โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รุต โปงลางสะออน เสียชีวิตเพราะฮีตสโตรก อายุ 39 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 เม.ย. 2566 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2566 เวลา 11.04 น.

วงการบันเทิงเศร้า รุต โปงลางสะออน มือพิณวงโปงลางสะออน เสียชีวิตจากอาการฮีตสโตรก อายุ 39 ปี

วันที่ 10 เมษายน 2566 เฟซบุ๊กแฟนเพจ คนลูกทุ่ง รายงานข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นกับวงการลูกทุ่งไทย นายมารุต มากเจริญ หรือรุต มือพิณของวงโปงลางสะออน เสียชีวิตกะทันหันจากอาการของโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก (Heat Stroke) โดยมีแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความเสียใจ

คนใกล้ชิด ร่วมแสดงความเสียใจ

ศาสตราจารย์พงษ์ศิลป์ อรุณรัตน์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชานาฏยสังคีต คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “มารุต มากเจริญ ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จากไปอย่างกะทันหันเมื่อคืนวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566 ด้วยอายุ 39 ปี

ผมเห็นมารุตสีซอหลายงาน เขาเป็นคนซอที่ฝีมือดีมาก เมื่อราวเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ทางสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เชิญผมไปเป็นวิทยากรอบรมเพลงเห่กล่อมพระบรรทมให้กับศิลปินสำนักการสังคีตเป็นเวลา 5 วัน ผมจึงได้พบกับมารุตและเขาก็มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์

มารุตมีอัธยาศัยดีมาก เขาเรียนรู้ได้เร็ว สีซอสามสายได้ดี ได้เรียนเพลงช้าลูกหลวง เพลงสรภัญญะใหญ่ ที่เป็นเพลงสำคัญของซอสามสายเขาบอกว่าเรียนซอกับพี่ธีระ ภู่มณีและเข้ารับราชการในตำแหน่งของพี่ธีระ จึงมีพื้นฐานซอที่ดีมาก

เมื่อจบโครงอบรมผมบอกเขาว่าถ้าว่างจะต่อเพลงให้อีกนะมารุตจะได้เป็นครูซอคนสำคัญของสำนักการสังคีตในภายภาคหน้าเขาก็ดีใจมาก ผมเจอมารุตครั้งสุดท้ายเมื่อตอนซ้อมวงเครื่องสายเพื่อบันทึกองค์ความรู้ดนตรีไทยที่เป็นงานวิจัยของผม เราจึงได้สนทนากันอย่างสนุกสนาน

แต่น่าเสียดายที่วันบันทึกงานมารุตติดภารกิจราชการไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อทราบข่าวมารุตจากไปอย่างกะทันหันผมตกใจมาก เพราะเขาคือลูกศิษย์คนหนึ่งที่ผมหวังจะให้เขาเป็นครูซอคนสำคัญแห่งสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่น่าจะถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์รุ่นหลังได้อีกมากมาย หลับให้สบายนะมารุตศิษย์รัก”

ขณะที่ ลาล่า-ขวัญนภา เรืองศรี หนึ่งในสมาชิกของวงโปงลางสะออน โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า “จากเด็กน้อย เด็กกรุงเทพฯ ที่ชอบดนตรีอีสาน หอบพิณแคน มาเรียนกับพี่อี๊ด และช่วยพี่ทำวิทยานิพนธ์ หยอกเล่นกับน้องมาก จนน้องกลัวคิดว่าเราจีบ จนไล่เราไปนั่งหลังรถ

ประโยคเด็ดที่รุตชอบพูดคือ ต่อไปไม่ให้พี่อุ๊นั่งรถข้างหน้ากับรุตแล้ว ทุกคนเข้าใจผิดหมดว่า พี่อุ๊เป็นแฟนรุต ทุกคนในวงจะขำความคิดเด็ก ๆ ของมารุตเสมอ

พวกเราเริ่มต้นจากร้านอาหารเล็ก ๆ กับพี่อี๊ด รวมวงเล็ก ๆ ไปเล่นตามร้านอาหาร ค่าตัว 250 บาทต่อคืน เราสู้กันมาแบบสุด ๆ จนมาเป็น #โปงลางสะออน วงใหญ่ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก ผลงานของรุต ความน่ารักของรุต จะอยู่ในความทรงจำของพวกเรา #โปงลางสะออน และพี่ตลอดไป

หลับให้สบายนะน้องรัก ถึงวันนี้มารุตจะไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว แต่ความรักจากพี่ จะมีให้รุตตลอดไป
ด้วยรักและอาลัย #มารุตโปงลางสะออน”

สำหรับ มารุต มากเจริญ หรือ รุต โปงลางสะออน อายุ 39 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกโปงลางสะออน ในตำแหน่ง “หมอพิณ” ก่อนมาเป็นข้าราชการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ตำแหน่งดุริยางคศิลปินชำนาญงาน กลุ่มดุริยางค์ไทย และเป็นมือซอแห่งสำนักการสังคีต

ขณะที่ผลงานเพลง ในฐานะมือพิณของวงโปงลางสะออน มีดังนี้

  • อัลบั้มเพลง ชุด โปงลางสะออน เดอะ มิวสิก (2549)
  • อัลบั้มเพลง ชุด โปงลางสะออน เดอะ มิวสิก 2 (2550)
  • อัลบั้ม รวมเพลงโปงลางสะออน ตอน โปงลางสะดิ้ง (2550)
  • เพลงประกอบละคร คู่ปั่น คู่ป่วน (เพลง ปั่นป่วนมาชวนรัก)
  • อัลบั้มเพลง ชุดที่ 3 ศิลปินลูกข้าวเหนียว (2551)
  • อัลบั้มเพลง ชุดที่ 4 หัวใจสบายดี (2553)
  • เพลงประกอบภาพยนตร์ สามย่าน (เพลง นัว) (2553)
  • Single ชุดใหญ่ไฟกระพริบ (2561)
  • Single โปงลางสกา (2561)
  • เพลงประกอบละคร กระสือลำซิ่ง (เพลง แว๊บ แว๊บ) (2565)

“ฮีตสโตรก” เมื่อความร้อน คร่าชีวิตคน

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการรายงานข่าวผู้ที่ป่วยและเสียชีวิตจากอาการของโรคฮีตสโตรกมากขึ้น จากสภาพอากาศในประเทศไทยที่สูงขึ้นอย่างมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักการเมืองคนดังแห่งสมุทรปราการ ที่เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากซ้อมแข่งรถที่ จ.บุรีรัมย์ แล้วเกิดอาการเกี่ยวเนื่องจากโรคฮีตสโตรก

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก ว่าอาการของโรคมีหลากหลายตามลำดับขั้นของอุณหภูมิที่สูงขึ้น เช่น

  • มีผื่นขึ้นตามตัว
  • ตัวบวม
  • อาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่าเพลียแดด
  • เป็นตะคริว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
  • ปวดศีรษะ
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ชัก
  • มึนงง
  • หน้ามืด

ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้

ด้านนายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี อธิบายว่า หากพบเห็นผู้เป็นลมแดดให้ปฏิบัติดังนี้

  • รีบนำเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง
  • ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นน้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบ
  • ใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด
  • หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ
  • นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

ในการป้องกัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ระบุว่า ให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด เลือกออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็น ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และพยายามดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ด้านการแต่งกาย แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป สวมแว่นกันแดด กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...