โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุลกากร ปัดฝุ่นองค์กร 152 ปีปั๊มรายได้ 4.7 แสนล้าน เลิกเงินรางวัล ล้างมาเฟียภาษีรับเกณฑ์ OECD

การเงินธนาคาร

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมศุลกากร เปิดเกมรุกปีที่ 152 ปรับบทบาทเป็นลมใต้ปีกหนุนภาคเอกชนไทย โชว์ตัวเลข 9 เดือนแรก ปั๊มรายได้ส่งประเทศเฉียด 4.8 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง ลุยรื้อกระบวนการดิจิทัลลดต้นทุนขนส่ง พร้อมเคลียร์บ้านให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากรครบรอบ 152 ปีว่า กรมศุลกากรได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ภายใต้นโยบาย “10 พลัส” และ “ENGINE เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” เพื่อยกระดับองค์กรครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด NEXT DRIVE CUSTOMS

โดยจะเปลี่ยนผ่านบทบาทจากการเป็นหน่วยงานด้านพิธีการศุลกากร การปราบปรามการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย และการมุ่งเน้นจัดเก็บภาษีแบบเดิม ไปสู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศใน 3 มิติหลัก คือ การเป็นผู้ส่งเสริมการค้า (TRADE ENABLER) การคุ้มครองสังคม (SOCIAL PROTECTOR) และการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ (REVENUE COLLECTOR)

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) ในด้านการจัดเก็บรายได้ กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นอากรศุลกากร 85,766 ล้านบาท และเป็นการจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานอื่น ได้แก่ กรมสรรพากร 308,016 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 43,725 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 38,596 ล้านบาท เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินในการพัฒนาประเทศต่อไป

ขณะที่บทบาทด้านการคุ้มครองสังคมและรักษาความมั่นคง มีการปราบปรามการกระทำความผิดและตรวจพบการหลีกเลี่ยงภาษีอากรรวม 43,796 คดี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 26.5 ผลงานสำคัญประกอบด้วย การจับกุมยาเสพติด เช่น ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 214 คดี มูลค่ากว่า 691 ล้านบาท น้ำหนักรวมกว่า 917 กิโลกรัม การตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์รวม 2,537 คดี มูลค่ากว่า 370 ล้านบาท ปริมาณรวมกว่า 65 ล้านชิ้น นอกจากนี้ยังมีการตรวจยึดสินค้ากัญชาอีก 3,309 คดี ปริมาณรวม 37,210 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 474 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมไปถึงการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศในเวทีการค้าโลก

“กรมศุลกากรในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงประตูการค้าของประเทศ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเราพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ลดต้นทุน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง” นายพันธ์ทอง กล่าว

ส่วนในด้านการส่งเสริมการค้าและการปฏิรูประบบศุลกากร กรมศุลกากรได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการทำงานเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า โดยมีมาตรการสำคัญที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เช่น การเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สินค้าที่ผลิตในประเทศ การลงนาม MOU กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการขนส่ง และการพัฒนระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยลดเวลารอตรวจปล่อยสินค้าจากเดิมเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน หรือลดลงถึงร้อยละ 85.81

นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าบางส่วน ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง ตลอดจนการยกระดับบริการดิจิทัลผ่านระบบ Tariff e-Service รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ควบคู่ไปกับการยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา โดยปัจจุบันได้ปรับปรุงระเบียบเพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูงแล้ว และกำลังเดินหน้าผลักดันยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรในทุกระดับ เพื่อลดผลประโยชน์ทับซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...