โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เครดิต สวิส กู้เงิน 5.4 หมื่นล้านดอลล์ แบงก์ชาติสวิตเซอร์แลนด์ รักษาสภาพคล่อง พยุงฐานะการเงิน

Moneyclub

อัพเดต 16 มี.ค. 2566 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 03.11 น. • Money Club Asia

ธนาคารเครดิต สวิส ประกาศในวันนี้ (16 มี.ค.) ว่า เครดิต สวิสจะกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เป็นวงเงินสูงถึง 5 หมื่นล้านฟรังก์สวิส (5.368 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายใต้โครงการจัดหาเงินกู้แบบครอบคลุมและการจัดหาสภาพคล่องในระยะสั้น (Covered loan facility and a short-term liquidity facility)

“การกู้ยืมดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนธุรกิจหลักของเครดิต สวิส และลูกค้าของธนาคาร ในขณะที่เครดิต สวิสเองก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า” เครดิต สวิสระบุ

นอกจากนี้ เครดิต สวิสเปิดเผยว่า ธนาคารกำลังทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นทั่วไป (tender offer) ซึ่งได้แก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์สกุลเงินดอลลาร์จำนวน 10 ชุด วงเงินรวมกันไม่เกิน 2.5 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งทำ tender offer หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์สกุลเงินยูโรจำนวน 4 ชุด วงเงินรวมกันไม่เกิน 500 ล้านยูโร

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเครดิต สวิส เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และ FINMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ให้คำมั่นว่าจะจัดหาสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือธนาคารเครดิต สวิส หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็น

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ได้ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือธนาคารเครดิต สวิส หลังจากราคาหุ้นของธนาคารแห่งนี้ทรุดตัวลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะด้านการเงิน หลังจากขาดทุนสุทธิ 1.4 พันล้านฟรังก์สวิสในไตรมาส 4/2565 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.32 พันล้านฟรังก์ ส่งผลให้ยอดขาดทุนตลอดทั้งปีอยู่ที่ 7.3 พันล้านฟรังก์ นอกจากนี้ ลูกค้าได้แห่ถอนเงินฝากจากเครดิต สวิส มากกว่า 1.10 แสนล้านฟรังก์ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นผลมาจากข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทำผิดกฎระเบียบและความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดี

ข้อมูลจากเครดิต สวิส ระบุว่า ทางธนาคารมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีสำนักงานมากกว่า 150 แห่งในราว 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึง สหรัฐ สหราชอาณาจักร อินเดีย สิงคโปร์ และไทย โดยมีพนักงานรวมกันมากกว่า 45,000 คน

ส่วนในประเทศไทย เครดิต สวิสมีการดำเนินงานผ่านทางบริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครดิต สวิส และกำลังตรวจสอบว่า ภาคการเงินของสหรัฐมีความเสี่ยง และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดกับเครดิต สวิส

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป หลังจากที่นักลงทุนพากันเทขายหุ้นของเครดิต สวิส รวมทั้งหุ้นของธนาคารในสหรัฐและยุโรป จนส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างหนัก

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่า เครดิต สวิส ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือต่อธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ขณะที่ธนาคารเผชิญวิกฤตสภาพคล่องในขณะนี้

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า เครดิต สวิส ได้ขอความช่วยเหลือต่อ Finma เช่นกัน ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์

นักลงทุนพากันเทขายหุ้นเครดิต สวิส หลังธนาคารซาอุดี เนชั่นแนล แบงก์ (Saudi National Bank) หรือ SNB ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเครดิต สวิส ประกาศว่า SNB ไม่สามารถเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินต่อเครดิต สวิส เนื่องจากจะทำให้ SNB ถือหุ้นในเครดิต สวิสมากกว่า 10% ซึ่งจะเป็นการทำผิดกฎระเบียบธนาคาร

ก่อนหน้านี้ เครดิต สวิสเปิดเผยว่า ธนาคารขาดทุนสุทธิ 1.4 พันล้านฟรังก์สวิสในไตรมาส 4/2565 โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.32 พันล้านฟรังก์สวิส ส่งผลให้ยอดขาดทุนตลอดทั้งปีอยู่ที่ 7.3 พันล้านฟรังก์สวิส

นอกจากนี้ ลูกค้าแห่ถอนเงินฝากมากกว่า 1.10 แสนล้านฟรังก์สวิสในไตรมาส 4/2565 ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับข่าวอื้อฉาวของธนาคารในการทำผิดกฎระเบียบ และความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...