โฆษกรัฐบาล" ยันไม่มีนโยบายปิดกั้น สื่อ โต้ข่าวลือมีคำสั่งเฝ้าระวัง แทรกแซง
สืบเนื่องจากการที่ สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า วันที่ 20 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ 2 พิธีกรรายการเจาะลึกทั่วไทย inside Thailand ประกาศยุติการออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแทรกแซงสื่อจากรัฐบาลหรือไม่นั้น
ล่าสุด แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยสำนักข่าวอิศราว่า การยุติการออกอากาศรายการดังกล่าว ผู้มีอำนาจในรัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งการใดๆ การหยุดออกอากาศนี้เป็นเรื่องระหว่างนายดนัยกับผู้บริหารใน บมจ.อสมท.เท่านั้น แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ทีมกฎหมายฝ่ายการเมืองที่ดูเรื่องการสื่อสารของรัฐบาลมีการมอนิเตอร์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยมีสำนักข่าวที่อยู่ในข่ายต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น 3 แห่ง สำหรับสาเหตุที่ต้องจับตาสื่อมวลชนทั้ง 3 แห่ง เพราะมีการนำเสนอข่าวในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอยู่หลายครั้ง ซึ่งในบางครั้งปราศจากข้อเท็จจริง ไม่มีพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนและเกินเลยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล จึงต้องมีการจับตาเป็นพิเศษ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลรายเดิมระบุว่า ขณะที่สื่อที่เป็นสำนักข่าวตรวจสอบการทุจริตชัดเจน อาทิ สำนักข่าวอิศรา นั้น ก็มีการมอนิเตอร์เช่นกัน แต่ไม่ได้มีการเฝ้าระวังอะไรพิเศษ เพราะเข้าใจเจตนารมณ์ในการนำเสนอข่าวสู่สาธารณะ และรัฐบาลพร้อมที่จะให้ถูกตรวจสอบ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่สื่อนำเสนอต้องเชื่อถือได้ ไม่ใช่การนำมาต่อสาธารณะเพียงต้องการลดความเชื่อถือของรัฐบาล โฆษกรัฐบาลแจง ไร้การเฝ้าระวังสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง ชี้สื่อวิจารณ์ได้ พร้อมฟัง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีมีรายงานข่าวเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพสื่อ และมีการอ้างว่ารัฐบาลมอนิเตอร์ จับตา หรือเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษ ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง และไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันหลักการชัดเจนว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเคารพการทำหน้าที่ของสื่อทุกแขนง ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ และผู้ผลิตเนื้อหาสาธารณะ โดยเฉพาะการรายงานที่อยู่บนฐานข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม “รัฐบาลไม่มีการแทรกแซงสื่อ ไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดดันการทำหน้าที่ของสื่อ” น.ส.รัชดากล่าว โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ประชาชนเห็นได้ทุกวัน คือสื่อมวลชนยังคงนำเสนอข่าว ตรวจสอบ แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลมีนโยบายปิดกั้นสื่อจริง ภาพการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ย่อมไม่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างที่เป็นอยู่ สำหรับกรณีรายการเจาะลึกทั่วไทย ซึ่งมีการประกาศยุติการออกอากาศกับทาง อ.ส.ม.ท. นั้น น.ส.รัชดากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือการแทรกแซงจากรัฐบาล และไม่ได้หมายความว่าสื่อหรือผู้ดำเนินรายการจะไม่สามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ หรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาลได้อีก สื่อทุกแขนงยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ ภายใต้ข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม น.ส.รัชดา ยังกล่าวว่าด้วยว่า ในการทำงานของภาครัฐมีความจำเป็นที่ต้องติดตามข่าวหรือมอนิเตอร์ข่าว เป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลรับรู้เสียงสะท้อน ปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อวิจารณ์จากประชาชน ในกรณีพบข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะโดยเร็ว ไม่ใช่การจำกัดสิทธิหรือคุกคามสื่อใดเป็นการเฉพาะ และถ้าจะไม่ให้มีการติดตามข่าวสารเลย รัฐบาลจะรับรู้เสียงสังคมได้อย่างไร ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้การเมืองไทยเดินไปในทางสร้างสรรค์ ไม่มองผู้ตรวจสอบเป็นคู่ขัดแย้ง สื่อ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และฝ่ายการเมืองควรทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา เพราะผลประโยชน์สุดท้ายตกอยู่กับประชาชนและประเทศโดยรวม รัฐบาลพร้อมรับฟังและเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง และย้ำว่าไม่มีนโยบายแทรกแซงสื่อ ยึดหลักเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชนตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยโดยเคร่งครัด