โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘เนสท์เล่’ เดินหน้าสร้างความสำเร็จเนสกาแฟ ตอบโจทย์ผู้บริโภค สนับสนุนเกษตรกรไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

เนสท์เล่ เดินหน้าสร้างความสำเร็จของเนสกาแฟ ด้วยการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภค สนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพูดถึงเนสกาแฟ น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใครๆก็รู้จัก หากเป็นคอกาแฟ และยังครองความเป็นแบรนด์กาแฟยอดนิยมของคนไทย และเป็นหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด จากการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่สำหรับเมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไทยมาเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน

ขอบคุณภาพเฟซบุ๊ก: NESCAFÉ

อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่ย้ำว่ายังคงยืนหยัดและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักการเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ทั่วโลก และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เนสท์เล่ ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ในนานาประเทศทั่วโลก

เนสกาแฟ

ทั้งนี้ในอดีตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทยโดย บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงานบริษัท QCP ซึ่งรวมถึงการผลิต การจัดจำหน่าย และการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา ที่ใช้ในการผลิตเนสกาแฟนั้น เป็นของเนสท์เล่ เมื่อสัญญาการร่วมทุนสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2567 เป็นต้นมา บริษัท QCP จึงไม่มีสิทธิในการผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอีกต่อไป

กรณีการสิ้นสุดของสัญญากับบริษัท QCP ได้ยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2567 ทางคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่า การยุติสัญญาทั้งหมดชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง คำร้องที่ผู้ถือหุ้นอีกฝั่งยื่นต่อศาลสิงคโปร์ ในเวลาต่อมาก็ถูกยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน

โดยศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันโดยถึงที่สุดแล้วว่าการยุติสัญญากับบริษัท QCP เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถือหุ้น QCP อีกฝั่ง ได้รับทราบคำพิพากษาของศาล และได้มีการชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามคำสั่งศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนสกาแฟ

ในส่วนของคดีแพ่งที่ นายประยุทธ มหากิจศิริ และครอบครัว ได้ยื่นฟ้องเนสท์เล่และบริษัทในเครือในประเทศไทย ปัจจุบัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำสั่งให้โอนมาพิจารณาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีเขตอำนาจโดยตรง โดยคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

โดยเนสท์เล่ย้ำว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 130 ปี และยังคงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค พนักงาน เกษตรกรที่ทำงานร่วมกัน ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ และจะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...