สว.ผ่านร่างนิรโทษกรรม 103 เสียง ยันชัดไม่ล้างผิด ม.112 ไม่สอดไส้คดีฮั้ว สว.
วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนน 103 เสียงต่อ 3 เสียง พร้อมแก้ไขเนื้อหาหลายประเด็น โดยยืนยันไม่ครอบคลุมความผิดตามมาตรา 112 ขณะที่ “พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” ย้ำชัด ไม่มีการสอดแทรกผลประโยชน์เพื่อล้างผิดคดีฮั้ว สว.
30 มิถุนายน 2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาวาระเร่งด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จในวาระ 2 และวาระ 3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กมธ.เสียงข้างมากได้แก้ไขเพิ่มเติมหลายส่วน ทั้งการเพิ่มคำปรารภ การแก้ไขรายมาตราจำนวน 4 มาตรา และการปรับปรุงบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ
ในการพิจารณาวาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณาเรียงตามรายมาตรา พบว่า สว.เสียงข้างมากลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.แก้ไข รวมถึงการเพิ่มวรรคใหม่ในมาตรา 11 ว่าด้วยกระบวนการพิจารณายุติการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอายุไม่ถึง 18 ปี โดยกมธ.เสียงข้างมากได้เพิ่มวรรคสอง กำหนดว่า ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ส่วนการพิจารณาบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งกมธ.ได้ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้สงวนคำแปรญัตติ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ว่าอาจส่งผลให้เกิดการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่
ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการกมธ. ชี้แจงว่า บัญชีแนบท้ายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีกฎหมายรวม 29 ฉบับ โดยกมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่รับมาจากสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นเพียงการจัดเรียงลำดับใหม่ตามศักดิ์ของกฎหมายเท่านั้น
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขึ้นต้นบัญชีแนบท้ายด้วยความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 นั้น ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม หรือการแสดงคุณสมบัติอันเป็นเท็จ จึงไม่เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งหรือคดีฮั้ว สว. พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการนิรโทษกรรมตัวเอง และคดีต่าง ๆ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ภายหลังการพิจารณารายมาตราแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายทั้งฉบับหรือไม่ โดยผลการลงมติปรากฏว่า เห็นชอบ 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อสังเกตของกมธ. ที่เสนอว่า กรณีพบผู้ต้องขังจากการกระทำความผิดหรือการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารโทษทางอาญา หรือการคุมขังในสถานที่คุมขัง เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนเป้าหมายการสร้างสังคมสันติสุข เปิดโอกาสให้สังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ ปรองดอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนกับสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องจากร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่วุฒิสภาเห็นชอบในวาระ 3 มีการแก้ไขจากฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องส่งกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าจะเห็นชอบกับข้อแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับรายละเอียดสำคัญที่กมธ.แก้ไขและวุฒิสภาเห็นชอบนั้น ในส่วนของคำปรารภที่เพิ่มเติมขึ้น มีสาระสำคัญเพื่อแจ้งการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขสามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน อันจะนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุขและการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขณะที่มาตรา 6 ซึ่งว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้เพิ่มคำว่า “สิ่งของ” ในมาตรา 6 (3) เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุหรือสิ่งอื่นนอกเหนือจากเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษ รวมทั้งแก้ไขการรายงานผลการดำเนินงาน จากเดิมที่กำหนดให้รายงานต่อรัฐสภา เปลี่ยนเป็นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มบทบัญญัติคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่กระทำโดยสุจริตอีกด้วย.