นายกฯ ร่วมฉลองวันชาติอียิปต์ ย้ำมิตรภาพไทย-อียิปต์แน่นแฟ้นกว่า 70 ปี
“อนุทิน” ร่วมงานวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ครบรอบ 74 ปี ย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานบนพื้นฐานความไว้วางใจและมิตรภาพของประชาชนทั้งสองประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการเชื่อมโยงไทยกับภูมิภาคแอฟริกา
7 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 18.30 น. ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ตามคำเชิญของนางฮาละฮ์ ยูซุฟ อะห์มัด เราะญับ (H.E. Mrs. Hala Youssef Ahmed Ragab) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย
เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย ก่อนมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และร่วมชมนิทรรศการ “Egyptian Ancient Civilization through the Art of Papyrus” ซึ่งนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์และอารยธรรมอันยาวนานของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีการอย่างเป็นทางการ โดยมีการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ รับฟังคำกล่าวเปิดงานของเอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำประเทศไทย และกล่าวแสดงความยินดีในนามรัฐบาลไทย ก่อนร่วมพิธีตัดเค้กเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันชาติ และถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้แทนทางการทูตและแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำประเทศไทย สำหรับสารแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงถ้อยคำแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ครบรอบ 74 ปี พร้อมย้ำว่าไทยและอียิปต์มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ ความไว้วางใจ และมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศมายาวนานกว่า 70 ปี
ทั้งนี้ อียิปต์ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาหรับและทวีปแอฟริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองประเทศต่างภาคภูมิใจร่วมกัน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเสด็จแทนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปเชียน (Grand Egyptian Museum) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีอียิปต์ ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ
สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทยและอียิปต์มีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาคธุรกิจไทยได้ขยายการลงทุนในอียิปต์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ภาคเอกชนมีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระดับประชาชนยังถือเป็นรากฐานสำคัญของมิตรภาพไทย–อียิปต์ โดยอียิปต์เป็นจุดหมายสำคัญของนักศึกษาไทยมุสลิมที่เดินทางไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยประมาณ 3,600 คน ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและความผูกพันระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาผ่านข้อริเริ่มความร่วมมือไทย–แอฟริกา (Thailand–Africa Initiative) และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากอียิปต์ในฐานะมิตรประเทศและหุ้นส่วนสำคัญของไทย พร้อมอวยพรให้รัฐบาลและประชาชนชาวอียิปต์ประสบแต่สันติภาพ ความก้าวหน้า และความเจริญรุ่งเรืองสืบไป.