โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มติ ป.ป.ช. ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ‘จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา’ อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เดลินิวส์

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.03 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กรณีลงนามออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร. 2) ให้แก่บริษัท เทวา เอสเตท จำกัด เพื่อประกอบกิจการโรงแรม ยู เซนมายา (U ZENMAYA) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า เมื่อปี 2557 บริษัท เทวา เอสเตท จำกัด ได้ยื่นคำขอประกอบธุรกิจโรงแรมต่ออำเภอกะทู้ ทว่าพื้นที่ตั้งโครงการดังกล่าวอยู่ในบริเวณที่ 1 ซึ่งห่างจากแนวชายฝั่งทะเลรอบเกาะภูเก็ตเข้ามาในแผ่นดิน 50 เมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันสูงระหว่างร้อยละ 35–50 และอีกส่วนมีความลาดชันระหว่างร้อยละ 20–35 ซึ่งเข้าเงื่อนไขต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ทางบริษัทกลับไม่ได้ยื่นรายงาน EIA ประกอบคำขอ ซึ่งแม้ทางอำเภอกะทู้จะทำหนังสือติดตามให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมถึง 3 ครั้ง แต่บริษัทดังกล่าวส่งมาเพียงใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารเท่านั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 ก่อนที่นายจำเริญจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอเรื่องที่ค้างดำเนินการทั้งหมดมาเพื่อพิจารณา ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ทำบันทึกความเห็นเสนอรายละเอียดข้อเท็จจริงพร้อมระบุชัดเจนว่า คำขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมของบริษัทดังกล่าวยังขาดหนังสือเห็นชอบรายงาน EIA แต่นายจำเริญยังคงลงนามอนุมัติและลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้แก่บริษัทดังกล่าว

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ประกอบประกาศกระทรวงมหาดไทย และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลว่า นายจำเริญ มีความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

หลังจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการส่งสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือศาลที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...