โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MBTI หรือ The Big Five แบบทดสอบที่เราเคยทำคือแบบไหน? แล้วเครื่องมือไหนที่ใช่ตรงกับเป้าหมายชีวิต

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ณ ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับแบบทดสอบประเภทบุคลิกภาพ Myers-Briggs Type Indicator หรือ MBTI ที่กลายเป็นแบบทดสอบที่มีคนทำมากที่สุด และกลายเป็นเรื่องที่นำมาพูดกันในบทสนทนา เกิดการสร้างเป็นมีม วิดีโอ การ์ตูน มากมาย แม้กระทั่งในบางบริษัทถึงขั้นมีการกรอกบุคลิกภาพที่ตนเองได้เพื่อเป็นการคัดกรองลักษณะนิสัยเบื้องต้นของพนักงาน

ทุกคนคงรู้จักกันดีว่าแบบทดสอบ MBTI นั้นไม่ได้ถูกสร้างโดยนักจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นฝีมือการสร้างของ แคทเธอรีน คุก บริกส์ (Katherine Cook Briggs) และลูกสาวของเธอ อิซาเบล ไมเออร์ส (Isabel Myers) โดยทั้งสองคนมีพื้นเพเป็นนักเขียน และมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาของคาร์ล ยุง (Carl Jung) และเรื่องบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก จึงทำการศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ปี 1917 จนกระทั่งสร้างตัวชี้วัด (indicator) มาใช้จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยทดลองใช้กับกลุ่มผู้หญิงในการค้นหาบุคลิกภาพของตนเอง เพื่อใช้ในการคัดกรองการเข้าทำงานในช่วงสงครามว่าเหมาะกับงานประเภทไหนมากที่สุด หลังจากนั้นบริกส์จึงทำการตีพิมพ์หนังสือของตนเองในชื่อ The Briggs Myers Type Indicator Handbook ในปี 1944 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Myers-Briggs Type Indicator ในปี 1956

แม้ในหลายครั้งแบบทดสอบ MBTI จะถูกกล่าวหาว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม แต่ด้วยความแม่นยำตรงกับใครหลายคน ทำให้ทีมจาก Educational Testing Service หรือ ETS พัฒนาต่อเป็นคู่มือ MBTI ฉบับแรกในปี 1962 และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันบุคลิกภาพและงานวิจัยเชิงสังคมของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ รวมถึงมหาวิทยาลัยแห่งอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา

MBTI เป็นการดึงแนวคิดของ คาร์ล ยุง อย่างไร?

บริกส์และไมเออร์สได้รับแรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีบุคลิกภาพ (Theory of Psychological Types) ของคาร์ล ยุง ที่เขาเขียนไว้ในหนังสือชื่อเดียวกัน โดยเขาเสนอว่ามนุษย์นั้นประกอบด้วยการทำงานและทัศนคติของจิตสำนึกที่แตกต่างกัน โดยแบ่งการทำงานของจิตสำนึกเป็น 4 อย่าง คือ

  • sensation การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกกับวัตถุ สิ่งที่สัมผัสได้ และเป็นจริง

  • intuition การทำความเข้าใจเบื้องหลังการกระทำ เช่น แรงจูงใจระดับใต้สำนึก ความหมายในสิ่งต่างๆ หรือรูปแบบ เป็นต้น

  • thinking การทำความเข้าใจเชิงตรรกะเพื่อใช้ในการตัดสินใจ

  • feeling การตัดสินใจโดยอิงจากคุณค่าที่เราประเมิน หรือการเห็นอกเห็นใจ

ส่วนทัศนคตินั้นแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ Extravert หรือ Extrovert คือคนที่ดึงพลังงานของตนเองเข้าหาโลกภายนอก สิ่งของ ผู้คน หรือการกระทำ และ Introvert คือคนที่ดึงพลังงานของตนเองเข้าหาตนเองและข้อมูลเชิงความคิดหรือไอเดีย

นี่คือแนวคิดหลักของยุงที่บริกส์และไมเออร์สนำมาปรับใช้โดยเชื่อว่าแต่ละคนสามารถแบ่งประเภทบุคลิกได้ตามทฤษฎีบุคลิกภาพ และมีการเพิ่มอีกสองกลุ่มเข้าไปคือ J (Judging) และ P (Perceiving) เพื่อใช้ระบุการทำงานของคน โดย Judging คือวิธีการเข้าหาโลกภายนอกด้วยมุมมองที่มีกรอบที่ผ่านการคิดและตัดสินใจมาแล้ว ส่วน Perceiving คือวิธีการเข้าหาโลกภายนอกด้วยมุมมองที่ยืดหยุ่น และปรับตัวได้

แบบทดสอบที่เรานิยมทำอิงมาจาก The Big Five

ตอนนี้มีเว็บไซต์มากมายที่เปิดให้ทดสอบบุคลิกภาพ ซึ่งตอนนี้มี 16Personalities, OpenPsychometrics, Truity และอื่นๆ อีกมาก แต่คนส่วนใหญ่มักทำแบบทดสอบของ 16Personalities เพราะเป็นเว็บไซต์แรกๆ ที่ขึ้นมาหลังจากที่เราพิมพ์หาคำว่า MBTI Test และเป็นแบบทดสอบที่เราคุ้นตามากที่สุดเพราะเป็นต้นทางของเหล่าการ์ตูนประกอบบุคลิกภาพ

อันที่จริงแล้ว 16Personalities และแบบทดสอบฟรีบนเว็บไซต์ที่เราทำกันนั้นอิงมาจากโมเดลการทดสอบที่เรียกว่า The Big Five ซึ่งเป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้วัดบุคลิกภาพในแวดวงจิตวิทยา โดยเป็นการประเมินวัดผลในเรื่องของ ความเปิดใจ (Openness), จิตสำนึก (Conscientiousness), การเปิดเผยตัวตน (Extraversion), การยินยอม (Agreeableness) และการตอบสนอง (Neuroticism) ทั้งหมดรวมกันเป็นตัวย่อ OCEAN

สิ่งที่แตกต่างคือ ในขณะที่ MBTI ต่อยอดทฤษฎีบุคลิกภาพของ คาร์ล ยุง The Big Five ถูกคิดขึ้นมาด้วยนักวิจัยโดยอิงข้อมูลที่เรียกว่า lexical hypothesis เป็นการรวบรวมทุกคำอธิบายเกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์เข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อทำการแบ่งแยกและคัดเป็นกลุ่มประเภทของบุคลิกภาพออกมา

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแบบทดสอบของ MBTI นั้นเวลาทำจะถูกแบ่งคำตอบของแบบสอบถามเป็นสองตัวเลือก (binary) ดังนั้นจะมีเพียงตัวเลือกให้สองคำตอบเท่านั้น ขณะที่ The Big Five จะแบ่งคำตอบเป็นแถบสเปกตรัมทั้งหมด 5 ช่อง ซึ่งทั้ง 5 ช่องตั้งแต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งจนถึงเห็นด้วยมากที่สุดนี้อิงมาจาก OCEAN ผลลัพธ์นั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเราเอนเอียงไปทางช่องไหนมากที่สุด

สิ่งเดียวที่แบบทดสอบทั่วไปใช้เหมือนกันกับ MBTI คือผลลัพธ์ที่แสดงผลเป็นตัวย่อ (เช่น ENTP) นั่นเป็นเพราะการใช้ตัวย่อนี้ไม่ได้มีการจดลิขสิทธิ์เฉพาะ อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นการตลาดเพื่อให้คนที่อยากทำแบบทดสอบ MBTI นั้นเข้ามาทำแบบทดสอบของตัวเองได้ เหมือนกับที่เราพิมพ์คำว่า MBTI Test แต่ขึ้นเป็นเว็บไซต์อื่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นแบบทดสอบ MBTI เลยแม้แต่น้อย

อ่านถึงตรงนี้คงมีความกังวลใจว่า MBTI หรือ The Big Five นั้นใครดั้งเดิมหรือตรงกว่า?

แม้ว่า MBTI จะมีเพย์วอลหรือจ่ายเงินเพื่อทำแบบทดสอบ แต่บริษัท The Myers-Briggs Company ยังคงทำรายได้จากแบบทดสอบนี้ทั้งจากบุคคลทั่วไป และองค์กรปีละหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นเป็นเพราะความแตกต่างในเชิงผลลัพธ์ MBTI นั้นให้คำตอบได้ดีในเชิงวิธีในการทำงานมากกว่า ในขณะที่ The Big Five นั้นใช้บ่งบอกบุคลิกภาพของตัวบุคคลได้ดีกว่า

จริงอยู่ที่ The Big Five นั้นอิงและมีการศึกษาโดยกลุ่มนักจิตวิทยา แต่เวลาเราทำแบบทดสอบ ระบบมักจะอิงจากเปอร์เซ็นต์ที่เราได้จากตัวเลือก 5 ช่องที่อิงจาก OCEAN เช่นเราอาจจะได้ 60 Openness 20 Extraversion และ 20 Neuroticism เป็นต้น ตามที่เราเห็นตารางคะแนนหลังจากทำแบบทดสอบเสร็จ ทั้งหมดนั้นคือผลลัพธ์ของ The Big Five คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ในแต่ละช่อง จริงๆ แล้ว The Big Five ไม่แสดงผลลัพธ์เป็นประเภทบุคลิกภาพแบบคุณเป็น INFP หรือ ISTP นะ แต่เว็บไซต์อย่าง 16Personalities พยายามให้ระบบคำนวณจากตารางที่ได้เพื่อให้ได้คำตอบแบบ MBTI เพราะคนนิยมการเห็นผลลัพธ์แบบประเภทบุคลิกภาพมากกว่าตารางคะแนน

ข้อดีของ The Big Five คือการแสดงความหลากหลายของนิสัย ความนุ่มลึกได้มากกว่า นั่นคือที่มาของการแสดงผลแบบตารางคะแนน ไม่ใช่ตัวอักษรประเภทบุคลิกภาพ มันเป็นการบอกว่า เราเป็นคนอินโทรเวิร์ตนี้กี่เปอร์เซ็นต์ มีพลังกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นคนชอบคิดคำนวณกี่เปอร์เซ็นต์

ส่วน MBTI นั้นมีประโยชน์ในโลกการทำงานในองค์กรเป็นอย่างมาก เพราะแบบทดสอบเชื่อว่าสมองเราทำงานและตัดสินใจจากสองตัวเลือกเท่านั้น เช่น คุณเป็นใช้ความคิดชี้นำ หรืออารมณ์ชี้นำ เป็นต้น การใช้สองตัวเลือกนี้จะเป็นการให้คำตอบที่รวดเร็วว่าเราโดดเด่นด้านไหนที่สุด นอกจากนั้นการแบ่งประเภทเป็นกลุ่มยังสามารถจัดแจงกลุ่มให้เข้ากับงาน หรือแสดงความเป็นพวกเดียวกันในกลุ่มคนได้ง่ายอีกด้วย แบบทดสอบ MBTI จึงเป็นที่นิยมในแผนกทรัพยากรบุคคล หรือ Human Resource และมีหลายบริษัทยอมจ่ายเพื่อใช้แบบทดสอบนี้ในการคัดกรองบุคคลากรเข้ามาทำงาน เพราะต้องการทำความเข้าใจว่าบุคคลิกภาพของผู้สมัครนั้นเหมาะกับสายงานที่เขาเข้ามาสมัครจริงๆ หรือไม่นั่นเอง

จากที่อธิบายมานั้นไม่มีแบบทดสอบอะไรที่ดีกว่าใคร แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ค่ากับแบบทดสอบนั้นๆ อย่างไร หากเราต้องการเฟ้นหา ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น The Big Five อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าใครต้องการอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับสายงาน หรือเหมาะกับวิธีการทำงานแบบไหน MBTI ก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย แม้ว่าจะไม่ได้อิงด้วยจิตวิทยายุคใหม่

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะทดสอบตัวเองด้วยเครื่องมือ MBTI หรือ The Big Five ก็ไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักตัวเองให้ดีที่สุด แบบทดสอบบุคลิกภาพเป็นเพียงกรอบที่ตีไว้เพื่อระบุตัวเองแบบคร่าวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดตัวเองว่าเป็นคน Extroverted หรือ Introverted ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงไม่รู้จบ อีกทั้งยังมีมีข้อเสียอื่นๆ คือการกีดกัดให้เราหยุดการเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ด้วยตัวเอง เพราะยึดกับประเภทบุคลิกภาพมากเกินไป เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าปล่อยให้แบบทดสอบบุคลิกภาพเหล่านี้มากำหนดทิศทางชีวิตของเรา และกำหนดความเป็นตัวเราด้วยตัวเองจะดีกว่า

อ้างอิง:

Angus Chen. How Accurate Are Personality Tests?. Scientific American. https://www.scientificamerican.com/article/how-accurate-are-personality-tests/

Megan Willett. The strengths and weaknesses of every personality type. https://www.weforum.org/stories/2015/02/the-strengths-and-weaknesses-of-every-personality-type/

Lukas Komar. Big Five vs MBTI: Which Personality Test Is Actually More Accurate?. Teamazing. https://www.teamazing.com/blog/big-five-vs-mbti/

Rachel A. Woods, Paul B. Hill. Myers-Briggs Type Indicator. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK554596/

บทความต้นฉบับได้ที่ : MBTI หรือ The Big Five แบบทดสอบที่เราเคยทำคือแบบไหน? แล้วเครื่องมือไหนที่ใช่ตรงกับเป้าหมายชีวิต

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...