โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โควิดฉุดสปา-นวดไทยเจ๊งถาวร 70% ผู้ประกอบการร้องรัฐไร้การเหลียวแล แม้ธุรกิจสุดบอบช้ำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2564 เวลา 20.59 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 22.34 น.

โควิดฉุดสปา-นวดไทยเจ๊งถาวร 70% ผู้ประกอบการร้องรัฐไร้การเหลียวแล แม้ธุรกิจสุดบอบช้ำ

นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสปาและนวดแผนไทยในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าย่ำแย่มากที่สุด เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ซ้ำเติมความเสียหายเพิ่มจาก 2 ระลอก ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้มีมาตรการดูแลหรือเยียวยาผู้ประกอบการในธุรกิจสปาและนวดแผนไทยออกมาเลย ทำให้การระบาดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ ร้านสปาและนวดแผนไทยต้องปิดตัวลงกว่า 2 เดือนแล้ว โดยล่าสุดจากคำสั่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ขยายการปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมด รวมถึงร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม และร้านนวดแผนไทย ออกไปอีก 14 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งเบื้องต้นมองว่าหากจะให้เปิดในตอนนี้ก็ไม่เห็นด้วย เพราะสถานการณ์ยังไม่เหมาะสมให้ธุรกิจกลับมาเปิดบริการจริงๆ โดยมูลค่าตลาดสปาและนวดแผนไทย อยู่ที่ 30,000 ล้านบาท นับเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นในปีนี้ ที่ต้องปิดชั่วคราวไปในการระบาดรอบ 2 ซึ่งกลับมาเปิดให้บริการได้เพียง 1 เดือน ก็ต้องปิดใหม่ตัวลงอีกครั้ง ทำให้ความเสียหายของผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงเห็นผู้ประกอบการธุรกิจสปาและนวดแผนไทยปิดตัวถาวรแล้ว 70%

“สถานการณ์ตอนนี้เป็นช่วงที่หาทิศทางเดินไม่ถูก เพราะการปิดธุรกิจในระลอก 3 ทำให้เงินในกระเป๋าของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีแล้ว เมื่อเงินทุนหมุนเวียนไม่มี บวกกับรายได้ที่หายไป 100% เพราะต้องปิดให้บริการตามประกาศของรัฐ ทำให้ต้องได้เห็นการปิดตัวลงของผู้ประกอบการอีกหลายรายแน่นอน เนื่องจากคนตัวเล็กตอนนี้กำลังจะตายกันหมด เพราะขนาดคนตัวใหญ่ก็แทบยืนอยู่ไม่ไหวกันแล้ว มองแนวโน้มธุรกิจตอนนี้แทบไม่มีทางใดที่เห็นว่าดี เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าและคายไม่ออกจริงๆ” นายกรด กล่าว

นายกรด กล่าวว่า ข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการมากที่สุดคือ การนำวัคซีนเข้ามาให้ได้มากที่สุดและกระจายฉีดให้กับประชาชนทั่วประเทศเป็นอันดับ 1 โดยต้องการให้ฉีดให้กับคนในธุรกิจสปาและนวดแผนไทยด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับมาก่อน อาจแบ่งเป็นรายจังหวัดหรือภูมิภาค อาทิ กทม. มีจำนวนคนในธุรกิจประมาณ 2.4 หมื่นคน ก็อาจระดมฉีดให้ก่อน เพื่อฟื้นธุรกิจและการจ้างงานกลับมา รวมถึงรัฐบาลต้องมีแผนชัดเจนในการเยียวยาผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง อาทิ แผนการตลาด ในการดึงร้านนวดและสปาเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เราชนะ และม.33เรารักกันได้ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมาตรการของภาครัฐบ้าง แลพการเยียวยาผู้ประกอบการผ่านการสมทบค่าจ้างแรงงาน ฝ่ายละ 50% (โคเพย์) โดยเฉพาะรายที่ยังเปิดให้บริการในส่วนอื่น อาทิ การผลิตสินค้าแทนการให้บริการนวดสปา เพราะรักษาการจ้างงานไว้ เพื่อให้พนักงานมีงานทำ และใช้ชีวิตต่อไปได้ ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลสามารถตรวจสอบและดำเนินการได้ผ่านการส่งประกันสังคมในแต่ละเดือน

“ขอแค่รัฐช่วย 3 ข้อที่เสนอไปให้ได้ก่อน ส่วนการช่วยเหลือในด้านอื่นๆ อาทิ การช่วยลดต้นทุนคงที่ ทั้งการลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ ยังไม่ต้องพูดถึงก็ได้ เพราะการระบาดรอบ 3 นี้ มาตรการช่วยเหลือธุรกิจไม่ออกมาเหมือนการระบาดรอบแรก ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่การระบาดรอบนี้ ผลกระทบรุนแรงและธุรกิจบอบช้ำกว่าที่ผ่านมามาก โดยมองว่ารัฐบาลควรเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ยังพยายามเปิดบริการเพื่อเลี้ยงลูกน้องไว้ก่อน เพราะถือว่าควรช่วยเหลือมากที่สุด เนื่องจากธุรกิจสปาและนวดแผนไทย บุคลากรถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเป็นแรงฝีมือ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ หากไม่พยายามรักษาไว้ ต้องเลิกจ้างไป การสอนแรงงานใหม่ต้องใช้เวลามากกว่าจะมีฝีมือเทียบเท่าคนเดิมๆ จึงอยากย้ำว่าหากรัฐยังไม่มีอะไรออกมาช่วยเหลือเพิ่ม ธุรกิจสปาและนวดเจ๊งทั้งประเทศแน่นอน” นายกรด กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...