โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พยาธิใบไม้ตับยังน่าห่วง! ปี 69 ไทยพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2,656 ราย อีสาน-เหนือพบมากสุด

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมควบคุมโรค เผย ปี 2569 พบผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับแล้วกว่า 2,600 ราย พบมากในภาคอีสานและเหนือ ขณะที่ 4 จังหวัดอีสานใต้ เขตสุขภาพที่ 9 พบ ชัยภูมิป่วยมากสุด

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า “จากกรณีการตรวจคัดกรองสุขภาพนิสิตของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยชุดตรวจคัดกรองโดยปัสสาวะ แล้วพบนิสิตติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงหลายพันราย ตามที่เป็นกระแสข่าวนั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานพื้นที่เบื้องต้น และได้ข้อมูลว่า เป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิต

ซึ่งยังไม่พบนิสิตที่มีอาการป่วย แต่กรมควบคุมโรคจะลงพื้นที่ดำเนินการตรวจยืนยันตามแนวทางมาตรฐาน ด้วยการตรวจอุจจาระ ด้วยวิธี Modified Kato-Katz และให้ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อ ได้รับการรักษาและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต
ซึ่งจากข้อมูลผู้ป่วย ในระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับ 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี , กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15 – 19 ปี ตามลำดับ และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะมีอัตราการพบไข่พยาธิใบไม้ตับสูงในระดับประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมบริโภคปลาน้ำจืดดิบ หรือสุกไม่เพียงพอ ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 9 ดูแล 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ พบว่า จังหวัดชัยภูมิเป็นพื้นที่ที่มีอุบัติการณ์ของโรคสูงมาก เพราะเป็นแหล่งต้นน้ำถึง 4 สาย จึงมีความเหมาะสมต่อการแพร่กระจายของพยาธิใบไม้ตับผ่านปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดได้ง่าย ส่วนจังหวัดนครราชสีมา ก็มีผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับเช่นกัน

ซึ่งพยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิตัวแบนที่ติดต่อจากการรับประทานปลาน้ำจืด เกล็ดขาว ที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าดิบ ดังนั้น การบริโภค “อาหารดิบ” หรือ “กึ่งสุกกึ่งดิบ” ที่ปัจจุบันเป็นกระแสวัฒนธรรมบริโภคอาหารที่นิยมกัน จึงเสี่ยงที่พยาธิจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ซึ่งพยาธิใบไม้ตับสามารถจะอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ได้นานถึง 20 – 30 ปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในท่อน้ำดี หากผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อแต่ปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา หรือได้รับเชื้อซ้ำหลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้

จึงแนะนำให้ยึดหลัก “กินสุก สะอาด ปลอดภัย” เพราะการหมัก ดอง แช่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว เครื่องปรุงรสต่าง ๆ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับอาหาร ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ จึงต้องป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการหลีกเลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ แต่ให้ทานปลาร้าปรุงสุก หรืออาหารที่ปรุงสุก ด้วยความร้อนอย่างทั่วถึงทุกครั้ง เช่น ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 800 วัตต์ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ ส่วนผักหากจะนำมารับประทานต้องล้างให้สะอาดทุกครั้ง และไม่ส่งเสริมหรือชักชวนเด็กหรือเยาวชน รับประทานอาหารประเภทปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

นอกจากนี้ เพื่อสุขนามัยที่ดี ต้องขับถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำ ทั้งนี้ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของพยาธิ และสำหรับผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระ ที่สถานบริการสาธารณสุข เพื่อค้นหาไข่พยาธิและรับการรักษาอย่างถูกต้อง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิ ปีละ 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี โดยหากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียด และรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมควบคุมโรคเร่งสอบสวนโรค หลังผลคัดกรอง “พยาธิใบไม้ตับ” นิสิตมหาสารคามพุ่ง

แพทย์เผย 2 เรื่องต้องรู้ หลังผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ นศ.กว่า 4,000 คน เป็นบวก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พยาธิใบไม้ตับยังน่าห่วง! ปี 69 ไทยพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2,656 ราย อีสาน-เหนือพบมากสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...