ชาวบ้านคลองลัดโนด จ.ระนอง หวั่นแลนด์บริดจ์ทำป่าชายเลนพัง
วันที่ 27 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าว topnews เดินทางมาที่คลองลัดโนด อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ส่วนหนึ่งของผืนป่าชายเลนผืนใหญ่ไปถึงบริเวณปากน้ำหาดบางเบนและรอยต่ออุทยานแห่งชาติแหลมสน มีต้นโกงกางขึ้นติดกันอยู่อย่างหนาแน่นเป็นเกาะขนาดใหญ่นับหลายหมื่นไร่ มีอายุกว่า 200 ปี ป่าชายเลนผืนนี้ ทอดตัวยาวไปติดกับชายฝั่งจังหวัดพังงา ได้รับการปกป้องเป็น พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ.2540
อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากคนในพื้นที่ ล่าสุด นายรังสฤษฤ์ หวันร่าหมาน ตัวแทนกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวคลองลัดโนด อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ออกมาสะท้อนความกังวลว่า หากโครงการนี้เกิดขึ้นและมีการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศป่าชายเลนบางเบน อ่าวกะเปอร์ และทะเลสาบระนอง อู่ข้าวอู่น้ำของชาวบ้าน
โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านในตำบลม่วงกลวง ที่มีเรือประมงขนาดเล็ก มากกว่า 1,000 ลำ ปกติจะออกจับหมึกสาย วางลอบปูม้า และตกปลาในโซนอ่าวแห่งนี้ เนื่องจากปลอดภัยจากคลื่นลมพายุ หากพื้นที่นี้กลายเป็นท่าเรือเดินเรือขนาดใหญ่ ชาวบ้านจะไม่สามารถนำเรือเล็กออกไปหากินในทะเลลึกได้ และต้องสูญเสียอาชีพทันที นอกจากนี้ ในด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนมานานกว่า 20 ปี เสี่ยงที่จะพังทลายลง เพราะหากสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไป น้ำทะเลเปลี่ยนทิศทางจากการถมทะเล จะเกิดปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งและทำลายหาดทรายขาวกลางคลองซึ่งเป็นจุดขายหลัก รวมถึงกิจกรรมเด่นอย่างการพานักท่องเที่ยวไปปลูกป่าโกงกางทดแทน ก็อาจต้องยุติลงเช่นกัน ตัวแทนชุมชนยังตั้งคำถามสำคัญไปยังภาครัฐด้วยว่า ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่มาให้ข้อมูล หรือจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านตัวจริงเลย ทำให้เกิดความกังขาว่า รายงานการศึกษาสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ที่ภาครัฐนำไปอ้างอิงนั้น นำข้อมูลมาจากไหนในเมื่อไม่ได้ลงมาดูหน้างานจริง จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มาเปิดอกพูดคุยและรับฟังความเดือดร้อนจากปากของชาวบ้านโดยตรง ก่อนที่จะเดินหน้าโครงการ