โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก่อนทำต้องรู้! โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยอยู่ได้นานไหม ?

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อกระจกบานเดิมเริ่มฟ้องว่าแก้มที่เคยเต่งตึงในอดีตเริ่มหย่อนคล้อยลงตามกาลเวลา จนทำให้ภาพรวมของใบหน้าแลดูเหนื่อยล้า ดูอ่อนเพลีย และอาจทำให้ดูมีอายุเกินจริง หลายคนจึงพยายามมองหาหัตถการทางการแพทย์ที่จะเข้ามาช่วยกู้คืนความมั่นใจให้ผิวหน้ากลับมาแลดูยกกระชับอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในวิธียอดนิยมที่ตอบโจทย์คนยุคนี้เนื่องจากไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่ และใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยก็คือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยที่กำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าสถานพยาบาล สิ่งสำคัญที่ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องรู้คือ หัตถการนี้ทำงานอย่างไร และผลลัพธ์จะอยู่คงทนได้ยาวนานแค่ไหน

ทำไมแก้มถึงย้อย และส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร ?

ปัญหาแก้มห้อยหรือแก้มหย่อนคล้อยจนกรอบหน้าไม่ชัดเจนนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังชั้นนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายในใบหน้าเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝ่อตัวลงของกระดูกเบ้าตาและโหนกแก้ม รวมถึงการฝ่อตัวและการย้ายตำแหน่งของถุงไขมันบริเวณใบหน้าชั้นลึก เมื่อโครงสร้างภายในที่เป็นเสมือนฐานรากยุบตัวลง ผิวหนังด้านบนจึงขาดแรงพยุงและหย่อนคล้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง ก่อให้เกิดปัญหาร่องแก้มลึก ร่องมุมปาก และทำให้ใบหน้าดูมีลักษณะคว่ำลง

การทำงานของฟิลเลอร์ในการยกพยุงแก้ม

การเลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยจะไม่ใช่การฉีดเติมเนื้อสารเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อเพิ่มวอลูมให้แก้มดูใหญ่หรืออวบอิ่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิดฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกและตรงจุดที่มีการทรุดตัว เพื่อทำหน้าที่เสมือนตัวแสดงแทนกระดูกและไขมันที่สูญเสียไป เป็นการสร้างเสาเข็มต้นใหม่ช่วยยกพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยให้ลอยเด่นขึ้นอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ร่องลึกต่าง ๆ แลดูจางลง ช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล และทำให้ใบหน้าโดยรวมแลดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อย อยู่ได้นานแค่ไหน ?

สำหรับคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยว่าหลังจากเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานไหม? โดยทั่วไปแล้ว สารเติมเต็มในกลุ่มนี้จะสามารถคงประสิทธิภาพในการยกพยุงผิวได้ประมาณ 12 ถึง 24 เดือน ซึ่งความยาวนานของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญเหล่านี้

รุ่นแรละแบนด์ของผลิตภัณฑ์: สารเติมเต็มแต่ละรุ่นมีเนื้อเจลและความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเลือกใช้รุ่นที่มีโมเลกุลหนาแน่น คงตัวสูง และมีแรงยกพยุงมากพอสำหรับโครงสร้างแก้ม

การดูแลตัวเองและไลฟ์สไตล์: พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่ออัตราการสลายตัวของสารเติมเต็ม

อัตราการเผาผลาญของร่างกาย: ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการผลิตเอนไซม์มาสลายสารเติมเต็มตามธรรมชาติในความเร็วที่ต่างกัน จึงต้องทำความเข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

พฤติกรรมที่ช่วยล็อกผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

หากต้องการให้ผลลัพธ์หลังจากทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยอยู่คงทนได้ยาวนานเต็มประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยหลังทำ ควรปฏิบัติตามแนวทางดูแลตนเองดังนี้

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: เนื่องจากสารไฮยาลูรอนิกแอซิดมีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตรอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงสองสัปดาห์แรก จะช่วยให้เนื้อเจลฟูตัวและเซตตัวเข้ากับชั้นผิวได้อย่างสมบูรณ์

หลีกเลี่ยงปัจจัยความร้อนจัด: ในช่วง 14 วันแรกหลังทำ ควรงดการเข้าซาวน่า การอบไอน้ำ การอาบน้ำอุ่นจัด รวมถึงการทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า เพราะความร้อนอาจส่งผลให้สารเติมเต็มสลายตัวเร็วกว่าปกติ

งดการกดหรือนวดรุนแรง: หลีกเลี่ยงการจับ ลูบคลำ หรือนวดบริเวณแก้มบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สารเติมเต็มเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปจากจุดที่แพทย์คำนวณไว้

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้แก้มย้อยถือเป็นทางเลือกที่ช่วยจัดการปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้แลดูสมส่วนได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นระยะยาว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ควรเลือกเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่เปิดทำการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นสารของแท้ และที่สำคัญที่สุดคือต้องได้รับการประเมินและทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...