สกอตแลนด์ประเดิมบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี ดวลเฮติที่บอสตัน แม็คโทมิเนย์ฟิตทันลงตัวจริง
สกอตแลนด์เตรียมลงสนามพบเฮติที่บอสตัน ในเกมฟุตบอลโลกนัดแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1998 โดยทีมของสตีฟ คลาร์กมีโอกาสขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่ม หากเก็บชัยชนะได้ หลังบราซิลทำได้เพียงเสมอโมร็อกโก 1-1 ในนิวยอร์กก่อนหน้านี้
ข่าวดีสำคัญของทัพ “ตาร์ตัน อาร์มี” คือสกอตต์ แม็คโทมิเนย์ผ่านความฟิตและมีชื่อเป็นตัวจริง แม้ก่อนเกมจะมีความกังวลว่าเขาอาจพลาดลงสนามเพราะอาการป่วยเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ขณะที่แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันรับหน้าที่กัปตันทีม
ก่อนเริ่มเกม บรรยากาศของแฟนบอลสกอตแลนด์คึกคักอย่างยิ่ง มีการร้องเพลง “ฟลาวเวอร์ส ออฟ สกอตแลนด์” อย่างกึกก้อง โดยมีเนื้อเพลงขึ้นบนจอใหญ่ในสนาม ขณะที่ทีมชาติสกอตแลนด์ลงเล่นในชุดสีแซลมอน ซึ่งถูกพูดถึงอย่างมากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังลูกจักรยานอากาศอันโด่งดังของแม็คโทมิเนย์
สตีฟ คลาร์กยังคงใช้ระบบ 4-4-2 ที่ทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่อง แม้สก็อตต์ แม็คเคนนาจะพลาดซ้อมในสัปดาห์นี้ ทำให้แกรนต์ แฮนลีย์ได้รับโอกาสลงคุมแนวรับ ส่วนแนวรุกใช้ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์จับคู่กับเช อดัมส์
รายชื่อผู้เล่นเฮติพบสกอตแลนด์
ผู้รักษาประตู: พลาซิด
กองหลัง: อาร์คุส, อาเด, เดลครัวซ์, เอ็กซ์พีเรียนซ์
กองกลาง: ลูอิซิอุส, ฌักส์, เบลการ์ด
กองหน้า: โพรวิเดนซ์, ปิแอร์โรต์, อิซิดอร์
รายชื่อผู้เล่นสกอตแลนด์พบเฮติ
ผู้รักษาประตู: กันน์
กองหลัง: ฮิกกีย์, เฮนดรี, แฮนลีย์, โรเบิร์ตสัน
กองกลาง: แกนนอน-โด๊ก, แม็คโทมิเนย์, เฟอร์กูสัน, แม็คกินน์
กองหน้า: แชงค์แลนด์, อดัมส์
เฮติอาจไม่ใช่งานง่ายสำหรับสกอตแลนด์ แม้ถูกมองว่าเป็นรอง โดยทีมมีผู้เล่นคุ้นชื่ออย่างวิลสัน อิซิดอร์จากซันเดอร์แลนด์ยืนเป็นกองหน้าตัวหลัก และฌอง-ริกเนอร์ เบลการ์ดจากวูล์ฟส์คุมแดนกลาง ข้อมูลจากฟีฟ่าระบุว่าเฮติอาจมาในระบบ 4-2-4 ซึ่งอาจทำให้เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก
ขณะเดียวกัน เกมคู่เปิดกลุ่มระหว่างบราซิลกับโมร็อกโกจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 โดยโมร็อกโกออกนำก่อนจากอิสมาเอล ไซบารี ในนาทีที่ 21 หลังเริ่มเกมได้อย่างดุดัน ก่อนที่วินิซิอุส จูเนียร์จะยิงประตูตีเสมอให้บราซิลในอีก 11 นาทีต่อมา
บราซิลครองเกมได้มากขึ้นในครึ่งหลัง แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับโมร็อกโกได้ ขณะที่ยาสซีน บูนู นายทวารโมร็อกโกเซฟลูกยิงได้อย่างมั่นคง ส่วนช่วงท้ายเกมอลิสซอน เบ็คเกอร์ของบราซิลต้องออกแรงเซฟสองจังหวะสำคัญ ทำให้ทีมแซมบ้าเอาตัวรอดจากความพ่ายแพ้ไปได้
เกมดังกล่าวยังมีคนดังเข้าชมจำนวนมาก รวมถึงทอม เบรดีและทราวิส สก็อตต์ ซึ่งถูกถ่ายภาพร่วมกับเนย์มาร์ก่อนเกม โดยเนย์มาร์ยังไม่พร้อมลงสนามให้บราซิล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บน่องและยังไม่ได้กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบ คาร์โล อันเชล็อตติคาดว่าเขาอาจกลับมาซ้อมกับทีมได้ในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่แน่ว่าจะพร้อมสำหรับเกมต่อไปกับเฮติหรือไม่
อีกหนึ่งประเด็นใหญ่ของทัวร์นาเมนต์เกิดขึ้นในเกมที่กาตาร์เสมอสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 เมื่อฟีฟ่าต้องออกมายอมรับว่ามีปัญหาทางเทคโนโลยีระหว่างการแข่งขัน หลังระบบวีเออาร์ขัดข้องในเกมดังกล่าว สวิตเซอร์แลนด์ได้จุดโทษจากจังหวะที่มีข้อโต้แย้ง เพราะภาพชี้ว่าเรโม ฟรอยเลอร์อาจอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์ที่เขาถูกผู้รักษาประตูทำฟาวล์
แกรี เนวิลล์ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เกม ตั้งคำถามว่าทำไมฟีฟ่าจึงไม่แสดงภาพยืนยันจากระบบล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ เพื่อพิสูจน์ว่าจังหวะดังกล่าวไม่ล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม กาตาร์มาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 94 จากบูอาเลม คูคี กัปตันทีมที่เติมขึ้นมาโหม่งทำประตู ช่วยให้กาตาร์เก็บแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศได้สำเร็จ
ด้านเยอรมนีกำลังเตรียมลงเล่นนัดเปิดสนามกับกือราเซา โดยยูเลียน นาเกลส์มันน์จะต้องเผชิญแรงกดดันตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ หลังเยอรมนีตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลกสองครั้งหลังสุด และถูกคาดหวังอย่างสูงว่าต้องกลับมาทำผลงานให้สมศักดิ์ศรีอดีตแชมป์โลก 4 สมัย
มิโรสลาฟ โคลเซ ตำนานทีมชาติเยอรมนี ยังมองว่าสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกของเขาที่ 16 ประตู อาจถูกทำลายในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยลิโอเนล เมสซีมี 13 ประตู และคีลิยัน เอ็มบัปเปมี 12 ประตู ก่อนเริ่มการแข่งขัน อีกทั้งรูปแบบการแข่งขันที่ขยายจำนวนทีมและเพิ่มจำนวนเกม ทำให้มีโอกาสมากขึ้นสำหรับดาวยิงระดับโลกในการทำประตูเพิ่ม
สำหรับสกอตแลนด์ เกมพบเฮติถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในฟุตบอลโลกหนนี้ หากคว้าชัยได้ พวกเขาจะกุมความได้เปรียบทันทีในกลุ่ม และสร้างความหวังครั้งใหญ่ให้แฟนบอลที่รอคอยการกลับมาบนเวทีฟุตบอลโลกมายาวนานเกือบสามทศวรรษ
ที่มา: เดอะ มิร์เรอร์