โฆษกรัฐบาล เผยผลปราบอาชญากรรมไซเบอร์ของรัฐบาลเป็นรูปธรรม หลังเดินหน้าคุมเข้มซิมการ์ด-ธุรกรรมการเงิน
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนบัญชีม้า และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงต่อเนื่อง เป็นผลจากการดำเนินมาตรการเข้มข้นของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะกรรมการอำนวยการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งเริ่มขับเคลื่อนจริงจังมาตั้งแต่ปลายปี 2568 ในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 โดยนายกฯ กำชับแนวทางทำงานกับทุกหน่วยงานว่าให้ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
น.ส.รัชดา กล่าวว่า มาตรการที่ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ทั้งจัดระเบียบซิมการ์ดให้ลงทะเบียนที่ศูนย์บริการเท่านั้น จำกัดซิมบุคคลธรรมดาไม่เกิน 5 เลขหมายต่อคน ห้ามใช้ SIM BOX หรือ Gateway ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ควบคุมเสาสัญญาณชายแดนไม่ให้สัญญาณข้ามแดนผิดกฎหมาย และเปิดระบบบล็อกสายจากต่างประเทศ พร้อมคัดกรองเบอร์ต้องสงสัยแบบเรียลไทม์
ด้านธุรกรรมการเงิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยกระดับการตรวจสอบเข้มขึ้น ทั้งการทำ KYC ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตำรวจไซเบอร์ การพัฒนาระบบ account bureau เพื่อตรวจจับพฤติกรรมเปิดบัญชีผิดปกติ การคุมธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทต่อวันขึ้นไป และการเชื่อมข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อตัดตอนนอมินีตั้งแต่ชั้นจดทะเบียนบริษัท
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทางด้านบัญชีม้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ระบบ Central Fraud Registry เป็นฐานข้อมูลกลาง แลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีต้องสงสัยระหว่างภาคการเงินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทำให้การตรวจจับ ระงับ และติดตามบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทำได้เร็วขึ้น โดยผลตรวจจับเชิงรุกช่วง ต.ค.68-พ.ค.69 พบบัญชีม้าบุคคลธรรมดา 189,887 บัญชี บัญชีนิติบุคคล 10,672 บัญชี และธุรกรรมเกี่ยวข้อง 1,140,731 รายการ ขณะที่บัญชีบุคคลธรรมดาลดลง 76.9% บัญชีนิติบุคคลลดลง 88.4% และธุรกรรมลดลง 66.1%
นอกจากนี้ ขยายผลไปถึงทรัพย์สินและผู้บงการ โดยสำนักงาน ปปง. มีคำสั่งยึด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติกลุ่มนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ จำนวนกว่า 102 รายการ มูลค่าประมาณ 20,392 ล้านบาท ในจำนวนนี้รวมถึงเงินและหลักทรัพย์ในบริษัทหลักทรัพย์ กว่า 7,720 ล้านบาทด้วย
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า หน่วยงานยังมีการปรับระบบรับแจ้งเหตุผ่านศูนย์แก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และระบบรับแจ้งความออนไลน์ ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลคดี เชื่อมต่อกับสถาบันการเงิน เพื่อให้การอายัดธุรกรรมรวดเร็วขึ้น และไม่ปล่อยให้ผู้เสียหายต้องวิ่งหาหลายหน่วยงานเองเหมือนที่ผ่านมา
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในด้านกฎหมายศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ได้ออกหลักเกณฑ์ประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยช่วง มี.ค.-พ.ค. 69 ดำเนินการได้ 4,129 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 180.09 ล้านบาท
ในมิติระหว่างประเทศ ไทยยังเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ UN และ UNODC เพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ตั้งเป้ายื่นสัตยาบันภายในเดือน ธ.ค. 69 รวมทั้งริเริ่มความร่วมมือในกรอบ APEC ด้านแนวทางต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์
“ตัวเลขบัญชีม้า และคดีไซเบอร์ที่ลดลงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานหนักต่อเนื่อง รัฐบาลจะเดินหน้าต่อให้ถึงต้นตอ ผู้กระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมายโดยเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น” น.ส.รัชดา กล่าว