณอันตราย" ที่สะท้อนว่าร่างกายกำลังพัง

สำหรับใครหลายคนที่ต้องเผชิญกับค่ำคืนอันยาวนาน นอนพลิกตัวไปมาเป็นชั่วโมงกว่าจะหลับได้ การได้ล้มตัวลงนอนแล้ว "หลับปุ๋ยไปในทันที" คงเป็นสิ่งที่น่าอิจฉาและทำให้หลายคนทึกทักเอาเองว่าตนเองเป็นคน "หลับง่าย สุขภาพการนอนดีเยี่ยม"

ทว่าล่าสุด บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับกลับออกมาสั่นกระดิ่งเตือนว่า พฤติกรรมการหลับไวแบบทันควันนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็น "สัญญาณอันตราย" ที่ซ่อนความผิดปกติของร่างกายเอาไว้

หลับทันทีเมื่อหัวถึงหมอน: ร่างกายกำลัง "เป็นหนี้" การนอน

โอมา เอล-โกฮารี เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญจาก IQ Doctor ได้เปิดเผยข้อมูลกับทาง Metro ว่า "แม้ว่าการหลับปุ๊บปั๊บดูเหมือนจะเป็นเรื่องในอุดมคติที่ทุกคนปรารถนา แต่ถ้าคุณมีอาการวูบหลับไปภายในเวลาไม่กี่นาทีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังแบกรับ "หนี้การนอนหลับ" สะสมไว้ในปริมาณที่สูงมาก จนร่างกายต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะตื่นอยู่รอดในแต่ละวัน"

ดร. เอล-โกฮารี ได้อธิบายเกณฑ์มาตรฐานของการนอนหลับที่ดีไว้ดังนี้:

  • คนผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพปกติ: ตามหลักการแล้วจะใช้เวลาในการเริ่มเข้าสู่ภาวะหลับ (Fall Asleep) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 20 นาที หลังจากล้มตัวลงนอน
  • ผู้ที่หลับไวผิดปกติ: หากคุณหลับแทบจะในทันทีเป็นประจำ มันกำลังสะท้อนว่าคุณอาจจะไม่ได้รับสัญญาณการนอนหลับที่มีคุณภาพเพียงพอ แม้ว่าคุณจะพยายามนอนหลับให้ครบตามจำนวนชั่วโมงบนเตียงแล้วก็ตาม

เช็กความเสี่ยง "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" และโรคเรื้อรัง

ผู้เชี่ยวชาญระบุเพิ่มเติมว่า อาการหลับไวแบบส่งเดชนี้ ในบางรายอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ของโรคหรือความผิดปกติทางสุขอนามัยการนอนหลับที่รุนแรง ได้แก่:

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น: โรคนี้ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการหยุดและเริ่มใหม่เป็นระยะขณะหลับ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและตื่นตัวอยู่ลึกๆ ตลอดคืน โดยมีอาการร่วมที่เป็นสัญญาณชัดเจนคือ การนอนกรนเสียงดัง, มีเสียงสำลักน้ำลาย หรือเสียงสะอึกในลำคอ
  • ภาวะอดนอนเรื้อรัง: การที่ร่างกายทำงานในโหมด "ถังน้ำมันแห้งขอด" แทนที่จะอยู่ในระดับที่พร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สมองสั่งการให้ชัตดาวน์ตัวเองทันทีที่มีโอกาส

"ความแคบของทางเดินหายใจ ยิ่งแคบมากเท่าไหร่ การไหลเวียนของอากาศก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะไปเพิ่มการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอ ส่งผลให้เสียงกรนของคุณทวีความรุนแรงและดังมากขึ้นเรื่อยๆ" Mayo Clinic อธิบายถึงกลไกภาวะอุดกั้น

iStockphoto

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากคุณเพิ่งผ่านวันอันแสนเหน็ดเหนื่อย ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วง แล้วล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างรวดเร็วในคืนนั้น ถือเป็นเรื่องกลไกธรรมชาติที่ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หากสิ่งนี้กลายเป็น "เรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน" และมีอาการข้างเคียงเหล่านี้ร่วมด้วย แนะนำให้จองคิวนัดพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

  • รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และหมดแรงในตอนเช้า ทั้งๆ ที่นอนมาเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน
  • คนข้างกายหรือคู่นอนทักว่าคุณมีอาการนอนกรนเสียงดังมาก หรือสังเกตเห็นว่าคุณ "หยุดหายใจ" ไปชั่วขณะในระหว่างคืน
  • วันถัดมาไม่รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว หรือมีพลังงาน แต่อยู่ในสภาพที่ต้องคอยพยายาม "นอนชดเชย" อยู่ตลอดเวลา

มาร์ติน ซีลีย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการนอนหลับจาก MattressNextDay ทิ้งท้ายไว้ว่า การนอนหลับที่ถูกต้องควรทิ้งความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าไว้ให้คุณในวันถัดไป หากคุณกำลังตกอยู่ในวงจรหลับพับทันทีแต่ตื่นมาเพลียร่างพัง การเข้าขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อสุขอนามัยในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

  • UNILAD
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...