โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังระอุ! เขมรยิงปืนยั่ยุรายวัน ทบ.ยันไร้เหตุผิดปกติ

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • RS PCL
ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังระอุ! เขมรอ้างไทยยิงปืน 22 นัด ทบ.ยันไร้เหตุผิดปกติ ชี้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ พร้อมจับตายั่วยุใกล้ชิด

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังนักข่าวภาคสนามฝั่งกัมพูชาเผยแพร่คลิป อ้างว่าได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องจากฝั่งไทยรวม 22 นัด บริเวณด่านพรมแดนโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับช่องจอม จ.สุรินทร์ของไทย

ล่าสุดพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ยังไม่ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามา พร้อมระบุว่าหากฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้อาวุธเพื่อระงับเหตุหรือปรามสถานการณ์ ส่วนใหญ่มักเป็นการยิงเพียง 1-2 นัด หรือไม่เกิน 5 นัด ไม่ใช่การยิงต่อเนื่องกว่า 20 นัดในลักษณะเดียวกับที่ฝ่ายกัมพูชาเคยดำเนินการเมื่อสัปดาห์ก่อน ดังนั้นข้อมูลจากฝั่งกัมพูชายังถือว่าต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม แม้กองทัพไทยจะติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

โฆษกกองทัพบก ยังย้ำว่า ขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากแนวพื้นที่รับผิดชอบมีระยะทางยาวกว่า 400 กิโลเมตร และสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอยู่ในความสนใจของนานาชาติ การสื่อสารข้อมูลจึงจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุ ด้วยการอุจจาระบริเวณแนวลวดหนามในพื้นที่โอร์เสม็ดนั้น พลตรีวินธัย ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าจากพฤติกรรมที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ เพราะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกัมพูชาบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่ม มักมีพฤติกรรมไม่เรียบร้อย ใช้วาจายั่วยุ ทะเลาะเบาะแว้ง รวมถึงพยายามบันทึกภาพ เพื่อนำไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย

เมื่อถูกถามถึงเจตนาของพฤติกรรมดังกล่าว มีนัยยะอะไรหรือไม่ โฆษกกองทัพบก มองว่า อาจเป็นความพยายามยั่วยุหรือก่อกวน เพื่อให้ฝ่ายไทยแสดงปฏิกิริยาบางอย่างออกมา แต่ฝ่ายไทยยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสามารถอธิบายต่อทั้งสังคมภายในประเทศและนานาชาติได้

นอกจากนี้ยังมีการสอบถามถึงกรณีข่าวการนำผู้ต้องขังกัมพูชามาปฏิบัติงานบริเวณชายแดน ซึ่งโฆษกกองทัพบก ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพในพื้นที่ เพียงแต่ฝั่งกัมพูชามีแนวคิดให้ผู้ต้องขังได้ฝึกวิชาชีพ คล้ายกับแนวทางของไทยที่ต้องการให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีอาชีพ พร้อมย้ำว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่จะนำผู้ต้องขังมาใช้ในภารกิจทางทหาร เพราะขัดต่อหลักสากล และไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานของกองทัพไทย

ส่วนข้อกังวลว่ากัมพูชาอาจพัฒนาผู้ต้องขังให้กลายเป็นกำลังพลทางทหารในอนาคตนั้น โฆษกกองทัพบก มองว่า การเป็นทหารต้องผ่านกระบวนการและระบบทางทหารที่เป็นมาตรฐาน ไม่สามารถนำบุคคลทั่วไปเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมากัมพูชาเคยใช้กำลังพลใหม่จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องวินัยและการใช้อาวุธอยู่บ่อยครั้ง จึงเชื่อว่าหากจะพัฒนาบุคลากรด้านการทหาร ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามหลักสากลเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...