‘ชมพูโอลด์โรส’
“กรกฎาคม” เดือนมหามงคล
ฉะนั้น เสาร์นี้ ขอบันทึกย่อ
การเสด็จฯ เยือน “สาธารณรัฐฝรั่งเศส” ของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี”
พร้อมด้วย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สัมพันธ์แห่งชาติทั้งสอง ดังนี้
กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand
เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี”
เสด็จพระราชดำเนิน
พร้อมด้วย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี
ในโอกาสเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๒๘ มิถุนายน - ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙
โดยมี “นายเอมานูว์แอล มาครง” ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และ “นางบริจิตต์ มาครง” ภริยา
รอเฝ้าฯ รับเสด็จ
โดยทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ ประธานาธิบดีและภริยา ณ บริเวณประตูทางเข้าอาคาร
จากนั้น ประธานาธิบดีและภริยา กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปยังห้องแอมบาสเดอร์
มีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีและภริยา
โอกาสนี้ ทางรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศส นำเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสมาจัดแสดง ได้แก่
(๑) พระราชสาส์นทองคำจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ทูลสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓
(๒) สนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ พ.ศ. ๒๓๙๙ และ
(๓) สัตยาบันสารของสยามสำหรับสนธิสัญญาทางไมตรี การค้าและการเดินเรือ ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๓๙๙
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี
ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) โดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา รอเฝ้าฯ รับเสด็จบริเวณลานเกียรติยศ
และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับประธานาธิบดีและภริยา ณ บริเวณประตูทางเข้าอาคารทำเนียบประธานาธิบดี
โอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูล Légion d’Honneur (เลฌียง ดอนเนอร์) ชั้น Grand-Croix (กรอง ครัวซ์) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติว่าด้วยความดีความชอบ หรือ Ordre national du Mérite (ออร์เดรอะ นาซียงนาล ดู เมริต) ชั้น Grand-Croix (กรอง ครัวซ์) แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง Ballroom ซึ่งเป็นห้องจัดงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
โอกาสนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี ในโอกาสเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
ซึ่งนับเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น
ในการนี้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” มีพระราชดำรัสตอบ ความว่า
"ท่านประธานาธิบดี
ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี รัฐบาล และประชาชนชาวฝรั่งเศส
ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีน้ำใจระลึกถึงครอบครัวของข้าพเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทย ด้วยความเอื้อเฟื้อ และเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอมา
ราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน และได้ร่วมมือกันในกิจการด้านต่าง ๆ
ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อันอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวาระครบ ๓๔๐ ปี ความสัมพันธ์ไทยกับฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจนถึงปีนี้
ซึ่งเป็นวาระครบ ๑๗๐ ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพัน ซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นโดยลำดับ
ทั้งในระดับที่เป็นทางการ หรือระหว่างประเทศ และในระดับบุคคล ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะเจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต
และเราจะสามารถร่วมมือกันได้ อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ในกิจการทุกด้านทุกระดับ เพื่อความเจริญมั่นคงของประชาชน
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีพลวัตสูง และมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยมิตรไมตรี
ขออำนวยพร ให้ท่านประธานาธิบดี และภริยา ตลอดถึงประชาชนชาวฝรั่งเศส มีความสุขและความสำเร็จ
ทั้งขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศของเราทั้งสอง มีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไป"
-------------
จากนั้น ประธานาธิบดี กล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
………………………………
ในการนี้ ประธานาธิบดี “เอมานูว์แอล มาครง” ได้โพสต์ภาพถ่ายผ่าน X พร้อมคำบรรยายภาพ
“Bangkok I Love You”
🇫🇷🇹🇭 นายเอมานูว์แอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส
ได้เผยแพร่ภาพถ่ายผ่านบัญชี X ส่วนตัว ภายหลังถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
พร้อมข้อความบรรยายภาพเป็นภาษาฝรั่งเศสระบุว่า
“ข้าพเจ้ารู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี แห่งราชอาณาจักรไทย
ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนระดับรัฐครั้งแรกในทวีปยุโรป
ในปี ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๑๗๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างฝรั่งเศสและไทย
และ ๖๖ ปี หลังจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”
และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
ตามคำทูลเชิญของ “นายพลชาร์ล เดอ โกล” (Charles de Gaulle)
ฝรั่งเศสและไทย ต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
🇫🇷🇹🇭 Le Président de la République française, Emmanuel Macron, a publié ce 29 juin 2026, une photographie sur son compte X personnel à l’issue la cérémonie officielle d'accueil organisée dans le cadre de la visite d'État de Leurs Majestés le Roi Maha Vajiralongkorn et la Reine Suthida de Thaïlande, accompagnée du message suivant :
https://x.com/EmmanuelMacron/status/2071657260376334432?s=20
…………………………….
ในการเสด็จฯ เยือนครั้งนี้ พระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระบรมราชินีสุทิดา” และ “มาดามบริจิตต์ มาครง”
ในชุดเฉดสีชมพูโอลด์โรสเหมือนกัน ได้รับการกล่าวขานอย่างกว้างขวาง มีผู้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ว่า
“ใต้ร่ม พระบารมี”
สงสัยไหมว่า… ทำไมในภาพ “สมเด็จพระราชินี” และ “มาดามบริจิตต์ มาครง” ถึงต่างฝ่ายต่างพร้อมใจกัน
สวมชุดในเฉดสี “ชมพูโอลด์โรส” เหมือนนัดกันมา?
คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด คือ…
การส่งสาส์นทางการทูตเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ ๑๗๐ ปีไทย-ฝรั่งเศส เป็นความงดงามเหนือกาลเวลา
ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น
แต่คือการสอดประสานทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง ที่เล่าผ่านสีสันบนผืนผ้า
สำหรับฝรั่งเศส "กุหลาบ" คือวิญญาณของชาติและสัญลักษณ์แห่งความสุนทรีย์ที่ฝังรากลึกในประวัติศาสตร์
ยิ่งถ้าเป็นกุหลาบ “สีชมพูอมส้ม” หรือที่เราเรียกกันว่า "สีโอรส" ด้วยแล้ว ในความหมายแบบฝรั่งเศส
สีนี้ สื่อถึง ไมตรี มิตรภาพ และ
"การจดจำกันตลอดไป"
เรื่องราวความโรแมนติกนี้ ต้องย้อนไปในรัชสมัยของ จักรพรรดินีโฌเซฟีน (Empress Joséphine) พระมเหสีในจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต
ผู้ทรงเนรมิตสวนกุหลาบอันยิ่งใหญ่ขึ้นที่พระราชวังมัลแมซง (Château de Malmaison) จนเกิดกระแสนิยมกุหลาบไปทั่วทวีปยุโรป
และตัวพระนางเองก็มีพระนามเดิมว่า “โรส” (Rose) เช่นกัน
FYI สถานที่เสด็จ Hotel des Invalides วันนี้นั้น ก็มีสุสานของ “จักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต” อยู่ในพื้นที่ด้วย
เพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์ ในปี ค.ศ.๑๘๔๓ นักเพาะพันธุ์จึงได้สร้างสรรค์กุหลาบสายพันธุ์โด่งดังนามว่า “Souvenir de la Malmaison”
หรือ “ความทรงจำแห่งมัลแมซง” กุหลาบที่มีกลีบดอกสีชมพูอมครีมละเอียดอ่อน อันเป็นเอกลักษณ์ของกุหลาบโลกเก่า (Old Rose)
ซึ่งคำนี้เอง ที่คนไทยเรานำมาเรียกเพี้ยนเสียงจนกลายเป็น “สีโอรส”
ความเชื่อมโยงเรื่องดอกกุหลาบระหว่างสองประเทศยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อชวนให้นึกถึงข่าวการตัดแต่งสายพันธุ์กุหลาบฝรั่งเศสสายพันธุ์ใหม่
ที่ได้รับพระราชทานนามว่า "Queen Suthida" ก่อนการเสด็จฯ เยือนครั้งนี้
ดังนั้น การเลือกทรงฉลองพระองค์ "สีโอรส" จึงไม่ใช่ความบังเอิญ แต่สะท้อนถึงความลึกซึ้งและใส่ใจต่อเจ้าภาพฝรั่งเศสอย่างที่สุด
เป็นมิตรภาพที่ผลิบานอย่างงดงามผ่านเรื่องราวของสายพันธุ์กุหลาบและสีสัน
#ทรงพระเจริญ
…………………………….
ครับ…เรื่องราวควรบันทึกมีอีกมาก
แต่พื้นที่กระดาษตรงนี้ มีไม่มาก
เชื่อว่าพื้นที่หัวใจแต่ละท่าน คงเก็บภาพและเรื่องราวที่ประทับใจไว้คนละหลายช็อตหลายตอน.
-เปลว สีเงิน
๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙