แม่บุญธรรมลูกสาวอายุ 25 เล่านาทีบีบหัวใจ นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ลูกสาวแจ้งเตือนเกิดอุบัติเหตุ พบสตอรี่สุดท้ายถ่ายบนรถเมล์
แม่บุญธรรมลูกสาวอายุ 25 เล่านาทีบีบหัวใจ นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ลูกสาวแจ้งเตือนเกิดอุบัติเหตุ หวั่น เป็นลูกสาวเพราะติดต่อไม่ได้ พบ สตอรี่สุดท้ายถ่ายบนรถเมล์ หวังให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น รับ ภาพที่เห็นเป็นนาทีบีบหัวใจ ขอเหตุสลดครั้งนี้เป็นบทเรียนสุดท้าย อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีก
เวลา 11.30 น. วันที่ 17 พ.ค. 69 นางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี แม่บุญธรรมของผู้สูญหาย ซึ่งกำลังตามหาลูกสาว ชื่อ “น้องโรส” อายุ 25 ปี ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยนางวิภาดา เล่าทั้งน้ำตาว่า “ตนเองกำลังตามหาลูกบุญธรรม (ตนเองมีลูกชาย 2 คน) เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุ ปรากฏว่านาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (Apple Watch) ของลูกสาวมันเด้งขึ้นมาเตือนตลอด ตอนนั้นตนเองยังอยู่บ้านที่ จ.อุบลราชธานี แต่เสียงมันดังและเด้งมาตลอด ตนเองจึงพยายามติดต่อหาน้อง แต่ติดต่อไม่ได้เลย
นางวิภาดา ยอมรับว่าตอนนั้นใจคอไม่ดีแล้ว แต่ก็พยายามโทรหาน้องเป็นสิบๆ สาย จนกระทั่งมีกู้ภัยรับสาย ปลายสายเขาก็ถามเราว่า ”เป็นอะไรกับเจ้าของโทรศัพท์“ เราก็บอกว่า ”เป็นแม่“ กู้ภัยจึงบอกว่า ”น้องได้รับอุบัติอุบัติเหตุ“ เราก็พยายามถามต่อว่า “อุบัติเหตุอะไร” เพราะปกติน้องออกไปทำงาน เราก็จะถามน้องตลอดว่าไปยังไง น้องก็จะบอกว่าขึ้นรถไฟฟ้าบ้างหรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์บ้าง แต่เมื่อวานนี้ตอนเกิดเหตุ ก็ไม่รู้ว่าน้องนั่งรถเมล์หรือไม่ แต่จากที่ดูสตอรี่ของน้อง ก็เห็นน้องเขานั่งรถเมล์ แล้วเอากระเป๋าวางไว้บนตัก แต่โทรศัพท์น้องเราก็ไม่รู้ว่าน้องถือหรือเอาไว้ตรงไหน เพราะท้ายที่สุดติดต่อได้ แต่เป็นกู้ภัยเป็นคนรับ
“เหตุการณ์นี้บีบหัวใจคนเป็นแม่มาก พอเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ มันทำอะไรไม่ถูก นั่งไม่ติด ได้แต่รีบเสริชหาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ส่งร่างกันไปที่โรงพยาบาลไหน จนกระทั่งตัดสินใจบินมาจากอุบลฯ เพื่อมากรุงเทพฯ ก่อนมาที่นี่ ยอมรับในใจก็ยังมีหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ลูกอาจจะตกหล่นตามโรงบาล ขออย่าให้มีเหตุร้ายตามที่เราคิดเลย แม้ในใจจะไม่ดี เพราะกู้ภัยบอกว่า 3 ศพสุดท้าย มันมีร่างคนตัวเล็กๆ ผอมๆ อยู่ ซึ่งมันก็เหมือนกับร่างของลูกสาวเลย และตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ก็ยังต้องรอ”นางวิภาดา กล่าว
นางวิภาดา ยังบอกอีกว่า “ตนเองรักลูกคนนี้มาก ไม่รักได้ยังไง เราเลี้ยงมากับมือ และพ่อน้องเพิ่งเสียไปได้ 3 ปี ตอนนี้เธอต้องมาเสียน้องไปอีก ขอให้ไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้มีปาฏิหาริย์ อย่าให้มันเป็นแบบนี้” พร้อมยกมือไหว้ ขอพระคุณเจ้าคุ้มครอง
“น้องมีความฝันว่าอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ และน้องจะกลับไปอยู่บ้าน เลี้ยงเรา นี่คือความฝันของน้อง เพราะน้องเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และน้องก็กลับมาวันที่ 16 เมษายน ช่วงสงกรานต์ เราก็ยังคุยกันว่าอยากให้น้องไปทำงานรับราชการ อยากให้เดินตามรอยพ่อบุญธรรม แต่น้องก็ยังไม่อยากไป เขาอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เพราะกำลังสนุกและกำลังเก็บเงินอยู่”
นางวิภาดา เผยว่า น้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ห่วงเรื่องการเดินทางตลอด แต่พอน้องเรียนจบที่ ม.เกษตรฯ ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 น้องก็ไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง พอฝึกจบ โชคดีที่เขารับน้องเข้าทำงานเลย เพราะน้องมีความสามารถ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะน้องเป็นคนที่ระวังตัวมาก
“เหตุการณ์นี้มันโหดร้ายมาก ดูคลิปแล้วทำอะไรไม่ถูก มันสั่นไปหมด ขอภาวนาอย่าให้น้องอยู่ในรถเมล์คันนี้ หรือตามที่น้องลงสตอรี่เลย ความประมาทมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หากดูจากภาพแล้ว ยังไงมันก็เป็นเพราะความประมาท แยกจุดเกิดเหตุเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อย ทุกอย่างไม่มีความระมัดระวังกันเลย อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย และอย่าให้มันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นอีกเลย ฝากรัฐบาลด้วย”นางวิภาดา กล่าว