โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเดือนเท่าไรถึงกู้ง่าย? สภาพัฒน์เผยคนไทยหันพึ่งโรงรับจำนำ-สหกรณ์ฯ ยอดเงินกู้แบงก์พาณิชย์ลดลง

Thairath Money

อัพเดต 19 พ.ค. เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 04.00 น.
ภาพไฮไลต์

“ขอกู้เงินธนาคารยากขึ้น”

นี่อาจไม่ใช่แค่ความรู้สึกของคนไทย แต่เป็นความกังวลว่าถ้ามีเรื่องด่วนหรือต้องกู้แบงก์ขึ้นมาจะได้รับการอนุมัติไหม แล้วทำไมคนไทยอาจกู้ยากขึ้น หรือต้องเงินเดือนเท่าไรถึงจะกู้ง่าย บทความนี้จะชวนมาหาคำตอบกัน

ทำไมยอดกู้สหกรณ์-โรงรับจำนำโต

แต่ฝั่งแบงก์พาณิชย์ลดลง…

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เล่าถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ระดับสูงกว่า 85% ซึ่งเรื่องที่น่ากังวลคือคุณภาพสินเชื่อที่ยังมีแนวโน้มแย่ลงโดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท คาดว่าจะด้อยลงต่อเนื่อง

แต่ปัญหาที่สำคัญกว่าคือการเข้าถึงสินเชื่อทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน เห็นได้จากไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา เงินให้กู้ยืมจากสหกรณ์และโรงรับจำนำนี้ยังคงขยายตัวสูงขึ้น ขณะที่ตัวเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์เองยังคงลดลงอยู่

เบื้องต้นมองว่าต้องเริ่มแก้จากการลดแรงกดดันหนี้เสียลงผ่านการสนับสนุนให้ภาคครัวเรือน ปรับโครงสร้างหนี้ (เช่น โครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้) และลดค่าใช้จ่ายลงเพื่อปรับตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ค่าครองชีพที่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงถัดไป

ดังนั้นอาจสรุปมุมมองของสภาพัฒน์ได้ว่า ตอนนี้คนไทยยังต้องการสินเชื่อ แต่ใช่ว่าทุกคนจะกู้กับธนาคารได้ง่ายๆ เนื่องจากสถานการณ์หนี้เสียยังเป็นปัญหา ทำให้สถาบันการเงินต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะให้กู้ไหมเพราะต้องรับให้ได้กับความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสีย จากข้อมูลนี้ยังสะท้อนว่าคนต้องหันไปพึ่งโรงรับจำหรือแหล่งเงินอื่นๆ แทน

ในมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 คนไทยยังต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ช่วงงานมหกรรมรถยนต์) และสินเชื่อเพื่อการบริโภค เพราะคนต้องการสภาพคล่องมากขึ้น

ถ้าถามว่าคนไทยกู้ยากขึ้นเพราะเกณฑ์สูงขึ้นหรือเปล่า รายงานล่าสุดของธปท. ระบุว่า สถาบันการเงิน ส่วนใหญ่ยังคงเกณฑ์ในการขอสินเชื่อไว้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่จะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง เช่น กลุ่มเสี่ยงที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท โดยอาจมีหลายแห่งปรับเพิ่ม Margin (เช่น เพิ่มอัตราดอกเบี้ย) หรือเพิ่มความเข้มงวดด้านหลักประกัน หรือมีการปรับเงื่อนไขเพิ่มเติม เป็นต้น

ขณะที่ในไตรมาส 2 ปี 2569 นี้มองว่า มาตรฐานการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และเพื่อการบริโภคอื่นในภาพรวมมีแนวโน้มทรงตัว จะมีแค่เช่าซื้อรถยนต์อาจเข้มงวดขึ้นในบางบริษัทตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ฟังดูแล้วใครที่อยากกู้แบงก์ไม่ว่าสินเชื่อประเภทไหน ต้องเตรียมตัวให้ดี ถ้าวางแผนการเงินไว้แล้วก็อาจช่วยให้การขอสินเชื่อง่ายขึ้น

ก่อนแบงก์ให้สินเชื่อเขาดูอะไรกัน?

หลายคนอาจคิดว่า "เงินเดือนสูง" คือปัจจัยเดียวที่จะทำให้กู้ผ่าน แต่ในความเป็นจริง ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ผ่านระบบที่เรียกว่า DSR (Debt Service Ratio) หรือ สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้

ปัจจุบันสัดส่วน DSR ที่ธนาคารยอมรับได้มักจะอยู่ที่ประมาณ 40% ของรายได้ บางเจ้าอาจให้สูงถึง 50% ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละธนาคาร คำว่า DSR 40% หมายถึงอะไร เราขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ เช่น รายได้ 20,000 บาท/เดือน ถ้าคำนวณ DSR ที่ 40% เท่ากับว่าจะมีวงเงินสำหรับผ่อนหนี้ต่างๆ ได้ไม่เกิน 8,000 บาท

สำหรับสินเชื่อบ้าน ข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีอยุธยามีสูตรให้คำนวณว่าเราจะขอสินเชื่อบ้านได้วงเงินสูงสุดเท่าไร คือ (รายได้ของผู้กู้ x 40%) x 150 = วงเงินกู้สูงสุด

  • ตัวอย่างที่ 1 พนักงานออฟฟิศ มีเงินเดือน 30,000 บาท
    (30,000 x 40%) x 150 จะได้วงเงินกู้สูงสุดราว 1,800,000 บาท
  • ตัวอย่างที่ 2 พนักงานออฟฟิศ มีเงินเดือน 50,000 บาท
    (50,000 x 40%) x 150 จะได้วงเงินกู้สูงสุดราว 3,000,000 บาท

แต่ถ้ามีหนี้อื่นๆ อยู่ สงสัยว่าจะกู้บ้านได้วงเงินเท่าไรก็สามารถใช้สูตรนี้ได้เลย (รายได้ของผู้กู้ x 40% - ภาระหนี้ที่มีอยู่) x 150 = วงเงินกู้สูงสุด

  • ตัวอย่างที่ 1 พนักงานออฟฟิศ มีเงินเดือน 30,000 บาท และมีภาระผ่อนรถยนต์อยู่ 7,000 บาทต่อเดือน
    ((30,000 x 40%) - 7,000) x 150 จะได้วงเงินกู้สูงสุดราว 750,000 บาท

สินเชื่อแต่ละประเภทอาจมีสูตรในการคำนวณไม่เหมือนกัน เพราะระยะเวลาในการกู้ อัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน แต่ทุกวันนี้หลายธนาคารก็ทำระบบมาช่วยให้เราคำนวณว่า จะกู้ได้วงเงินเท่าไร เช่น

  • สินเชื่อบ้าน: กรุงศรี, กสิกรไทย
  • สินเชื่อธุรกิจ SMEs: ธนาคารกรุงเทพ
  • สินเชื่อส่วนบุคคล: KKP, CardX (ในเครือ SCBX)

สุดท้ายแล้ว นอกจากความสามารถในการชำระหนี้ สถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ ยังดูประวัติในการชำระหนี้ของเราด้วย ว่าจ่ายหนี้ตรงเวลาไหม เคยเป็นหนี้เสียหรือเปล่า บริษัทที่ทำงานมั่นคงไหม มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอแค่ไหน อายุ อาชีพ และระยะเวลากู้

เรียกว่าถ้าใครจะขอสินเชื่อก็ต้องถูกสแกนดูความเสี่ยงทั้งหมด ถ้าอยากกู้ผ่าน เราอาจต้องเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

อ้างอิงข้อมูล สภาพัฒน์, ธปท., BAY

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินเดือนเท่าไรถึงกู้ง่าย? สภาพัฒน์เผยคนไทยหันพึ่งโรงรับจำนำ-สหกรณ์ฯ ยอดเงินกู้แบงก์พาณิชย์ลดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...