SK Hynix ดันดีลประวัติศาสตร์ 2.9 หมื่นล้าน US ลุย Nasdaq ท้าชนแรงเทขายหุ้น AI
ค่ายยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งที่มูลค่าบริษัทสูงที่สุดในเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix เดินหน้าลุยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq วันที่ 10 กรกฎาคมนี้แบบไม่แตะเบรก
SK Hynix ดันดีลประวัติศาสตร์ 2.9 หมื่นล้าน US ลุย Nasdaq ท้าชนแรงเทขายหุ้น AI
แต่ถึงแม้ว่าช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะเจอกับพายุลูกใหญ่ที่นักลงทุนแห่เทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนักหน่วง จนทำเอามูลค่าตลาดหายวับไปหลายพันล้านดอลลาร์ก็ตาม
บิ๊กดีลแห่งประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจับตา
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายนี้ตั้งเป้าที่จะระดมทุนสูงถึง 45.45 ล้านล้านวอน (หรือราวๆ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านการออกหุ้นใหม่จำนวน 17.79 ล้านหุ้น ในรูปแบบของตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ADR) ภายใต้ตัวย่อสุดคูลอย่าง “SKHY” ข้อมูลนี้อ้างอิงจากเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยสัดส่วนคือ 10 ADR จะเท่ากับหุ้นสามัญ 1 หุ้น สำหรับกระบวนการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Bookbuilding) จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม และเคาะราคาป้ายสุดท้ายกันในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
ดีลนี้ถือเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับโลกเลยทีเดียว โดยได้ผู้มาร่วมบริหารจัดการ ทั้ง BofA Securities, Citigroup Global Markets, Goldman Sachs และ JP Morgan Securities ทางด้าน SK Hynix เองก็ออกมากางแผนชัดเจนว่า เม็ดเงินระดมทุนก้อนโตนี้จะถูกนำไปอัดฉีดเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในเกาหลีใต้ รวมถึงจัดซื้อเครื่องจักรสุดล้ำ อย่างเครื่องถ่ายทอดลวดลายวงจรด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตแบบสุดขั้ว (EUV) ตัวท็อปจากค่าย ASML
แรงกระเพื่อมกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก่อนวันลั่นระฆัง
จังหวะเวลาในการเข้าตลาดครั้งนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความระทึก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานความเคลื่อนไหวว่า Meta Platforms กำลังซุ่มพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภายใต้ชื่อ “Meta Compute” ซึ่งมีเป้าหมายในการนำพลังการประมวลผล AI ที่เหลือใช้มาเร่ขายให้กับลูกค้าภายนอก แม้ว่าข่าวนี้จะดันให้ราคาหุ้นของ Meta พุ่งทะยานขึ้นไป แต่ในทางกลับกัน มันกลับไปจุดชนวนให้กับนักลงทุนกังวลว่า การเพิ่มของอุปทานบริการประมวลผล AI อาจสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านอุปทานในอนาคต อาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
ผลกระทบที่ตามมานั้นเรียกได้ว่าดุเดือดสุดๆ ในฝั่งเอเชียเมื่อวันพฤหัสบดี หุ้นของ SK Hynix ดิ่งลงไปเกือบ 15% บนกระดานหุ้นเกาหลีใต้ ขณะที่คู่แข่งร่วมชาติอย่าง Samsung Electronics ก็ร่วงลงไป 9.1% กอดคอกันปาดน้ำตาเพราะมูลค่าตลาดรวมกันหายวับไปถึง 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ดัชนี Kospi เองก็ปิดลบไปเกือบ 8% จนถึงขั้นที่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องเบรกเกมชั่วคราวด้วยการระงับการขายด้วยโปรแกรมเทรดดิ้งหลังจากระบบเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ทำงาน ข้ามฝั่งไปที่โตเกียว ดัชนี Nikkei 225 ก็ร่วงไป 2.5% โดยมี Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำอีกรายไหลรูดลงไปกว่า 13%
เมื่อคลื่นลูกใหญ่เป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่ง
อ่านต่อได้ที่บทความต้นฉบับ