โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกษาพบอากาศร้อนขึ้นเล็กน้อย เชื่อมโยง ‘โคอาลา’ ตายเพิ่มขึ้น

Xinhua

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

ซิดนีย์, 27 พ.ค. (ซินหัว) — วันพุธ (27 พ.ค.) มหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียรายงานผลการวิจัยใหม่ที่วิเคราะห์บันทึกการรักษาตัวในโรงพยาบาลของโคอาลาในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนเกือบ 12,000 ตัว ซึ่งค้นพบว่าอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลและความเสี่ยงเสียชีวิตของโคอาลาเพิ่มขึ้น หากอุณหภูมิอากาศโดยเฉลี่ยสูงเกิน 27 องศาเซลเซียส ซึ่งตอกย้ำภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

รายงานระบุว่าการเผชิญกับอุณหภูมิอากาศที่สูงเกิน 30 องศาเซลเซียสเพิ่มแนวโน้มการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิต 1.5-3.5 เท่า เมื่อเทียบกับอุณหภูมิอากาศ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเน้นย้ำความจำเป็นของการลดทอนภัยคุกคามจากคลื่นความร้อนต่อสัตว์ป่า โดยผลกระทบดังกล่าวรุนแรงที่สุดในพื้นที่ตอนในทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งอุณหภูมิอากาศสูงขึ้นและภัยแล้งมีส่วนทำให้จำนวนประชากรโคอาลาลดลงแล้ว

วาเลนตินา เมลลา จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่าปัจจุบันจำนวนประชากรโคอาลาในเมืองกันเนดาห์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงโคอาลาของโลก” กลับลดลงจนอยู่ในสภาวะ “สูญพันธุ์ตามธรรมชาติ” (functionally extinct) แล้ว โดยผลการวิจัยนี้เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่เชื่อมโยงความเครียดจากความร้อนกับอัตราการเสียชีวิตของโคอาลา เนื่องจากโคอาลามีความทนทานความร้อนและระยะการหาอาหารที่จำกัด

เมลลากล่าวว่าหลักฐานก่อนหน้านี้อาศัยเพียงข้อมูลจากการสังเกตการณ์ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าและอ้างอิงคำบอกเล่าเฉพาะบุคคลมากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ และคณะนักวิจัยยังค้นพบว่าโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydiosis) และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ยิ่งเป็นตัวเร่งให้โคอาลาเปราะบางต่อความร้อนมากขึ้น โดยโคอาลารับมือกับสภาพอากาศร้อนได้ในระยะสั้น หากไม่มีการแทรกแซงช่วยเหลือ ประชากรโคอาลาที่เปราะบางอยู่แล้วอาจใกล้สูญพันธุ์มากขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : โคอาลาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโลน ไพน์ โคอาลา บริเวณชานเมืองบริสเบนของออสเตรเลีย วันที่ 22 พ.ค. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...