โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกช่วย 2 นศ.ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกกักตัวหลายวัน สูญ 9 แสนบาท

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันที่ 15 ก.ค.2569 ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เปิดประตูห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง 2 คน ถูกขบวนการคอลเซนเตอร์หลอก ให้กักตัวเองอยู่ภายในห้องพัก

โดยทันทีที่ตำรวจแสดงตัว ทั้งสองคนยังไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจจริง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา ถูกสั่งห้ามติดต่อบุคคลภายนอก และปลูกฝังให้หวาดระแวงเจ้าหน้าที่ กระทั่งตำรวจยืนยันตัวตนได้ทั้งสองคนจึงวางโทรศัพท์ ก่อนโผเข้ากอดเจ้าหน้าที่ด้วยความโล่งใจ

จากการตรวจสอบภายในห้องพัก พบว่าผู้เสียหายถูกสั่งให้เปิดวิดีโอคอลไว้ตลอดเวลา เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และควบคุมไม่ให้ติดต่อบุคคลอื่น ขณะที่ผู้เสียหายอีกคน ถูกสั่งให้ใช้ผ้าขนหนูมัดข้อเท้า เพื่อถ่ายภาพส่งให้ผู้ปกครอง เชื่อว่าถูกลักพาตัวและเร่งโอนเงิน

ทั้งนี้ ระหว่างเข้าช่วยเหลือ ตำรวจได้โต้ตอบกับขบวนการคอลเซนเตอร์
จุดเริ่มต้นของการหลอกลวง คือขบวนการคอลเซนเตอร์ โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ก่อนกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จากนั้นเปลี่ยนมาอ้างว่าได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมส่งเอกสารปลอมที่ใช้ตราครุฑและลายเซ็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ อ้างว่าจำเป็นต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีสำหรับยื่นขอวีซา จึงสั่งให้ติดต่อผู้ปกครอง ขอให้โอนเงิน พร้อมกำชับไม่ให้บอกความจริงกับครอบครัว และให้ย้ายออกจากหอพักมาอยู่โรงแรมตามที่กำหนด

หนึ่งในผู้ปกครอง บอกว่า ลูกโทรศัพท์มาบอกว่าได้รับทุนศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา พร้อมส่งเอกสารมาให้ตรวจสอบ จึงเชื่อและโอนเงิน 350,000 บาท แต่เมื่อขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม กลับพบว่าภาพยอดเงินในบัญชีมีความผิดปกติ คล้ายผ่านการตัดต่อ จึงรีบเดินทางจาก จ.เพชรบูรณ์มายังปทุมธานี ก่อนตำรวจแจ้งว่าสามารถช่วยเหลือลูกชาย

ข้อมูล สอบสวนพบว่า นักศึกษาทั้งสองคนสูญเงินรวมเกือบ 900,000 บาท โดยผู้เสียหายรายหนึ่ง ให้ผู้ปกครองโอนเงินและทำธุรกรรมเพิ่มเติม รวมความเสียหายประมาณ 450,000 บาท

ส่วนอีกคนนำสร้อยคอทองคำและแหวนทองไปจำนำ ก่อนโอนเงินให้คนร้าย สูญเงินอีกประมาณ 450,000 บาท

พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากรุ่นพี่ของนักศึกษาว่าไม่สามารถติดต่อผู้เสียหายได้ จึงประสานมหาวิทยาลัยและเร่งตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง ก่อนติดตามเข้าช่วยเหลือได้ภายใน 24 ชั่วโมง

นายจอมเดช ตรีเมฆ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้รับแจ้งเหตุลักษณะเดียวกันจากผู้ปกครองและอาจารย์ที่ปรึกษาหลายกรณี โดยคนร้ายปลอมหนังสือราชการของมหาวิทยาลัย ทั้งตราครุฑและลายเซ็นผู้บริหาร เพื่อหลอกผู้ปกครองให้หลงเชื่อ จึงขอให้ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยโดยตรงทุกครั้ง หากได้รับการติดต่อเกี่ยวกับทุนการศึกษา หรือมีการเรียกให้โอนเงิน

ต่อมาในวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยรังสิตแจ้งตำรวจว่าพบนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 อีก 2 คน หายตัวไปในลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แกะรอยจนสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย โดยพบผู้เสียหายคนหนึ่งอยู่ภายในห้องพัก ส่วนอีกคน อยู่ในห้องเช่ารายวัน

ซึ่งทั้งสองคนถูกคนใช้โทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง ก่อนบังคับให้แยกกักตัวและห้ามติดต่อบุคคลภายนอก พร้อมหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า เกือบ 600,000 บาท

ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

อ่านข่าว :

เพลิงไหม้ตึกแถวเหมืองบิทคอยน์ จ.กาญจนบุรี วอด 20 เครื่อง

ว่าที่ ร.ท. ชิตพงศ์ มอบตัวกับตำรวจ สน.พหลโยธิน ถูกแจ้ง 3 ข้อหา

ตร.ตรวจกล้องวงจรปิด "โรงเบียร์" พบกลุ่มควันก่อนไฟลุกลามใน 1 นาที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เร่งตาม 6 เยาวชน หลบหนีสถานพินิจฯ นครราชสีมา

31 นาทีที่แล้ว

“รองอธิบดี สถ.” เล็งเรียกคืนเงินเดือนกลุ่ม 3,621 คน หลังให้พ้นราชการปมทุจริตสอบท้องถิ่น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม.สั่งปิดชั่วคราว 3 ร้านดัง ไร้มาตรฐานความปลอดภัย สแกนเข้ม 50 เขต

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ตั้ง "นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร" นั่งรักษาการ อธิบดี สถ. มีผล 16 ก.ค.

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...