โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SLAM DUNK: ไม่ใช่แค่มังงะกีฬา แต่เป็นไฟจุดประกายความคลั่งไคล้บาสเกตบอลของคนอ่านการ์ตูน | POPCONT.

CONT.

อัพเดต 08 มี.ค. 2566 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 09.24 น. • CONT.

ย้อนกลับไปในยุค 1990s เมื่อครั้งที่อินเทอร์เน็ต 56K ถือว่าเร็วสุดขีด คำว่า Y2K คือเรื่องน่ากลัวของเหล่าวิศวกรคอมพิวเตอร์ เสื้อสายเดี่ยวถูกจับตามองโดยรัฐบาล ตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์กำลังมา และกีฬาบาสเกตบอลเป็นกิจกรรมที่วัยรุ่นยุคนั้นจะต้องขอมีส่วนร่วมที่มากกว่าการได้เล่นในคาบพลศึกษา

แน่นอนว่าเทรนด์บาสเกตบอลที่ฮิตในช่วงยุค 1990s มีผลพวงมาจากความเป็นซูเปอร์สตาร์ของ ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) ผู้สร้างปรากฏการณ์พาทีมชิคาโก บูลส์คว้าแชมป์เอ็นบีเอถึงสามครั้งติด ในช่วงปี 1991-1993 กับช่วง 1996-1998

แต่เด็กวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยอินกีฬาประเภทนี้มาก่อน ก็มาสนใจการยัดห่วงเหมือนกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะ Slam Dunk การ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องความเร่าร้อนของนักเรียนมัธยมต่อกีฬาชนิดนี้

มังงะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความบันเทิงสำหรับนักอ่านเท่านั้น แต่มันเป็นมังงะที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนหลากหลายวงการ

และต่อจากนี้ คือเรื่องราวจากวันวานที่ส่งผลกังวานนานจนถึงปัจจุบัน

ก่อนซากุระจะเบ่งบาน
บนวิถีแห่งดอกไม้

ย้อนกลับไปช่วงยุค 1980s ณ ขณะที่ ‘นาระไอ ทาเคฮิโกะ’ (Nariai Takehiko) ยังอยู่ในวัยเรียน เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นเล่นบาสเกตบอลเพราะคาดหวังให้นักเรียนหญิงมาสนใจเท่านั้น แต่การได้สัมผัสและทำความเข้าใจกีฬาประเภทดังกล่าวในช่วงวัยรุ่น กลับส่งผลต่อชีวิตของเขาในภายหลังเกินกว่าที่คาด

เมื่อเด็กหนุ่มกลับไปตามฝันในการวาดมังงะ เขาเลือกหยิบชีวิตวัยรุ่นของนักเรียนมัธยมปลายแห่งชมรมบาสเกตบอลมาเล่า ก่อนจะออกมาเป็นKaede Purple มังงะขนาดสั้นที่เป็นดั่งปฐมบทของ Slam Dunk และคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีเทสึกะอวอร์ด โดยสำนักพิมพ์ Shuesha ครั้งที่ 35 มาครองได้สำเร็จ

พอได้เทิร์นโปรเป็นนักวาดมังงะมืออาชีพ ทาเคฮิโกะก็ปรับมาใช้นามปากกาว่า ‘อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ’ (Inoue Takehiko) และวาดเรื่องสั้นอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเริ่มวาดเรื่องยาวเรื่องแรกลงในนิตยสาร Shonen Jump อย่าง Chameleon Jail เรื่องราวเกี่ยวข้องกับนักสืบเอกชนผู้มีพลังพิเศษสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ใครก็ได้

ผลงานเรื่องแรกในฐานะมืออาชีพถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก แต่ทาเคฮิโกะก็ไม่ยอมแพ้ เขาย้อนกลับไปคิดว่า ควรจะเล่าเรื่องราวอะไรต่อ ก่อนตัดสินใจได้ว่า เขาจะย้อนกลับไปหาสิ่งที่คุ้นเคยในวัยเรียนอย่าง ‘บาสเกตบอล’

อย่างไรก็ตาม ณ ช่วงรอยต่อของยุค 1980s จนถึง 1990s กีฬายัดห่วงในประเทศญี่ปุ่นแทบจะไม่ได้มีความนิยม ระดับที่บรรณาธิการที่ดูแลผลงานยังออกปากว่า “บาสเกตบอลเป็นเรื่องต้องห้าม”

แต่ใช่ว่าทาเคฮิโกะจะยอมแพ้ไปดื้อๆ เขาปรับทิศทางผลงานโดยอ้างอิงจากเรื่องสั้นหลายเรื่องที่เคยเขียนไว้ แล้วตั้งต้นให้เนื้อหาหลักของการ์ตูนเรื่องใหม่มีกลิ่นอายคล้ายการ์ตูนวัยรุ่นวุ่นรัก ผสมกับความตลกของชีวิตวัยเรียน แค่มีกีฬาบาสเกตบอลเป็นปมหลักที่นำพาทุกอย่างมารวมกันอย่างลงตัว

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจับเอาตัวเอกที่เคยสร้างไว้ในเรื่องสั้น Akai Ga Suki ที่เป็นนักเรียนสายเก๋าโจ๋ ผู้ไม่สมหวังกับความรัก มาปรับปรุงเพิ่มเติม ให้ตัวละครดังกล่าว มีความสูงเหมาะสมจะเล่นบาสเกตบอล การเดินทางของตัวเอกคนนี้จึงเหมือนกับ ‘ต้นซากุระ’ ที่กำลังหาเส้นทางและเวลาที่จะเบ่งบานอย่างสมศักดิ์ศรี ทาเคฮิโกะจึงตั้งชื่อพระเอกของเรื่องนี้ว่า ‘ซากุรางิ ฮานามิจิ’

และปี 1990 Slam Dunk ผลงานขนาดยาวเรื่องที่สองของทาเคฮิโกะจึงได้ตีพิมพ์บนนิตยสาร Shonen Jump

กระโจนบอลสู่ห่วง
ทะยานสู่ใจนักอ่าน

ในเมื่อบาสเกตบอลไม่ใช่กีฬาที่เล่นได้ด้วยตัวคนเดียว เราจึงขอกล่าวถึงเนื้อหาโดยรวมของมังงะเรื่องนี้กันสักเล็กน้อย

ซากุรางิ ฮานามิจิ คือนักเรียนชายสุดเก๋าของโรงเรียนโชโฮคุที่มีกำลังกายเต็มเปี่ยม แต่ไม่มีโชคด้านความรัก จนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กสาวอย่าง ‘อาคางิ ฮารุโกะ’ มาถามว่าเขาชอบกีฬาบาสเกตบอลหรือไม่ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้เข้าใจกีฬาดังกล่าวเลย แต่ก็ตอบรับคำเชิญของหญิงสาวน่ารักไปเข้าชมรมบาสเกตบอลมัธยมปลาย จนทำให้ได้เจอกับ ‘รุคาว่า คาเอเดะ’ หนุ่มหล่อสายนิ่งผู้เป็นอัจฉริยะด้านบาสเกตบอล, ‘อาคางิ ทาเคโนริ’ หรือ ‘กอริ’ กัปตันทีมควบตำแหน่งเซ็นเตอร์สุดแกร่ง, ‘มิยางิ เรียวตะ’ พอยต์การ์ดผิวเข้มที่มาพร้อมกับความเร็วและคล่องตัว, ‘มิตสึอิ ฮิซาชิ’ ชูตติ้งการ์ดที่มีอดีตกับทีม, และ ‘อันไซ มิตสึโยชิ’ โค้ชที่ถูกเรียกขานว่าปีศาจผมขาว แต่ก็ดูชิลล์จนไม่เข้ากับสมญานาม

เมื่อทั้งหมดได้มารวมตัวกัน ความหวังว่าโชโฮคุจะเป็นทีมที่แกร่งที่สุดของประเทศจึงส่องประกายขึ้น แต่พวกเขาจะไปถึงฝันนั้นได้หรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ขอแนะนำให้ติดตามผลงานเรื่องนี้กันต่อน่าจะเป็นการลุ้นกว่านะ

หากมองแค่โครงเรื่องข้างต้น Slam Dunk อาจจะจะดูเป็นการ์ตูนกีฬาเต็มรูปแบบ แต่เหตุผลที่มังงะเรื่องนี้สามารถทุบกำแพงในใจของนักอ่านในยุคดังกล่าวได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากแผนการเดินเรื่องของทาเคฮิโกะ โดยเขาใช้เวลาในการเล่าเรื่องชีวิตวัยรุ่นอยู่ระยะหนึ่ง และในส่วนการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบาสเกตบอล ก็มีการวาดภาพโดยอ้างอิงจากนักบาสในโลกจริง พร้อมคำอธิบายพื้นฐานเกี่ยวกับกติกาและหลักการเล่นบาสเกตบอลเบื้องต้น เพื่อปูเป็นพื้นฐานสำหรับคนที่มีความรู้ความเข้าใจต่อกีฬานี้เป็นศูนย์

นอกจากนั้น อาจารย์ทาเคฮิโกะยังเอาประสบการณ์ตรงจากตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นนักกีฬามาเสริมด้านเนื้อเรื่อง ทำให้คนอ่านได้รับทราบแบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็น ความเสียเวลากับการฝึกซ้อมที่ดูน่าเบื่อซ้ำซาก ตัวตนของนักกีฬานอกเวลาการแข่งขัน ความรู้สึกของการอยู่ในสนามของนักกีฬาที่รู้สึกว่าเวลานั้นเนิ่นนานกว่าฝั่งดนดู และความตื้นตันใจของนักกีฬา ไม่ว่าต่อเรื่องเล็กน้อยอย่างการที่มีทักษะเพิ่มขึ้น ไปจนถึงเรื่องใหญ่โตอย่างการเอาชนะคู่แข่งที่เหนือชั้นกว่ามาก

แค่ปัจจัยข้างต้นนี้ ก็มากพอแล้วที่จะทำให้ Slam Dunk กลายเป็นมังงะที่คนยินดีจะติดตามไปจนจบและเหมือนโชคเข้าข้างทาคาฮิโกะอยู่ชั้นหนึ่ง เพราะจังหวะที่มังงะเรื่องนี้ตีพิมพ์ก็เป็นระยะเวลาไล่เลี่ยกับช่วงที่ไมเคิล จอร์แดน กับทีมชิคาโก บูลส์กำลังเริ่มต้นเส้นทางคว้าแชมป์เอ็นบีเอสามปีติดต่อกันเป็นครั้งแรก บาสเกตบอลจึงกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

เมื่อมีกระแสรายล้อมขนาดนี้ ไม่นานนัก Slam Dunk ก็ถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะออกฉายในปี 1993 ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันให้คนเอเชียมีความอินในกีฬาบาสเกตบอลมากยิ่งขึ้น และหลายคนก็คาดว่า Slam Dunk จะเป็นมังงะที่ตีพิมพ์เป็นเวลานานไม่แพ้ผลงานการ์ตูนแนวกีฬาเรื่องอื่นใน Shonen Jump อย่าง Captain Tsubasa

แต่การเดินทางของ Slam Dunk กลับสิ้นสุดลงในปี 1996 โดยเหตุผลที่เลือกจบผลงานตัวเองนั้น ก็มีข้อมูลหลายทิศทาง อาทิ ความขัดแย้งระหว่างกองบรรณาธิการกับตัวผู้เขียน ที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าควรจะเขียนต่อจนทีมโชโฮคุได้แชมป์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับไม่เห็นด้วย, ตัวอาจารย์ทาเคฮิโกะอยากจะวาดผลงานเรื่องใหม่ หรืออีกกระแสหนึ่งก็ระบุว่า ตัวอาจารย์ทาเคฮิโกะตัดสินใจจบเรื่องราวลงเนื่องจากเห็นว่า ไม่สามารถวาดเนื้อหาของ Slam Dunk ที่สนุกไปมากกว่าการต่อสู้ระหว่างโชโฮคุกับซังโนแล้ว

ไม่ว่าข้อเท็จจริงของการอวสานเรื่องราวจะเป็นอย่างไรก็ตาม ที่เราพอบอกได้ก็คือ มังงะเรื่องนี้จบลงอย่างงดงาม เฉกเช่นเดียวกับต้นซากุระที่ปีหนึ่งจะเบิกบานอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนร่วงโรยไป ทำให้แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ก็ตาม ผู้คนก็ยังอยากกลับมารับชมอีก

ไม้ใหญ่แผ่รากให้ฟากมังงะและการกีฬา

แม้ว่า Slam Dunk จะจบลงไปนานกว่า 25 ปี แต่นักอ่านมังงะทั่วโลกก็ยังชื่นชมผลงานเรื่องนี้อยู่เสมอ สื่อในหลายประเทศยังคงแนะนำให้ผู้ที่ยังไม่เคยอ่าน ได้ไปลองอ่านเรื่องนี้สักครั้ง

ส่วนในฝั่งนิตยสาร Shonen Jump หรือนิตยสารคู่แข่งอื่นๆ หลังจากที่ Slam Dunk ตีพิมพ์จบลง มังงะสายกีฬาก็มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในประเภทกีฬาและกลุ่มตัวละครที่เล่นกีฬา (ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะมีอภินิหารระดับใดก็ตาม)

วกกลับไปที่ตัวอาจารย์ทาเคฮิโกะ แม้ว่า Slam Dunk จะจบลงไป แต่ตัวอาจารย์ก็ไม่เคยทิ้งความรักต่อบาสเกตบอลไปเลย เห็นได้จากการที่ยังกลับมาเขียนงานเกี่ยวกับบาสเกตบอลอย่างBuzzer Beater ในช่วงปี 1996-1998 หรือ Real ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1999 ถึงปัจจุบัน

ส่วนในฝั่งวงการบาสเกตบอลในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก Slam Dunk จะทำให้คนทั่วไปสนใจกีฬาประเภทนี้มากขึ้น จนมีการกรุยทางในการจัดตั้งลีกบาสเกตบอลที่เปิดรับนักกีฬามืออาชีพเข้ามาเล่น ตัวอาจารย์ทาเคฮิโกะก็ได้ร่วมกับสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่นก่อตั้ง 'กองทุนสแลมดังก์' เพื่อมอบทุนให้กับนักเรียน ม.ปลายที่มีทักษะในกีฬาดังกล่าว ได้โอกาสไปศึกษาต่อที่อเมริกา และกองทุนนี้ยังคงทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน

อีกกรณีหนึ่งก็จะมีนักกีฬาบาสเกตบอลอย่าง ‘มิลตัน เฮนเดอร์สัน จูเนียร์’ (Milton Henderson Jr.) ที่เปลี่ยนสัญชาติตนเองมาเป็นสัญชาติญี่ปุ่น ก็ได้เลือกตั้งชื่อ-สกุลตนเองใหม่เป็น ‘เจ. อาร์. ซากุรางิ’ (J. R. Sakuragi) โดยให้เหตุผลว่า นามสกุลนี้หมายถึงต้นซากุระที่แสดงความเป็นญี่ปุ่น และยังเป็นนามสกุลเดียวกันกับตัวละครเอกของSlam Dunk

และต่อให้การ์ตูนจะจบลงไปแล้ว 8 ปี อาจารย์ทาเคฮิโกะก็กลับมาบอกเล่าเรื่องราวในโลกSlam Dunk อีกครั้ง กับการจัดนิทรรศการ Slam Dunk: 10 Days After ที่อดีตโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายมิซากิ เป็นการเล่าเรื่องตัวละครหลายตัวในโลกของ Slam Dunk กับเหตุการณ์ 10 วันหลังจากตอนจบ ก่อนที่จะมีการนำภาพวาดเหล่านั้นมารวมเล่มตีพิมพ์ในภายหลัง

ก่อนที่อาจารย์ทาเคฮิโกะจะสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้งด้วยข่าวว่าอาจารย์จะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับและเขียนบทภาพยนตร์อนิเมชั่น 3DCG ที่จะใช้ชื่อเรื่องว่า The First Slam Dunk โดยตัวภาพยนตร์ดังกล่าวได้ขยับให้ตัวละคร ‘มิยางิ เรียวตะ’ เป็นตัวเอกในการเล่าเรื่องของตัวเขาเอง ตัดสลับกับการแข่งขันระหว่างทีมโชโฮคุกับทีมซังโน

ด้านที่มีที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ร้อนแรงไม่ต่างกับมังงะต้นฉบับ เพราะแผนงานสร้างภาพยนตร์ถูกนำเสนอมาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 2000s แต่กว่าจะได้มาเป็นภาพยนตร์ตัวสุดท้าย ก็มีการทำตัวต้นแบบอยู่หลายเวอร์ชั่น ตั้งแต่การสร้างผลงานแบบสองมิติ ก่อนจะพัฒนางานมาเป็นแนว 3DCG และใช้เทคโนโลยีโมชั่นแคปเจอร์เพื่อให้การเคลื่อนไหวของตัวละครในเรื่องมีความสมจริงยิ่งขึ้น อย่างที่เห็นในภาพยนตร์ฉบับที่ออกฉายจริง

ส่วนการเปลี่ยนตัวเอกของภาพยนตร์จากซากุรางิ ฮานามิจิ มาเป็นมิยางิ เรียวตะ ก็มาจากเจตจำนงของอาจารย์ทาเคฮิโกะ โดยเขาให้เหตุผลว่า ถ้ากลับมาสร้าง Slam Dunk อีกครั้ง ก็อยากจะเปลี่ยนมุมมองของเรื่องบ้าง และในเมื่ออาจารย์เป็นคนที่รู้จักตัวละครต่างๆ ดีที่สุด การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่น่าใช่แนวคิดที่ผิดแต่อย่างใด

ก่อนที่ The First Slam Dunk จะเข้าฉาย มีหลายคนมองว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ จะดึงดูดใจคนดูที่เป็นวัยรุ่นยุค 90s เท่านั้น แต่เมื่อหนังเรื่องดังกล่าวเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2022 ปรากฏว่าคนที่ไปรับชมไม่ได้มีแต่วัยรุ่นยุค 90s แต่ยังมีคนดูรุ่นอื่นๆจำนวนมาก จนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดอยู่ในอันดับ 1 ของ Box Office ประเทศญี่ปุ่นต่อเนื่องถึง 8 สัปดาห์

สำหรับแฟนSlam Dunk ต้นฉบับ ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถถ่ายทอดทั้งอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร และจังหวะในการแข่งขันที่เร้าใจจากหน้ากระดาษมาเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนผู้ชมที่เกิดไม่ทันต่างก็ชื่นชมกับฉากแอ็กชั่นและมุมดราม่าของตัวละครที่ไม่ค่อยได้เห็นในการ์ตูนกีฬา

แต่ไม่ว่าผู้ชมจะเป็นยุคไหนวัยไหน จะเป็นคนเคยสะสมมังงะฉบับพิมพ์ครั้งก่อนๆ เอาไว้แล้ว หรือคนที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อนเลย ต่างก็ออกไปหาซื้อมังงะ Slam Dunk ฉบับพิมพ์ใหม่หลังจากได้รับชมฉากทรงพลังในภาพยนตร์

จากจุดนี้จึงทำให้เราเชื่อว่า Slam Dunk จะเป็นจุดสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แค่สำหรับคนยุคใดยุคหนึ่ง ไม่ใช่แค่กับคนที่สนใจบาสเกตบอล แต่จะเป็นหมุดหมายให้คอการ์ตูนทุกเพศทุกวัยไปอีกยาวนาน

อ้างอิง:

crunchyroll.com/anime-news/2021/05/30-1/slam-dunk-scholarship-special-movie-aired-at-bleague-finals-game-on-sunday
fiba.basketball/basketballworldcup/2019/asian-qualifiers/news/why-basketball-is-a-slam-dunk-in-japan
comipress.com/article/2006/12/15/1160.html
animenewsnetwork.com/news/2010-06-09/japan-basketball-association-awards-slam-dunk-inoue
animenewsnetwork.com/interview/2007-11-21/takehiko-inoue-at-kinoku
comipress.com/article/2006/12/15/1160.html
koreatimes.co.kr/www/art/2023/02/398_342963.html
latimes.com/archives/la-xpm-2008-jan-21-sp-crowe21-story.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...