โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากน้ำพริกสู่ Topping วิธีเปลี่ยนวิธีกินอาหารไทย ดันยอดขาย “เอมโอชา” สู่ 137 ล้านบาท

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
จากสินค้าที่เคยเกือบไม่รอดบนชั้นวางเซเว่น อีเลฟเว่น วันนี้

จากสินค้าที่เคยเกือบไม่รอดบนชั้นวางเซเว่น อีเลฟเว่น วันนี้ "เอมโอชา" พลิกเกมด้วยการเปลี่ยน "น้ำพริก" ให้กลายเป็น Topping ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จนสร้างยอดขายในเซเว่นฯ 137 ล้านบาท พร้อมส่งสินค้าใหม่ "พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์" กวาดยอดขายกว่า 100,000 กระปุกในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างตลาดใหม่ บางครั้งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างสินค้าใหม่ แต่เริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคต่อสินค้าเดิม

“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” ประโยคข้างต้นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ เก้ - ลดาวัลย์ เลห์มันน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปังกี้ ฟู้ด จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอมโอชา” ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจน้ำพริกไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ถอดสูตรสำเร็จ ‘เอมโอชา’ รับฟังความเห็นลูกค้า นำมาต่อยอดพัฒนา สู่แบรนด์ดังในเซเว่นฯ

เอมโอชาเกิดจากความมุ่งมั่นของ “ลดาวัลย์” ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดเป็นน้ำพริกปลาร้ากรอบและน้ำพริกปลาทูกรอบ ภายใต้แบรนด์ Spunky Food และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น แม้สินค้าในช่วงแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่คำแนะนำจากทีมงานเมอร์แชนไดเซอร์ และจัดซื้อของเซเว่นฯ เกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างแบรนด์ การตั้งชื่อ รสชาติ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาแบรนด์ “เอมโอชา”

เอมโอชาเปิดตัวด้วยน้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกลงเรือกรอบ และน้ำพริกตะไคร้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแบรนด์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในช่องทางโมเดิร์นเทรด มีสินค้าจำนวน 24 รายการวางจำหน่ายใน เซเว่นฯ ทั่วประเทศ

“โจทย์หลักของเราไม่ใช่แค่การขายหรือคิดเอาเองว่าดี แต่สินค้าจะสำเร็จได้ต้องเกิดจากการที่ผู้บริโภคยอมรับ ซื้อซ้ำ และตอบโจทย์สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ เราเชื่อว่าอาหารไทยมีคุณค่าและศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมากทั้งในและต่างประเทศ แต่น้ำพริกแบบเดิมเป็นสินค้าที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ยาก เราจึงปรับสูตรโดยไม่ลดทอนความเป็นไทย แต่เปลี่ยนวิธีการบริโภคให้ร่วมสมัยมากขึ้น จนเกิดเป็น ‘น้ำพริกอบกรอบ’ ในรูปแบบท็อปปิ้ง ที่สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูฟิวชั่นหรือเมนู DIY ได้หลากหลาย

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา เอมโอชายังได้พัฒนาและผลิต ‘พริกผัดน้ำมัน’ สำหรับตลาดส่งออกในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเห็นแนวโน้มการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตขึ้นในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน เราได้ทำงานเก็บข้อมูลและฟีดแบ็กจากผู้บริโภคตั้งแต่ Gen Y, Gen Z ไปจนถึง Gen Alpha อยู่เสมอ เมื่อได้ร่วมพัฒนาสินค้ากับทีมเซเว่นฯ ที่ให้ความสำคัญในเทรนด์สุขภาพเช่นเดียวกัน จึงเกิดการต่อยอดองค์ความรู้จากตลาดต่างประเทศมาสู่การพัฒนาสินค้าสูตรพิเศษสำหรับผู้บริโภคไทย จนกลายเป็น ‘พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์’ ภายใต้แนวคิด ‘Delicious with Purpose’ ที่ผสานความอร่อยเข้ากับคุณค่าทางโภชนาการ และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สร้างยอดขายกว่า 100,000 กระปุก ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์แรกหลังวางจำหน่าย” ลดาวัลย์ กล่าว

กางพอร์ต 3 ไลน์ผลิตตอบโจทย์ทุกเจนฯ เคียงคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทยอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากการเปิดใจรับฟีดแบ็กมาพัฒนาสินค้าจนตอบโจทย์ผู้บริโภค ส่งผลให้ปัจจุบัน เอมโอชา มีสินค้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ รวมแล้วกว่า 24 รายการ ภายใต้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มท็อปปิ้งหรือน้ำพริกอบกรอบ เช่น น้ำพริกน้ำย้อย, น้ำพริกลงเรือกรอบ, น้ำพริกปลาแซลมอนคั่วกรอบ, น้ำพริกแซลมอนรสต้มยำ, น้ำพริกแซลมอนรสคั่วกลิ้ง, น้ำพริกแซลมอนรสผัดฉ่า

2.กลุ่มอินสแตนท์ หรือกึ่งสำเร็จรูป เช่น ก๋วยเตี๋ยวแห้ง, หมี่คลุกน้ำพริกหนังแซลมอน, หมี่ชมพูน้ำพริกหนังแซลมอน

3.กลุ่มพริกผัดน้ำมัน เช่น พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์

ซึ่งความหลากหลายของสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการของคนทุกเจนฯ ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้ในปี 2568 เอมโอชาสร้างยอดขายในเซเว่นฯ 137 ล้านบาท

เบื้องหลังกำลังการผลิตที่แข็งแกร่ง ‘เอมโอชา’ ให้ความสำคัญอย่างมากกับการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเลือกใช้วัตถุดิบหลักภายในประเทศสูงถึง 90% และนำเข้าเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งวัตถุดิบในประเทศทั้งหมดจะถูกคัดสรรผ่านซัพพลายเออร์ที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาที่ไปได้อย่างแม่นยำ โดยซัพพลายเออร์เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมตรงไปยังกลุ่มเกษตรกรไทยในท้องถิ่น ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ‘หอมและกระเทียม’ ส่งตรงจากเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ หรือ ‘กะปิ’ แท้คุณภาพดีจากจังหวัดกระบี่ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรท้องถิ่นมีช่องทางระบายผลผลิตที่แน่นอน นอกจากนี้ การเติบโตของแบรนด์ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในอีกมิติ ผ่านการจ้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนโดยรอบโรงงานในพื้นที่คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จของเอมโอชาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขผลประกอบการ แต่คือการเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกรไทย ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน

ล็อกเป้าตลาดแมสร่วมกับเซเว่นฯ บ่มเพาะศักยภาพระดับสากล พร้อมสยายปีกบุก 5 ประเทศ

ลดาวัลย์ เล่าต่อว่า การที่ SME ได้มีโอกาสนำสินค้าเข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่สิ่งที่ท้าทายไม่แพ้กันคือการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเมื่อได้รับฟีดแบ็กจากทีมที่เซเว่นฯ มาแล้ว เราเอามาทำงานกันต่อ เดินหน้าต่ออย่างมุ่งมั่น เพราะไม่ว่าธุรกิจจะเติบโตมากแค่ไหนแต่ก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ โดยเราปรับเปลี่ยนระบบการทำงานจากรูปแบบ SME เดิม สู่การเรียนรู้และยกระดับการทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งในเรื่องความเร็ว การวางแผน การสื่อสาร และการบริหาร

โดยมีทีมประกันคุณภาพ (QA) ของเซเว่นฯ เข้ามาช่วยควบคุมมาตรฐานการผลิต ระบบคุณภาพ และความปลอดภัยทางอาหารอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุน เอสเอ็มอี ด้านองค์ความรู้ธุรกิจ การสร้างแบรนด์ และบรรจุภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการทำงานของทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ของเอมโอชาเอง ที่คอยรวบรวมและเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากหลากหลายแหล่ง เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาสูตรในห้องแล็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการร่วมมือกันในทุกมิตินี้เอง ทำให้เซเว่นฯ กลายเป็นพื้นที่ในการทำ Mass Market เมื่อสินค้าของเอมโอชาผ่านการยอมรับจากตลาดแมสในไทยได้สำเร็จ เราก็พร้อมต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และปัจจุบันสินค้าของเราส่งออกไปยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร (UK), เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์

เป้าหมายสูงสุดของ ‘เอมโอชา’ ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งออกสินค้าอาหารไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ แต่คือการส่งออกแบรนด์ไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันน้ำพริกไทยให้กลายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์บนเวทีโลก พร้อมมุ่งมั่นนำน้ำพริกอบกรอบเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำระดับสากล เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้เข้าถึงและหยิบไปรับประทานคู่กับเมนูในชีวิตประจำวัน เพื่อพิสูจน์ว่ารสชาติไทยมีศักยภาพในการหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมอาหารของทุกชาติได้อย่างลงตัว โดยก้าวสำคัญสู่เวทีโลกในครั้งนี้ ถูกขับเคลื่อนบนรากฐานตลาดในประเทศที่แข็งแกร่งร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ขนานกันทั้งในและต่างประเทศ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...