พยาธิใบไม้ตับยังน่าห่วง! ปี 69 ไทยพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2,656 ราย อีสาน-เหนือพบมากสุด
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า “จากกรณีการตรวจคัดกรองสุขภาพนิสิตของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยชุดตรวจคัดกรองโดยปัสสาวะ แล้วพบนิสิตติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงหลายพันราย ตามที่เป็นกระแสข่าวนั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานพื้นที่เบื้องต้น และได้ข้อมูลว่า เป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิต
ซึ่งยังไม่พบนิสิตที่มีอาการป่วย แต่กรมควบคุมโรคจะลงพื้นที่ดำเนินการตรวจยืนยันตามแนวทางมาตรฐาน ด้วยการตรวจอุจจาระ ด้วยวิธี Modified Kato-Katz และให้ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อ ได้รับการรักษาและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต
ซึ่งจากข้อมูลผู้ป่วย ในระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับ 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี , กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15 – 19 ปี ตามลำดับ และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะมีอัตราการพบไข่พยาธิใบไม้ตับสูงในระดับประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมบริโภคปลาน้ำจืดดิบ หรือสุกไม่เพียงพอ ซึ่งในเขตสุขภาพที่ 9 ดูแล 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ พบว่า จังหวัดชัยภูมิเป็นพื้นที่ที่มีอุบัติการณ์ของโรคสูงมาก เพราะเป็นแหล่งต้นน้ำถึง 4 สาย จึงมีความเหมาะสมต่อการแพร่กระจายของพยาธิใบไม้ตับผ่านปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดได้ง่าย ส่วนจังหวัดนครราชสีมา ก็มีผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับเช่นกัน
ซึ่งพยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิตัวแบนที่ติดต่อจากการรับประทานปลาน้ำจืด เกล็ดขาว ที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าดิบ ดังนั้น การบริโภค “อาหารดิบ” หรือ “กึ่งสุกกึ่งดิบ” ที่ปัจจุบันเป็นกระแสวัฒนธรรมบริโภคอาหารที่นิยมกัน จึงเสี่ยงที่พยาธิจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ซึ่งพยาธิใบไม้ตับสามารถจะอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ได้นานถึง 20 – 30 ปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในท่อน้ำดี หากผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อแต่ปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา หรือได้รับเชื้อซ้ำหลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้
จึงแนะนำให้ยึดหลัก “กินสุก สะอาด ปลอดภัย” เพราะการหมัก ดอง แช่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว เครื่องปรุงรสต่าง ๆ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับอาหาร ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ จึงต้องป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการหลีกเลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ แต่ให้ทานปลาร้าปรุงสุก หรืออาหารที่ปรุงสุก ด้วยความร้อนอย่างทั่วถึงทุกครั้ง เช่น ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 800 วัตต์ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ ส่วนผักหากจะนำมารับประทานต้องล้างให้สะอาดทุกครั้ง และไม่ส่งเสริมหรือชักชวนเด็กหรือเยาวชน รับประทานอาหารประเภทปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
นอกจากนี้ เพื่อสุขนามัยที่ดี ต้องขับถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำ ทั้งนี้ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของพยาธิ และสำหรับผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระ ที่สถานบริการสาธารณสุข เพื่อค้นหาไข่พยาธิและรับการรักษาอย่างถูกต้อง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิ ปีละ 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี โดยหากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียด และรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมควบคุมโรคเร่งสอบสวนโรค หลังผลคัดกรอง “พยาธิใบไม้ตับ” นิสิตมหาสารคามพุ่ง
แพทย์เผย 2 เรื่องต้องรู้ หลังผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ นศ.กว่า 4,000 คน เป็นบวก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พยาธิใบไม้ตับยังน่าห่วง! ปี 69 ไทยพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2,656 ราย อีสาน-เหนือพบมากสุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com