โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์จีโนมฯ เผยโควิดสายพันธุ์หลักในไทย ณ ปัจจุบัน 47% เป็น XBB.1.5

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 เม.ย. 2566 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2566 เวลา 04.09 น.

ศูนย์จีโนมฯ เผยโควิดสายพันธุ์หลักในไทย ณ ปัจจุบัน 47% เป็น XBB.1.5

ความคืบหน้ากรณีศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลจากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก หรือ จีเสด (GISAID) ที่รวบรวมการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโอมิครอนลูกผสม XBB.1.16 จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศอินเดีย ซึ่งมีการกลายพันธุ์ตรงส่วนหนามของไวรัสหนึ่งตำแหน่งคือ “T547I” แต่ยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกว่าผู้ป่วยที่พบในประเทศไทยมีอาการอย่างไรบ้าง โดยข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า อาการสำคัญของสายพันธุ์ XBB.1.16 คือ ในผู้ป่วยเด็กจะพบอาการเยื่อบุตาอักเสบ ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย ขณะเดียวกัน ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังตัวเองหลังจากเสร็จสิ้นเทศกาลสงกรานต์นั้น

วันนี้ (16 เมษายน 2566) ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากข้อมูลภาพรวมการระบาดของโอมิครอนในประเทศไทยในช่วง 30 วันล่าสุด ที่มีการส่งข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยที่ถอดรหัสพันธุกรรมเข้าสู่ระบบจีเสด ผ่าน Outbreak.info ซึ่งทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลกพบว่า สายพันธุ์หลักในประเทศไทยขณะนี้คือ XBB.1.5 ร้อยละ 47 รองลงมาคือ XBB.1.9.1 ร้อยละ 27 XBB.1.16 ร้อยละ 13 XBB.1.5.7 ร้อยละ 7 และ XBB.1.16.1 ร้อยละ 7

“ทั้งนี้ XBB.1.16 เป็นตัวที่ทั่วโลกกำลังจับตาเนื่องจากมีการแพร่เร็ว ทั้งยังหลบหลีกภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติและจากการฉีดวัคซีนได้ดี แต่ข้อมูลที่พบอาการทางคลินิกยังไม่ต่างจากสายพันธุ์อื่น แม้ติดเชื้อยังไม่มีใครล้มป่วยหนัก แม้แต่ที่ประเทศอินเดียที่มีการระบาดมาก แต่คนไข้อาการหนักไม่ได้เพิ่มมาก การนำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เกิดความตระหนัก และให้เกิดการเฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดการหย่อนยาน เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อจนกลายเป็นโรคประจำถิ่นในปัจจุบัน ลักษณะการระบาดมีความถี่มากขึ้น อีกทั้งภาวะโลกร้อนทำให้วัฎจักรเกิดการเปลี่ยนแปลง ไวรัสก็มีการเปลียนแปลง จึงต้องระวัง อย่างไรก็ตาม หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทั่วประเทศเกิดการเรียนรู้ เฝ้าระวัง มีนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงยา เวชภัณฑ์ วัคซีนเข้ามารองรับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเชื่อว่า หากเกิดอะไรขึ้นน่าจะเอาอยู่” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...