ใครจะคิด อุทัย ชายฮู้ดน้ำเงิน ฝากคำพูดถึง มีนา แอร์สาว ต่อหน้าสื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหน้าขยายผลคดีลักลอบขนเฮโรอีนซุกซ่อนในพัสดุ หลังควบคุมตัว นายอุทัย อายุ 57 ปี ผู้ต้องสงสัยซึ่งปรากฏตัวในภาพวงจรปิดสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน มาสอบสวนและตรวจพิสูจน์ของกลาง เมื่อเวลา 16.16 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้นำตัวอย่างผงสีขาวที่เก็บจากเศษผ้าลายช้างภายในพัสดุไปตรวจด้วยเครื่อง FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์สารเคมีด้วยแสงอินฟราเรด ผลการตรวจยืนยันว่าเป็น เฮโรอีน ก่อนจะส่งตัวอย่างเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่ปริมาณของสารเสพติดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
หลังทราบผลตรวจ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สอบถามนายอุทัยว่า เศษผ้าลายช้างดังกล่าวเป็นวัสดุที่ใช้บรรจุยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาได้พยักหน้ารับและยอมรับว่าใช้บรรจุเฮโรอีนจริง ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวกลับขึ้นไปตรวจค้นห้องพักซ้ำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการควบคุมตัวในลักษณะเร่งด่วน ก่อนดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอน โดยผู้ต้องหาเป็นชาวจังหวัดน่าน และมาเช่าพักอาศัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากการสอบสวน นายอุทัยรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับกระเป๋าลายช้างที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ประกอบด้วยกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในมีการบรรจุเฮโรอีนไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนนำมาเก็บไว้ที่ห้องพัก
ภายหลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสหญิงถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ผู้ต้องหาอ้างว่าได้นำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนเศษผ้าลายช้างที่ตรวจพบในครั้งนี้ เป็นของกลางที่ถูกตีกลับมาจากบริเวณซอยเสือใหญ่
ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าของกลาง โดยมีค่าความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ยืนยันได้ว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่หลงเหลืออยู่ในกระเป๋า
ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า ทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยรับของจากบุคคลที่ปกปิดใบหน้าที่อำเภอเชียงคำ ก่อนนั่งรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ นำของไปเก็บไว้ในห้องพัก และลำเลียงไปส่งยังคอนโดย่านบางนา ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท พร้อมอ้างว่าก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง
สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาระบุว่าได้รับการติดต่อผ่านกลุ่มไลน์จากบุคคลชาวไทย โดยใช้ชื่อบัญชีลักษณะเป็นชื่อโค้ด เช่น “รินริน” และไม่ทราบชื่อจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล
นอกจากนี้ นายอุทัยอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้บรรจุเฮโรอีนลงในกระเป๋า เพียงรับกระเป๋าที่แพ็กเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำมาบรรจุลงกล่องและจัดส่งเท่านั้น พร้อมให้การว่า ทั้ง 3 ครั้งใช้คนขับรถรายเดิม คือ นายอติราช หรือ "เป้" อายุ 59 ปี โดยติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับทันที รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงของนายอติราชและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในประเด็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในภาพวงจรปิด พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหา เนื่องจากเจ้าตัวรับสารภาพเองว่าเป็นบุคคลในภาพ พร้อมให้ข้อมูลว่าเสื้อที่สวมในวันก่อเหตุถูกนำไปทิ้งแล้ว แม้เสื้อที่สวมในวันจับกุมจะมีสีต่างกัน แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่
จากการเข้าตรวจค้น 2 จุด เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทั้งเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายกับในภาพวงจรปิด และกระเป๋าที่ใช้บรรจุยาเสพติดบางส่วน ส่วนจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำเสื้อผ้าไปทิ้ง ยังอยู่ระหว่างติดตามค้นหา
สำหรับคดีของแอร์โฮสเตสหญิงที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจออสเตรเลีย แต่ตำรวจไทยพร้อมให้ความร่วมมือและส่งมอบพยานหลักฐาน หากมีการร้องขอ
ต่อมาเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอุทัยออกจากอพาร์ตเมนต์ ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีสิ่งใดอยากกล่าวหรือไม่ เจ้าตัวตอบเพียงว่า "ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริง ๆ ครับ"
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รู้แล้วยิ่งใจหาย! เพื่อนบ้านเล่านิสัย ลูกจ้างสาว หลังถูกพบเสียชีวิตภายในรถเก๋ง
- สุดช้ำซ้ำสองลุงวัย 72 กลับจากงานศพพี่สาว เจอไฟไหม้บ้านทรงไทยวอดทั้งหลัง สูญทรัพย์กว่า 5 ล้านบาท
- ความจริงเปิดเผยแล้ว! ชายฮู้ดน้ำเงิน สารภาพทุกอย่าง ฝากขอโทษแอร์ด้วย บอกรับของจากพะเยา ได้ค่าจ้าง 60,000 บาท ก่อนส่งให้แอร์สาว