โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะอินไซต์การเงินท่องเที่ยวไทย ยอดใช้จ่ายต่างชาติพุ่ง 14% กลุ่ม ‘Revisited’ พลังเงียบมาน้อยแต่จ่ายหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แรงส่งภาคท่องเที่ยวไทยยังทรงพลัง ดันมูลค่าการใช้จ่ายข้ามพรมแดนโตสองหลัก นทท.ต่างชาติยุคใหม่เปย์กินดื่ม ทำร้านอาหารบริการด่วน-ร้านขายของชำขยายตัวเด่นสุด กลุ่มแฟนพันธุ์แท้เดินทางกลับมาซ้ำ สัดส่วนแค่ 20% แต่กวาดเค้กเม็ดเงินใช้จ่ายรวมไปถึง 34% กินสัดส่วนยอดช้อปขาเข้าถึง 1 ใน 3

10 กรกฎาคม 2026 - แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยของวีซ่า ได้เปิดเผยรายงานดัชนีพฤติกรรมผู้บริโภค "Thailand Travel Pulse 2026" ซึ่งแสดงให้เห็นทิศทางและโครงสร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจของภาคการท่องเที่ยวไทยที่น่าสนใจว่า ในปัจจุบันมูลค่าการใช้จ่ายข้ามพรมแดน ของผู้บริโภคต่างชาติในประเทศไทย มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องสะท้อนถึงแรงส่งที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของการเดินทางระหว่างประเทศ และระดับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดของนักเดินทางจากทั่วโลกที่มีต่อประเทศไทย โดยมีตลาดหลักที่เป็นต้นทางของเม็ดเงินขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ตามลำดับ

20 ต่อ 34 ‘Revisited’ พลังเงียบที่มีน้อยแต่ควักจ่ายหนักเกินครึ่งตัว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกในมิติโครงสร้างประชากรศาสตร์ของการใช้จ่ายได้บ่งชี้ถึงอินไซต์ชิ้นสำคัญ นั่นคือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยซ้ำ หรือกลุ่ม "Revisited" ซึ่งกลายมาเป็นกำลังขับเคลื่อนหลักในเชิงมูลค่าทางการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

สถิติมูลค่าการเงินระบุว่า แม้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนจำนวนคนคิดเป็นเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมดที่เดินทางเข้ามา ทว่าในแง่ของปริมาณการจับจ่ายกลับสามารถกวาดส่วนแบ่งเม็ดเงินสะพัดขาเข้ารวมไปได้สูงถึง 34% ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการจ่ายเงินต่อหัวที่อยู่ในระดับสูงมาก ยิ่งเดินทางมาจำนวนครั้งบ่อยขึ้น ยอดการควักกระเป๋าจ่ายเงินในประเทศก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

"ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ความคาดหวังของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับจุดหมายปลายทาง ธุรกิจ และชุมชนทั่วประเทศ เมื่อการเดินทางขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ และเชื่อมต่อผ่านดิจิทัลมากขึ้น" แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย กล่าว

ต่างชาติยุคใหม่เทใจให้หมวดกินดื่ม-วิถีชีวิตท้องถิ่นโตแซงโค้ง

อินไซต์ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายในรายหมวดอุตสาหกรรมยังพบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ จากเดิมที่เม็ดเงินมักกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่พักแรมและการซื้อสินค้าแฟชั่นทั่วไป แต่ข้อมูลจากฐานระบบชำระเงินของ VisaNet กลับชี้ให้เห็นว่า หมวดธุรกิจที่แสดงอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ได้แก่ กลุ่มร้านอาหารบริการด่วน กลุ่มร้านขายของชำและอาหาร รวมถึงหมวดร้านอาหารทั่วไป

ตัวเลขในหมวดหมู่เหล่านี้สะท้อนว่านักเดินทางต่างชาติยุคปัจจุบันเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายโดยมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน และการเข้าถึงประสบการณ์รวมถึงวัฒนธรรมทางอาหารการกินในระดับท้องถิ่นที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วาง “ทรงวาด” เป็นโรดแมปปั๊มยอดรับเงินต่างชาติ 56,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

ความท้าทายและการปรับตัวของระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ชำระเงินดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวพำนักในประเทศนานขึ้นและเพิ่มความถี่ในการกลับมาเยือนซ้ำ ล่าสุดจึงได้มีการดำเนินโครงการ Visa Destinations ประเทศไทย ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งระบบธนาคาร เทคโนโลยี และผู้ประกอบการ

โดยได้เข้าไปขยายเครือข่ายร้านค้ารับชำระเงินดิจิทัลในย่านวัฒนธรรมอย่างทรงวาดไปแล้วกว่า 50 ราย และวางเป้าหมายที่จะขยายการรับชำระเงินทางเลือกดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ค้าปลีก ร้านอาหาร ที่พัก การขนส่ง และเวลเนส จำนวน 56,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพให้ร้านค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงและรับเม็ดเงินต่างชาติที่เติบโต 14% นี้ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...