โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เคทีซี’ จับมือ ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ จัดเสวนา ‘KTC FIT Talks #8’ รู้ทันภัยไซเบอร์ คิดก่อนคลิกทำธุรกรรมการเงิน

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 08.28 น. • The Bangkok Insight

"เคทีซี" ร่วมกับ "กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เปิดเวทีเสวนา "KTC FIT Talks #8" รู้ทันภัยไซเบอร์ คิดก่อนคลิกทำธุรกรรมการเงิน ติดอาวุธทางความคิดให้คนไทย พร้อมรับมือความเสี่ยงก่อนทำธุรกรรมการเงิน บนโลกออนไลน์ แนะวิธีสังเกต และเทคนิคการป้องกัน

นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี กล่าวว่า ในยุคที่นวัตกรรมดิจิทัลเติบโตแบบก้าวกระโดด ธุรกรรมต่าง ๆ ย้ายมาอยู่บนออนไลน์ ทำให้ชีวิตของผู้คนทุกกลุ่มทุกวัยได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบัน มีภัยเงียบจากอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่ผู้บริโภคควรตระหนักรู้ก่อนการทำธุรกรรมการเงินทุกครั้ง

เคทีซี ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ได้ศึกษาและพัฒนาระบบบริหารการป้องกันภัยทุจริตให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้สมาชิกทำธุรกรรมการเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และแน่นอนว่า การป้องกันภัยจากการทุจริตต่างๆ จะเกิดประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น หากสมาชิกและผู้บริโภคได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และร่วมกันป้องกันตนเองในเบื้องต้น

ภัยไซเบอร์ ที่มิจฉาชีพหลอกขอข้อมูลสำคัญกับผู้เสียหายโดยตรง

  • Phishing หลอกขอข้อมูลบัตรเครดิต พร้อมรหัส OTP เพื่อนำไปซื้อสินค้าออนไลน์
  • Phishing หลอกขอข้อมูลส่วนตัว พร้อมรหัส OTP เพื่อให้เข้าครอบครองแอปพลิเคชัน หรือโมบาย แบงค์กิ้ง (Mobile Banking) ของผู้เสียหาย
  • แก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงิน โดยแอบอ้างมาจากหน่วยงานต่างๆ เช่น DHL, DSI สถานีตำรวจ และอื่น ๆ
  • มิจฉาชีพ หลอกล่อให้กดลิงค์ดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งโปรแกรมและเข้าควบคุม (Remote Control) เครื่องสมาร์ทโฟนของผู้เสียหาย

นายไรวินทร์ ระบุว่า การหลอกขอข้อมูลส่วนตัว เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนในการทำธุรกรรมต่าง ๆ มากขึ้น จึงเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพเข้าหลอกล่อได้ง่ายผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันโซเชียล มีเดีย โดยจะหลอกให้เพิ่มบัญชี Line Official ปลอม จากนั้นจะโทรศัพท์มาพูดคุย และให้ทำตามขั้นตอน เพื่อติดตั้งแอปปลอม ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์เป็นหลัก และหลอกให้เหยื่อตั้งรหัสเพื่อเข้าแอปปลอม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรหัสเดียวกันกับแอปโมบาย แบ็งค์กิ้งของเหยื่อ

หลังจากมิจฉาชีพเข้าควบคุมสมาร์ทโฟนของเหยื่อสำเร็จ ระบบหน้าจอจะค้างอยู่ บางแอปหน้าจอจะค้า งและขึ้นว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ จึงไม่สามารถกดปิดหรือออกจากแอปนี้ได้ ระหว่างนี้มิจฉาชีพจะเข้าไปยังโมบาย แบ็งค์กิ้งของสถาบันต่าง ๆ โดยใช้รหัสที่หลอกให้เหยื่อตั้งรหัสตอนแรก แล้วโอนเงินออกไปยังบัญชีปลายทาง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ต้องดาวน์โหลดแอปผ่าน App store หรือ Play store เท่านั้น

ทางด้านนายนพรัตน์ สุริยา ผู้บริหารแผนกสืบสวนทุจริต “เคทีซี” กล่าวว่า แนวทางป้องกันให้ไกลจากมิจฉาชีพมี 4 ข้อ คือ ติดตามเหตุการณ์ทุจริตจากข่าวสารในสื่อต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน เพราะมิจฉาชีพมักจะใช้มุกใหม่อยู่เสมอ

ตระหนักเสมอว่าของถูกไม่มีดี ของฟรีไม่มีในโลก You get what you pay for มิจฉาชีพมักจะส่ง SMS มอบของกำนัลต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เหยื่อ ติดกับดักอยู่เสมอ หยุดคิดก่อนคลิกลิงค์ต่าง ๆ ที่ตนเองไม่ได้ร้องขอ เพราะ Phishing เป็นจุดเริ่มต้นของกับดัก ลิงค์ที่แนบมาเป็นการให้เหยื่อเพิ่ม Line ปลอมของมิจฉาชีพ หรือลิงค์อาจจะถูกฝังมาด้วยมัลแวร์ (Malware)

ตรวจสอบเพื่อความแน่ใจ อย่าหลงเชื่อการล่อลวง ซึ่งมิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาเล่นกับความโลภ และความกลัว เข้ามาหลอกล่อให้ติดกับดักอยู่เสมอ เช่น แอบอ้างเป็น DSI แจ้งว่าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หรือแจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับบัตรกำนัลได้ตั๋วเครื่องบินฟรี

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การตั้งค่าปิด-เปิดฟังก์ชัน และตั้งเตือนต่างๆ บนสมาร์ทโฟน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล กรณีที่พลาดเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแล้ว ส่วนที่ควรปิด คือ การตั้งค่าการช่วยเหลือพิเศษ ในการเข้าถึงฟีเจอร์ช่วยเหลือจากหน้าจอใดก็ได้ กลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้รีโมทเข้าควบคุมสมาร์ทโฟนของเหยื่อ

ส่วนที่ต้องเปิด คือ การตั้งค่าแจ้งเตือนธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ของโมบาย แบงค์กิ้งผ่านอีเมล หรือแอปพลิเคชัน เพื่อให้ได้รับรู้ทุกธุรกรรมการเงิน รวมทั้งตัดสัญญาณสมาร์ทโฟน หรือ wifi ให้เร็วที่สุด ด้วยการกดปุ่ม Force Shutdown หากยังไม่สามารถปิดเครื่องได้ ให้หาวิธีดึงซิมการ์ดโทรศัพท์ออกเพื่อตัดสัญญาน และรีบติดต่อธนาคารและแจ้งความทันที

สำหรับสมาชิกเคทีซี แนะนำให้เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล ด้วยการดาวน์โหลด และใช้แอป "KTC Mobile" ซึ่งปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นล็อกอินด้วยรหัสผ่าน 6 หลัก บนแป้นพิมพ์แบบไดนามิค เพื่อการยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบผ่านการสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนม่านตาสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนซัมซุง กาแล็กซี

สะดวกด้วยระบบตั้งเตือนการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกรายการ และยังสามารถกำหนดยอดใช้จ่ายที่ต้องการ พร้อมตั้งเตือนก่อนวันชำระ รวมทั้งบริการจำเป็นอื่น ๆ ที่ลูกค้าสามารถตั้งค่าทำรายการได้ด้วยตนเอง เช่น การอายัดบัตรชั่วคราว การกำหนดวงเงินและการขอวงเงินชั่วคราว

นอกจากนี้ เคทีซียังได้ปรับข้อความเมื่อส่งรหัสผ่านสำหรับใช้ครั้งเดียว หรือ OTP โดยย้ำเตือนให้สมาชิกระมัดระวังการแจ้งรหัสให้กับบุคคลอื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการทุจริตเข้าถึงบัญชี

ขณะที่ พ.ต.ต.เทียนชัย เข็มงาม สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ซึ่งเคทีซีเป็นหน่วยงานภาคเอกชนแรก ๆ ที่ให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง และติดตามเหตุผิดปกติวิสัย ที่อาจนำไปสู่การทุจริตของมิจฉาชีพ

ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้พัฒนาไปในหลายรูปแบบ และกลายเป็นปัญหาที่รบกวน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคประชาชนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจากประสบการณ์ในการทำงานพบว่า ประเภทคดีที่มีจำนวนมิจฉาชีพมากที่สุดคือ หลอกลวงซื้อขายสินค้า

นอกจากนี้ ยังพบเจอคดีอีกหลายรูปแบบ อาทิ หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้จากการทำกิจกรรม หลอกให้หลงรักแล้วโอนเงิน (Romance scam) หลอกให้ลงทุนออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566

วิธีสังเกต-ดูแลตนเองเบื้องต้น เกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์

  • ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวในลิงก์ หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ และควรติดตั้งแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Play Store เท่านั้น
  • อัพเดตระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ และแอปพลิเคชันให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
  • หมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการ รวมถึงแจ้งเตือนไปยังบุคคลใกล้ตัว เพื่อลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือขอรับคำปรึกษา และคำแนะนำได้ที่โทร 1441

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...