โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เทรนด์ใหม่อสังหาฯไทย’ กู้ไม่ผ่าน สู่..ไม่กล้ากู้ เช่าออม-ทดลองอยู่มาแรง เน้นคุ้มค่า

SpringNews

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่แตกต่างจากในอดีต เมื่อปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การขอสินเชื่อไม่ผ่านอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเป็นภาวะ ‘ไม่กล้ากู้’ จากความกังวลต่อภาระหนี้ระยะยาว ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูง รายได้ที่ไม่แน่นอน และภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน แม้ยังมีความต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยก็ตาม

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าจำนวนไม่น้อยตัดสินใจยกเลิกการซื้อบ้านในช่วงก่อนโอนกรรมสิทธิ์ แม้จะเลือกยูนิต วางเงินจอง และเตรียมยื่นกู้แล้วก็ตาม โดยข้อมูลของบริษัทพบว่า Self-Rejection หรือการที่ลูกค้าปฏิเสธการซื้อด้วยตัวเอง มีสัดส่วนราว 50% ของการไม่โอนทั้งหมด สูงกว่าการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ (Bank Reject) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 40% สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้หมดความฝันในการมีบ้าน แต่ขาดความมั่นใจว่าจะรับภาระผ่อนระยะยาวไหว

เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เสนาดีเวลลอปเม้นท์จึงผลักดัน 'LivNex เช่าออมบ้าน' โมเดลที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังไม่มั่นใจได้ทดลองใช้ชีวิตในบ้านจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เปรียบเสมือน 'Safe Zone' สำหรับคนที่อยากมีบ้านแต่ยังไม่พร้อมเป็นหนี้ระยะยาว

โมเดลเช่าออมบ้านเปิดให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยและผ่อนชำระในรูปแบบค่าเช่าก่อน โดยสามารถล็อกราคาบ้านไว้ตั้งแต่วันแรก เงินที่ผ่อนในช่วง 3 ปีแรกจะนำไปหักเป็นเงินต้นของราคาบ้าน ทำให้เมื่อผ่อนครบกำหนด ราคาบ้านลดลงเฉลี่ยประมาณ 9% ขณะเดียวกัน การชำระตรงเวลายังช่วยสร้างประวัติการชำระเงินที่ดี เพื่อนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต อีกทั้งหากระหว่างทางพบว่ายังไม่พร้อม ก็สามารถยุติสัญญาได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้น

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ จากการมุ่งขายบ้านเพียงอย่างเดียว ไปสู่การลดความเสี่ยงให้ผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านอย่างยั่งยืน

สอดคล้องกับมุมมองของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังมีความต้องการซื้ออยู่ แม้กำลังซื้อจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะบ้านระดับราคา 3-10 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นกลุ่มที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตราว 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น มีการกลับเข้าไปเยี่ยมชมโครงการหลายครั้งก่อนซื้อ และไม่ได้มองเพียงราคาบ้าน แต่ให้ความสำคัญกับ 'ความคุ้มค่า' ในหลายมิติ ทั้งทำเล คุณภาพโครงการ สิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น อัตราดอกเบี้ย รวมถึงศักยภาพในการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ตลาดเช่ายังคงได้รับความสนใจจากทั้งชาวต่างชาติและคนรุ่นใหม่ของไทยที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต ส่งผลให้รูปแบบการอยู่อาศัยมีความหลากหลายมากขึ้น และสะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน ความยืดหยุ่น และความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าที่เคย

ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 จึงกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ผู้ซื้อกังวลว่าจะ 'กู้ผ่านหรือไม่' ไปสู่ยุคที่ตั้งคำถามว่า 'พร้อมจะเป็นหนี้หรือยัง' ขณะที่ผู้ประกอบการต่างเร่งพัฒนาโมเดลและบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และตอบโจทย์การตัดสินใจซื้อบ้านที่รอบคอบมากขึ้นในทุกมิติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...