โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ละอายใจในทุกวัน โอม ภวัต ปฏิญาณจะไม่กลับไปเป็น ‘โอมคนนั้น’ ที่นิสัยไม่ดี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 เม.ย. 2566 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2566 เวลา 16.40 น.

ละอายใจในทุกวัน โอม ภวัต ปฏิญาณจะไม่กลับไปเป็น ‘โอมคนนั้น’ ที่นิสัยไม่ดี

จากกรณีมีการเปิดเผยว่าโอม ภวัต เคยแกล้งเพื่อนในวัยเด็ก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งต่อมาเขาได้ออกมาขอโทษ อย่างไรก็ดีแบรนด์ดังก็ตัดสินใจถอดเจ้าตัวออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และต่อมาต้นสังกัดของนักแสดงหนุ่มก็ได้ฟ้องร้องแบรนด์ดังกล่าว

-อ่าน นักแสดงซีรีส์วาย ‘โอม ภวัต’ ทวีตขอโทษ แจงดราม่าบูลลี่แกล้งเพื่อนวัยเด็ก
-อ่าน แบรนด์ดังปลด ‘โอม ภวัต’ เหตุต้นสังกัดเพิกเฉยปมบูลลี่เพื่อน ย้ำโฟกัสศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
-อ่าน GMMTV ฟ้องแบรนด์ดัง ปลด ‘โอม ภวัต’ ยันไม่เคยเฉย เรื่องในวัยเด็กก็ไม่ผิด กม.

ล่าสุดโอม ภวัต ที่ไปร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง‘รักแรกโคตรลืมยาก’ ที่สยามพารากอน วันนี้ (25 เมษายน) ให้สัมภาษณ์ว่า อยากขอโทษอีกครั้งสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเรียนมัธยมต้น โดยตอนนั้นก็ได้รับการลงโทษจากทางโรงเรียน ขณะเดียวกันหลังจากมีกรณีนี้ขึ้นมาก็ได้ทักไปถึงเพื่อนๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกรอบหนึ่ง ซึ่ง “เขาก็อ่านแชตผมครับ” โอมบอก แต่ยอมรับว่าเพื่อนไม่ได้มีการตอบกลับมา

“ตอนนั้นด้วยความที่กับกลุ่มเพื่อนๆ ก็มีความคึกคะนอง แล้วเหมือนเล่นกัน จนบางทีอาจจะเลยเถิดไป จนทำให้เพื่อนมีบาดแผลในใจ หรือทำให้เพื่อนได้รับผลกระทบ หรือรู้สึกไม่ดี ซึ่งหลังจากโดนลงโทษ ผมก็ขอโทษเพื่อนต่อหน้า แล้วผู้ปกครองของผมโทรไปขอโทษผู้ปกครองของฝั่งเพื่อนคู่กรณีด้วยครับ”
เขายังบอกอีกว่า “ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น จนถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ผมจะไม่ลืมเลย คือจริงๆ ก็เป็นบาดแผลในจิตใจของผมเหมือนกัน ที่ผมก็มีความละอายใจที่ทำอะไรแบบนั้นลงไปตั้งแต่สมัยนั้น จนมาถึงวันนี้พอเรื่องราวเกิดขึ้นอีก ผมก็ต้องขอโทษอีกที จริงๆ จากใจครับ (ยกมือไหว้) ที่เรื่องราวในอดีต มันสร้างบาดแผลให้กับเพื่อน”

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เรื่องราวจากครั้งนี้ ผมเรียนรู้ถึง ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนปกติหรือไม่ปกติ หรืออะไรก็ตามแต่ ไม่มีใครควรโดนแกล้ง เราควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราไม่ควรทำแบบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สอนผมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ว่าผมต้องไม่ทำแบบนั้นอีก ทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้น ทำให้ผมมองโลกกว้างขึ้น และก็รู้สึกผิดมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้ และอีกอย่างนึงคือผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเพื่อนเป็นเด็กพิเศษ หรือว่าอะไรยังไง และผมบอกตรงนี้ว่าผมไม่มีเจตนาที่จะทำร้าย หรือทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจเกี่ยวกับเพื่อนที่เป็นเด็กพิเศษหรืออะไรก็ตามแต่จริงๆ ครับ”

กับเรื่องที่เกิดขึ้น โอมยอมรับว่ารู้สึกเครียด

“แรกสุดพอเกิดเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา สิ่งที่ผมทำ คือผมวิเคราะห์ก่อนว่าเรื่องราวเป็นอะไรยังไง พอผมรู้ตัวว่าผิดจริงๆ ผมก็เลือกที่จะทำการบอกกล่าว ให้คนที่อยู่ในโซเชียลมีเดียของผม เพื่อแถลงเรื่องราวทั้งหมด ทางโซเชียลมีเดียของผม รวมถึงขอโทษเพื่อนที่เป็นคู่กรณี โดยตรงอีกรอบหนึ่ง”
ครั้นถามว่าการออกมาพูดในวันนี้ รวมถึงการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียที่ผ่านมาจะช่วยให้ทุกอย่างโอเคขึ้นไหม เขาก็ว่า “ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันโอเคขึ้นหรือไม่โอเคขึ้น แต่เจตนาของผม ผมแค่ต้องการขอโทษและรู้สึกผิด และสำนึกกับสิ่งที่ผมได้ทำลงไปจริงๆ”

กับคู่กรณี โอมบอกว่าเพื่อนให้อภัยเขาแล้ว

“จริงๆ เรื่องราวมันจบไปตั้งแต่ผมอยู่มัธยมต้น เพื่อนให้อภัยผมตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”
ส่วนเมื่อถามว่าคิดว่าเป็นเพราะอะไร เรื่องถึงยังไม่จบ เขาก็บอก “ผมถือว่ามันเป็นบทลงโทษที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผมครับ”

“ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ได้อยู่เฉยๆ ผมรู้สึกผิดและรู้สึกละอายใจในทุกๆ วันที่ผมตื่นขึ้นมา พูดตรงๆ ถ้าย้อนเวลาไปได้ผมคงไม่ทำ วันนี้ผมย้อนไปแก้อดีตไม่ได้ ได้แต่ทำปัจจุบันให้มันดีขึ้น”

เรื่องสภาพจิตใจ โอมบอก “มีความเครียดเกิดขึ้นจริงๆ ไม่อยากไปไหนเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าสิ่งที่สอนผมและเตือนความจำผมเลย คือมันเป็นเรื่องที่น่าละอายจริงๆ ไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก แต่ในเมื่อตอนเด็กผมพลาด ผมทำเพื่อนรู้สึกไม่ดี ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากขอโทษอีกครั้ง ทุกคนเลย รวมไปถึงสัญญาและปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก ผมจะไม่กลับไปเป็นเด็กโอมคนนั้นอีก ที่นิสัยไม่ดี”

เรื่องความคาดหวังว่าคนจะให้โอกาสอีกหรือไม่ โอมบอก “ทุกคนไม่ต้องรีบให้โอกาส ไม่ต้องรีบให้อภัยผมก็ได้ จริงๆ สิ่งที่ผมเจอ ผมควรจะได้รับมัน เพราะว่าผมนิสัยไม่ดีเองตอนเด็ก มันเป็นบทลงโทษของผมจริงๆ จากนี้ผมขอสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้น จะไม่ให้เกิดขึ้น อยากให้ยกเคสของผมเป็นเคสกรณีศึกษาเลย ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม เรื่องที่ไม่ดีไม่ควรเกิดขึ้นเลย ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน”

ในวันที่เกิดเรื่อง เจอเรื่องหนักๆ โอมยอมรับว่า เขาก็รู้สึกท้อ รู้สึกผิด

“ถามว่าท้อไหม ก็มีท้อครับ คือจากใจเราด้วยความที่รู้สึกผิดมากๆ แล้ว ไม่รู้จะขอโทษยังไง หนึ่งคือเราขอโทษเพื่อน คู่กรณีไปโดยตรงแล้ว สองผมลงข้อความในโซเชียลมีเดียส่วนตัวผมเพื่อที่จะขอโทษทุกๆ คน ที่ผ่านมาเห็น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะขอโทษยังไง ก็เลยท้อ เครียด แต่ว่าสิ่งที่ผมทำได้ในทุกๆ วันที่ผ่านมา คือผมต้องทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายมาในแต่ละวันให้ดีที่สุด ปรับปรุงตัวและสำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ให้มันเกิดซ้ำอีก”

ส่วนเรื่องการถูกปลดจากการเป็นพรีเซนเตอร์ โอมบอกว่าตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องของทางค่ายกับอีกฝั่ง เป็นเรื่องของกฎหมายที่ค่ายดำเนินการ สำหรับตัวเอง โอมบอกว่า ความจริงหลังเกิดเหตุการณ์ เขาก็ตั้งใจตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะเป็นคนที่ดีขึ้น

“ผมปฏิญาณตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ว่าผมจะดีขึ้น พยายามให้ตัวเองดีขึ้นในทุกๆ วัน จะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจอีก หรือแม้กระทั่งเพื่อนหรือคนรอบตัวที่เราทำให้เขามีบาดแผล แต่บางทีผมก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจ อาจจะเป็นกาย วาจา หรือจิตใจ ยังไงผมก็ต้องขอโทษไว้ตรงนี้จริงๆ ครับ”

ในส่วนต้นสังกัด โอมบอกว่าผู้ใหญ่ได้มีการเรียกเขาไปสอบถามตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง

“ทางค่ายไม่เคยนิ่งเฉยเลยตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง ทางผู้ใหญ่เรียกผมเข้าไปสอบถามเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาแล้ว และผมได้รับการลงโทษทุกอย่าง แล้วให้ผมถือเป็นบทเรียน ผมโดนตำหนิ โดนสั่งสอน โดนว่ากล่าวตักเตือนว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีใครนิ่งเฉย นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...