KPI Poll ชี้ "ชัชชาติ" ยังนำโ่ง ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่ 55% ยังมีโอกาสเปลี่ยนใจ
KPI Poll เผย “ชัชชาติ” ยังครองอันดับ 1 ศึกผู้ว่าฯ กทม. 2569 ที่ 43.5% ทิ้งห่างคู่แข่ง ขณะที่สัดส่วนผู้ยังไม่ตัดสินใจลดลงเกือบครึ่งเหลือ 13.7% อย่างไรก็ตาม ประชาชนกว่า 55% ยังเปิดใจหรือมีโอกาสเปลี่ยนใจ หากมีผู้สมัครและนโยบายที่ตอบโจทย์มากกว่า
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “ความนิยมของประชาชนและทิศทางสนามเลือกตั้ง กทม. 69 (ครั้งที่ 2)” หรือ KPI Poll ครั้งที่ 24 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 โดยสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเริ่มมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น แต่ประชาชนจำนวนมากยังพร้อมเปิดรับทางเลือกใหม่
ผลสำรวจพบว่า หากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เสนอโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูง ประชาชนร้อยละ 64.0 ระบุว่าสนับสนุน หากโครงการนั้นมีความจำเป็นและสามารถแก้ปัญหาได้จริง ขณะที่ร้อยละ 16.2 ยังลังเลเพราะกังวลเรื่องภาระงบประมาณและความคุ้มค่า ร้อยละ 9.7 ไม่สนับสนุนแม้จะมีความจำเป็น เนื่องจากมองว่าใช้งบประมาณสูงเกินไป และร้อยละ 6.2 ระบุว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร
ผลสำรวจยังชี้ว่า ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธเมกะโปรเจกต์ แต่ต้องการเห็นความชัดเจนทั้งในเรื่องปัญหาที่จะแก้ไข วิธีดำเนินงาน แหล่งที่มาของงบประมาณ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และกลไกตรวจสอบความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณจะเกิดความคุ้มค่า
สำหรับความนิยมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยังครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 43.5% เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อนที่ 31.5% ตามมาด้วย “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” 12.0% “นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” 6.9% “นายอนุชา บูรพชัยศรี” 6.1% และ “ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี” 3.9% ขณะที่ผู้ที่ระบุว่าจะเลือกบุคคลอื่นมี 13.9% และผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเหลือ 13.7% ลดลงอย่างมากจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 24.1%
ผลสำรวจระบุว่า แม้ “ชัชชาติ” จะยังเป็นผู้สมัครที่มีแรงสนับสนุนโดดเด่นและสามารถขยายฐานคะแนนได้มากขึ้น แต่สนามเลือกตั้งยังไม่ปิด เนื่องจากคะแนนของผู้สมัครอันดับรองยังคงกระจายตัว และยังมีกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่พร้อมพิจารณาทางเลือกใหม่
เมื่อสอบถามถึงโอกาสเปลี่ยนใจเลือกผู้สมัคร พบว่า ร้อยละ 39.3 ยังไม่แน่ใจและพร้อมเปิดใจพิจารณาผู้สมัครที่มีนโยบายตรงใจมากกว่า ร้อยละ 16.5 ระบุว่ามีโอกาสเปลี่ยนใจสูง ขณะที่ร้อยละ 34.3 ยืนยันว่าจะเลือกผู้สมัครเดิมแน่นอน สะท้อนว่ากลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่าครึ่งยังสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน
ส่วนการเปรียบเทียบกับผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 พบว่า ฐานเสียงเดิมของนายชัชชาติยังคงเหนียวแน่น โดยร้อยละ 71 ของผู้ที่เคยเลือกยังมีแนวโน้มเลือกซ้ำ ขณะที่ฐานเสียงของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีแนวโน้มเคลื่อนไปสนับสนุน “ดร.โจ” ถึงร้อยละ 54.5 ส่วนฐานเสียงเดิมของนายสกลธี ภัททิยกุล และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ มีแนวโน้มกระจายตัวไปยังผู้สมัครรายอื่นมากขึ้น
ทั้งนี้ผลสำรวจสรุปว่า แม้สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 จะเริ่มเห็นภาพผู้นำชัดขึ้น แต่ประชาชนยังไม่ปิดกั้นทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะผู้สมัครที่สามารถนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม คุ้มค่า โปร่งใส และทำได้จริง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยน “ความนิยม” ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่น” และอาจส่งผลต่อทิศทางการแข่งขันในช่วงต่อจากนี้อย่างมีนัยสำคัญ.
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO