“ราคาทองคำโลก” ร่วงแรง 2% หลุด 4,200 ดอลลาร์ หลังสหรัฐถล่มอิหร่าน ดันกังวลเงินเฟ้อพุ่ง
"ราคาทองคำโลก" ร่วงแรง 2% หลุด 4,200 ดอลลาร์ หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านและความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ดันกังวลเงินเฟ้อพุ่ง
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 10.47 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันพุธ โดยร่วงแตะระดับต่ำกว่า 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารถูกยิงตก ส่งผลให้ความพยายามยุติสงครามในตะวันออกกลางเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก
ราคาทองคำสปอตร่วงลงสูงสุด 2% แตะระดับต่ำกว่า 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวลดลงแล้ว 1.6% ในวันก่อนหน้า โดยกองกำลังสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหราณว่าอยู่เบื้องหลังเหตุยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐตกนอกชายฝั่งโอมาน
สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งบนเกาะเกชม์และพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า อิหร่านจะไม่ปล่อยให้การโจมตีหรือการคุกคามใด ๆ ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้
ต่อมา สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีกองเรือที่ 5 ของสหรัฐในบาห์เรน ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างในภูมิภาค
เหตุปะทะรอบล่าสุดยังสร้างความเสี่ยงต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง และอาจทำให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยังคงหยุดชะงักต่อไป
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันพุธ โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุด 2% แตะระดับเหนือ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนลดช่วงบวกลงหลังสหรัฐประกาศยุติปฏิบัติการตอบโต้ทางทหาร
การฟื้นตัวของราคาน้ำมันยิ่งกระตุ้นความกังวลว่าเงินเฟ้อโลกอาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรืออาจกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ราคาทองคำปัจจุบันลดลงแล้วราว 20% จากระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อีกทั้งยังปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day Moving Average) ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่นักลงทุนสถาบันใช้ติดตามแนวโน้มระยะยาว ส่งผลให้เกิดแรงขายทางเทคนิคเพิ่มเติม
ซูกี คูเปอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Standard Chartered มองว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มเปราะบางมากขึ้นในระยะสั้น หากตลาดเริ่มคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
เธอเตือนว่า หากราคาทองคำปรับตัวลงต่อ จะทำให้กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำจำนวนมากเข้าสู่ภาวะขาดทุน ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายเพิ่มเติมและเพิ่มความเสี่ยงด้านขาลงของตลาด
คูเปอร์ประเมินว่า แนวรับทางเทคนิคสำคัญถัดไปของทองคำอยู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ความต้องการทองคำในอินเดียยังค่อนข้างอ่อนแอ แต่ตลาดจีนยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยส่วนต่างราคาทองคำในประเทศยังทรงตัวต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ณ เวลา 10.55 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำสปอตลดลง 2% อยู่ที่ 4,175.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาโลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับตัวลงเช่นกัน โดยราคาเงินลดลง 2.3% เหลือ 63.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมและพัลลาเดียมอ่อนตัวลง ส่วนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทรงตัวใกล้ระดับเดิม
อ้างอิง : finance.yahoo.com