การบินไทย ชี้แจงคดีลูกเรือขนเฮโรอีน เดินหน้าสอบวินัย ย้ำไม่กระทบเที่ยวบินออสเตรเลีย
การบินไทย ยืนยันบริษัทไม่เข้าไปก้าวก่ายกระบวนการสอบสวนกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกจับกุมในออสเตรเลียคดีลักลอบขนเฮโรอีน เดินหน้าตรวจสอบทางวินัยตามระเบียบองค์กร ย้ำเป็นการกระทำเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ปัญหาเชิงระบบ ขณะที่เที่ยวบินเส้นทางออสเตรเลียยังดำเนินการได้ตามปกติ
7 กรกฎาคม 2569 นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกทางการออสเตรเลียจับกุมในข้อกล่าวหาลักลอบขนยาเสพติดประเภทเฮโรอีน นั้นบริษัทยืนยันไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พร้อมเดินหน้าสอบสวนทางวินัยภายในองค์กรควบคู่กัน โดยย้ำว่าหากพบการฝ่าฝืนระเบียบจะดำเนินการตามข้อบังคับของบริษัทอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่แล้วเสร็จ และข้อเท็จจริงยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงยังไม่สามารถสรุปรายละเอียดของคดีได้ โดยการบินไทยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกระบวนการสอบสวน แต่จะติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล
ในส่วนของการดำเนินการภายใน บริษัทได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทางวินัยแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยผลการสอบสวนได้ โดยบริษัทมีข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การนำสิ่งของขึ้นเครื่องบินเพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือการกระทำใดที่ฝ่าฝืนระเบียบ ถือเป็นความผิดทางวินัย และหากผลการสอบสวนยืนยันว่ามีการกระทำผิด บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีการสื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อห้ามและมาตรฐานการปฏิบัติงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการกระทำเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ข้อบกพร่องของระบบการกำกับดูแลภายในองค์กร พร้อมยืนยันว่าบริษัทจะยกระดับมาตรการกำกับดูแลบุคลากรให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก
สำหรับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลต่อการจองบัตรโดยสารหรือความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร รวมถึงการให้บริการเที่ยวบินระหว่างไทยและออสเตรเลียยังดำเนินการได้ตามปกติ โดยจนถึงขณะนี้การบินไทยยังไม่ได้รับการแจ้งข้อจำกัดหรือมาตรการเพิ่มเติมจากทางการออสเตรเลีย
ทั้งนี้ บริษัทจะติดตามผลการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และพร้อมชี้แจงต่อสาธารณชนเมื่อมีข้อเท็จจริงหรือผลการสอบสวนที่เป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้โดยสาร ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย