โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา ครม. ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 3 เดือน คลังชงผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
จับตา ครม. ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 3 เดือน คลังชงผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันนี้ (7 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยมีวาระสำคัญหลายเรื่อง ทั้งการต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการพิจารณาโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการด้านพลังงาน

วาระสำคัญที่ต้องจับตา คือ การพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 19 ตุลาคม 2569 ตามมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.)

ด้านกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิบางประการ ได้แก่ การไม่นำกรณีที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะผู้อุปการะ มาเป็นเหตุในการตัดสิทธิ รวมถึงไม่นำสินเชื่อภาคการเกษตรที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท มารวมเป็นเกณฑ์พิจารณา เนื่องจากเป็นสินเชื่อตามฤดูกาลเพาะปลูกหรือสินเชื่อเยียวยาภัยพิบัติ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั่วไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนโครงการกว่า 19 ล้านคน เข้าสู่ระบบคัดกรอง Data Lake ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ 40 แห่ง และเตรียมประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติรับสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ ครม. ยังเตรียมพิจารณาวาระสำคัญจากหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ขณะที่กระทรวงกลาโหม เสนอร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศออสเตรเลีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ ซึ่งจะมีการลงนามในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569

ส่วนกระทรวงการคลัง จะเสนอการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับรอบการนำส่งเงินประจำปี 2569 รวมถึงเสนอการกู้เงินจากธนาคารโลก เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ของกรมทางหลวงชนบท

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน จะเสนอแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานหมุนเวียนของประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รวมถึงมาตรการรองรับและกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลและพลังงานชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศและลดผลกระทบจากการนำเข้าน้ำมันต่อดุลบัญชีเดินสะพัด

อีกหนึ่งวาระที่น่าจับตา คือ กระทรวงกลาโหม เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพิ่มเติม เพื่อรองรับภารกิจและสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านตะวันออก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...