โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อดีตลูกเขยโหด สารภาพฆ่ายกครัวแฟนสาว 3 ศพ ฝังไร่มันอำพราง อ้างถูกจับได้ขณะลักทรัพย์

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ตำรวจกองปราบชุดหนุมาน” คุมตัวลูกเขยหนุ่มวัย 42 ปี ไปชี้จุดฝังร่าง พ่อตาแม่ยายและแฟนสาว ในไร่มันสำปะหลัง พื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านโคกตักน้ำ ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ หลังรับสารภาพก่อเหตุสังหารยกครัว อ้างถูกอีกฝ่ายจับได้ว่าเข้าไปลักทรัพย์สินในบ้านพัก

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ และชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. คุมตัว นายสามารถ ปรึกษา อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่ลูก ชาวบ้าน อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ไปชี้จุดฝังศพในพื้นที่ไร่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 6 บ้านโคกตักน้ำ ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ หลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. สามารถตามจับกุมตัวนายสามารถ ได้ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ไพศาลี ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ว่า นายหวย สีตา อายุ 78 ปี นางติ๋ม สีตา อายุ 69 ปี และ น.ส.ภิวัฒน์พร สีตา อายุ 43 ปี 3 พ่อแม่ลูก ได้หายตัวไปจากบ้านพักอย่างปริศนา หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 542 ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 เมื่อไปถึง พบประตูหน้าบ้านถูกล็อกจากภายนอก ส่วนภายในบ้านไม่พบบุคคลใด มีเพียงสายไฟกล้องวงจรปิดที่ถูกตัดหรือทำลาย กับไม้กั้นห้องครัวที่มีร่องรอยถูกงัด

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เหลือ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 30 มิ.ย. นายสามารถ อดีตแฟนหนุ่มของ น.ส.ภิวัฒน์พร ได้ลักลอบเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะขับรถยนต์ออกไป จึงเชื่อได้ว่าผู้เสียหายทั้งสามคน ถูกนายสามารถลักพาตัวไปด้วย ตำรวจ สภ.ไพศาลี จึงประสานข้อมูลสืบสวนร่วมกับตำรวจ กก.4 บก.ป. เพื่อเร่งติดตามหาตัวนายสามารถ เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สูญหาย กระทั่งทราบว่าหลังออกจากบ้านพักของผู้สูญหายทั้ง 3 นายสามารถได้ขับรถยนต์มาจอดทิ้งไว้บริเวณถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ หมู่ 14 ต.คลอง 6 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนจะไปเปิดห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ใช้เป็นที่ซ่อนตัว เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. ได้เบาะแสจึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวไว้ได้

สอบสวน นายสามารถ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่าบุคคลทั้ง 3 จริง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ต่อเนื่อง 30 มิ.ย. ก่อนนำศพไปซ่อนอำพราง โดยก่อนหน้านี้ตนเคยคบหากับ น.ส.ภิวัฒน์พร หนึ่งในผู้ตาย ก่อนจะเลิกรากันไป แต่เนื่องจากตนมีหมายจับคดีลักทรัพย์ติดตัวไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน จึงแอบย้อนกลับไปที่บ้านที่เกิดเหตุในช่วงกลางคืน เพื่อจะไปขโมยเงินอีกรอบ เมื่อไปถึงก็ได้ถอดกล้องวงจรปิด ถอดเมมโมรี่การ์ดออก ก่อนหยิบมีดในห้องครัวเหน็บเอวไว้ เพื่อป้องกันตัวระหว่างขโมยทรัพย์สิน ระหว่างนั้นผู้ตายทั้ง 3 เดินออกจากห้องมาพบเห็นเข้าพอดี พร้อมกับง้างมีดดาบไทยจะฟันใส่ตน ตนจึงตัดสินใจใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวแทงสวนจนเสียชีวิตทั้ง 3 ราย ก่อนนำศพทั้งหมดขนขึ้นรถกระบะ แล้วนำไปฝังที่สวนมันสำปะหลัง ห่างจากบ้าน 1-2 กิโลเมตร แล้วขับรถหนีไป

นอกจากนี้ นายสามารถ ยังยอมรับว่า เคยแอบเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของผู้ตายมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 ได้เงินไป 114,000 บาท และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ปีเดียวกัน ได้เงินไป 32,000 บาท จึงย่ามใจกลับมาก่อเหตุอีกครั้งจนนำมาสู่การฆาตกรรมยกครัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการซักถาม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. ได้คุมตัว นายสามารถ ผู้ต้องหารายนี้ เดินทางไปยังไร่มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นจุดที่อ้างว่าเป็นที่ฝังศพผู้ตาย พร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ พฐ. ค้นหาศพ ก่อนพบศพของผู้ตายทั้ง 3 ราย ถูกฝังดินอำพรางอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...