วิดพื้นโชว์กลางศาลาว่าการ กทม. “เต้” เปิดนโยบายสุดพีก ดื่มน้ำคลอง-ขี่รถบิน-คืนชีพไดโนเสาร์
นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ว่าที่ที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพกรุงเทพมหานคร พานายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือ หน่อง ว่าที่ผู้ลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่ม กรุงเทพบินได้ เดินทางมายังอาคาร ไอยราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
โดยเมื่อมาถึง นายมงคลกิตต์ วิดพื้นโชว์ผู้สื่อข่าว หลายรอบ ทั้งวิดสองมือ และมือเดียว เพื่อโชว์พรรคกำลังตามนโยบายของกลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่ชูเรื่องของสุขภาพแข็งแรง
จากนั้นนายมงคลกิตต์ และ นายภาสพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งนายภาสพงศ์ บอกว่า อยากขอโอกาสพี่พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครช่วยพิจารณาผู้สมัครหน้าใหม่ ขอให้เปิดใจรับฟัง กลุ่มกรุงเทพบินได้มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะดูแลพี่น้องทุกระดับให้เท่าเทียม เมื่อถามทำไมถึงมาลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพ นายภาสพงศ์ ระบุตนเป็นคนกรุงเทพตั้งแต่เกิดเห็นปัญหามาหลายอย่าง และผู้ว่าแต่ละคนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ตอนที่พี่เต้เปิดโอกาสให้คนมาสมัคร ตนก็เข้ามาไม่ได้มีการพูดคุยนโยบาย ก็มีความเห็นตรงกัน ทางเรื่องการแก้ไขจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำท่วม
ขณะที่ นายมงคลกิตต์ บอกว่า นโยบายของกลุ่มกรุงเทพบินได้ มีทั้งหมด 48 ข้อตนเป็นคนคิด 33 ข้อ และ นายภาสพงศ์คิด 15 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาคนกรุงเทพ โดยไม่สนว่าใครจะมองนโยบายเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องของการทำคลองแสนแสบให้ดื่มได้ คนที่บอกว่าทำไม่ได้คือคนที่ไร้ความสามารถ นายเต้ อธิบายเพิ่มว่า ตนไปเห็นในหลายประเทศทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและสวิตเซอร์แลนด์ที่คลองในประเทศน้ำใสสามารถดื่มได้ ตนจึงนำแนวคิดนี้มาใช้กับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะที่คลองแสนแสบ ซึ่งตนได้ไปไหว้บวงสรวงเจ้าพ่อขวัญเรียมมาแล้ว ซึ่งการทำนั้นเราต้องมีการนำน้ำจากคลองแสนแสบมากรอง มาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นน้ำสะอาดดื่ม ส่วนน้ำในคลองจะต้องจัดการนำโลหะหนักออก เพื่อให้น้ำสะอาดสามารถลงไปเล่นได้ โดยตั้งเป้าไว้หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ ครึ่งปีแรกจะเริ่มทำเลย 2 กิโลเมตร ปีที่สองทำต่อเนื่องอีก 10 กิโล ปีที่ 3 และปีที่ 4 จะทำต่อเนื่องตลอดแนวคลอง ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการเรื่องคลองเปรมประชากร
นอกจากนี้ยังมีนโยบายเรื่องของอากาศ ที่ควบคุมการเผาไหม้ของควันรถและโรงงานให้เผาไหม้สมบูรณ์ไม่สร้างมลพิษในชั้นอากาศ และจะชูนโยบายกรุงเทพบินได้ ที่จะลดจราจรติดขัดบนท้องถนน ไปเพิ่มการจราจรบนฟ้า โดยการประสานประเทศจีนให้นำเข้ารถบินได้ ตั้งเป้าไว้ 100,000 คัน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหารถติดให้น้อยลง
นายมงคลกิตต์ ยังมีนโยบายตั้งสำนักจัดหาคู่ เพื่อให้กลุ่มคนในกรุงเทพสามารถมีคู่และผลิตลูกออกมา เพราะจากสถิติปีที่แล้วอัตราการเกิดในกรุงเทพมหานครน้อยลง จะส่งผลให้โรงเรียนไม่มีเด็กไปเรียน รวมถึงจะสร้างโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ให้เหมือนกับที่ประเทศเกาหลีเพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้หญิงสวยฟิต ส่วนผู้ชาย หล่อ ใหญ่ ยาว
นอกจากนี้จะนำเงินกองทุนของกรุงเทพไปซื้อโรงกลั่น เพื่อกลั่นน้ำมันดิบให้คนกรุงเทพสามารถเติมน้ำมันในราคาถูกไม่เกิน 32 บาทถือว่าเป็นสวัสดิการการลดภาษี ในการเติมน้ำมันให้กับคนกรุงเทพมหานคร
นายมงคลกิตต์ ยังบอกอีกว่า เหลือเวลาอีกเพียง 30 วัน ขอให้พี่น้องประชาชนเปิดใจรับฟังนโยบาย เพราะกลุ่มกรุงเทพบินได้ ยังมีนโยบาย ที่ต่อเนื่องมาจากสมัยที่ตนลงสมัคร คือการคืนชีพไดโนเสาร์ และการส่งคนไทยไปชั้นอวกาศ ซึ่งการวิจัยไดโนเสาร์มีการส่งนักวิจัยไปร่วมกับ ทีมตัดต่อพันธุกรรม ความคืบหน้าตอนนี้การคืนชีพเมมมอส และแร็พเตอร์ ไปครึ่งทางแล้ว ระหว่างนี้จะทำไดโนพาร์ค ในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยใช้โรบอต ที่เป็นรูปไดโนเสาร์ เพื่อสร้างแลนด์มาร์กในกรุงเทพ