โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมบางคนถึง 'กลัวเข็ม' เพียงแค่เห็นก็แทบลมจับ!

LINE TODAY ORIGINAL

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • nawa.
Heart photo created by pvproductions - www.freepik.com

มีใครกลัวเข็มบ้างไหมคะ ไปโรงพยาบาลทีไรเป็นต้องระแวงว่าจะโดนคุณหมอฉีดยาหรือไม่ หรืออยากจะบริจาคเลือดแบบคนอื่น ๆ เขาบ้าง แต่ใจไม่กล้าพอ เกรงว่าจะเป็นลมไปซะก่อนเพราะว่ากลัวเข็ม หรือแม้กระทั่งเรื่องความสวยความงาม สัก เจาะหู ก็ไม่กล้าทำอะไรใด ๆ หลายคนอาจจะเขินอายที่ตัวเองเป็นแบบนั้น เจ้าอาการกลัวเข็มเนี่ยทางการแพทย์ก็ได้บัญญัติไว้ว่าเป็นกลุ่มอาการทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่หวาดกลัวต่อ ‘สิ่งเฉพาะ’ เช่น กลัวเลือด, กลัวรู แต่คุณไม่ได้แปลกประหลาดอะไรนะคะ อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะทุกอย่างมีสาเหตุและวิธีการแก้ไข รักษา เยียวยากันได้ จะทำยังไงได้บ้าง ไปอ่านกันเลย!

กลัวเข็ม หรือกลัวอะไรกันแน่

จริง ๆ แล้วอาการกลัวเข็มเนี่ยมันสามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายประเภทนะคะ บางครั้งอาจจะไม่ใช่กลัวแค่เข็มแหลม ๆ แต่ยังเกิดความกลัวกับ ‘สิ่งของแหลมคม’ อื่น ๆ อีกด้วย รวมไปถึงความรุนแรงของระดับ ‘ความกลัว’ มากน้อยต่างกันก็ยังมีชื่อเรียกแยกกันไป ก่อนจะไปบำบัดความกลัว เราลองดูดีกว่าว่าจริง ๆ แล้วเรากลัวอะไร

  • อย่างแรกเลยคือ Aichmophobia หรืออาการกลัวของมีคม, ของปลายแหลม และเข็มทุกชนิด สำหรับอาการนี้จะเป็นความกลัวรุนแรงได้มากถึงขั้นช็อกและหมดสติได้เลย เรียกว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง
  • Algophobia แบบนี้จะโฟกัสที่กลัว ‘เจ็บ’ จากของแหลม ๆ ไม่ใช่แค่เข็มฉีดยา เช่น หากใครนำของคม ๆ แหลม ๆ มาโดนตัวก็ก่อให้เกิดความกลัวนี้ได้
  • Belonephobia อาการนี้ไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ เป็นความกลัวทั่ว ๆ ไปที่พบได้จากการเจอสถานการณ์ที่มีของมีคมเป็นส่วนประกอบ เมื่อได้เห็นสิ่งเหล่านั้นจะรู้สึกใจสั่น หรือวูบวาบคล้ายจะหน้ามืดได้ แต่เน้นว่าไม่รุนแรง
  • Enetophobia หรืออาการกลัวเข็มหมุด ย้ำว่าต้องมี ‘หมุด ’ เช่น เข็มที่ใช้ฝังเข็ม
  • Trypanophobia เป็นความกลัวการฉีดยา การเจาะเลือด การให้น้ำเกลือ ว่าง่าย ๆ คือเฉพาะเจาะจงไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์กันเลยทีเดียว
  • Vaccinophobia ชื่อก็ตรงตัวมาก มันคืออาการกลัวเวลาฉีดวัคซีน

ซึ่งอาการทั้งหมดเหล่านี้เราต้องลองสำรวจตัวเองดี ๆ ว่าเรามีความกลัวประเภทไหนกันแน่ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติมากที่สุด

สาเหตุของความกลัว

ในงานวิจัยเมืองนอกบอกว่า อายุเฉลี่ยของคนที่มีอาการกลัวแบบนี้ 80% อยู่ที่ช่วงวัย 5-6 ขวบ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดแบบฟันธงร้อยเปอร์เซ็นอาจยังไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าพูดถึง ‘สาเหตุร่วม’ ของคนจำนวนมากพบว่าอาจเกิดจากบางเหตุการณ์ในวัยเด็กที่สร้างให้กลายเป็นความกลัวขึ้นมา เช่น ตอนเด็กไปโรงพยาบาล อาจจะถูกพ่อแม่สร้างความกดดันว่า ฉีดยาแล้วจะเจ็บ, เข็มฉีดยาน่ากลัว, คุณหมอ-พยาบาลดุ หรือความรู้สึกในแง่ลบมาก ๆ จนก่อให้เกิดความหวั่นกลัวในใจทุกครั้งที่ต้องเจอเข็ม หรือสิ่งแหลมคม กดทับจนกลายเป็น Phobia มาจนตอนโต ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นไปได้เชื่อว่าเกิดจากความรู้สึกในใจของเราที่ว่า ‘ไม่สามารถเอาชนะความแหลมคม’ ของมันได้ จึงเกิดเป็นความกลัวสะสมมาเรื่อย ๆ นั่นเองค่ะ นอกจากนี้สาเหตุจากยีนก็เป็นได้ เช่น บางคนมีพันธุกรรมของโรควิตกกังวล โรคเครียดต่าง ๆ ก็มีส่วนเร่งให้เกิดอาการกลัวได้เช่นกัน

เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับ ‘เข็ม’ หรือของคม ๆ ที่เราไม่พึงประสงค์ ในสมองเราจะหลั่งฮอร์โมนเครียดออกมาเต็มไปหมด จนทำให้ร่างกายแปรปรวนปั่นป่วน เลือดพุ่งพล่าน นำไปสู่อาการอื่น ๆ เช่น หน้ามืด ใจสั่น บางรายอาจจะถึงขั้นเป็นลม ช็อก หมดสติไปเลยก็ได้ แล้วแต่ระดับความรุนแรงของแต่ละคน

บำบัดเพื่อลดละเลิกความกลัว

แน่นอนว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่เจอเข็มได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะหลีกได้ตลอดไปใช่ไหมคะ เพราะว่าวันดีคืนดีเราอาจจะต้องพบแพทย์ ฉีดยา นู่นนี่นั่น ทางออกของความกลัวคือควรได้รับการรักษาเพื่อทุเลาอาการกลัวเข็มลง ซึ่งวิธีการสุดแจ่มก็มีดังนี้

Graded Exposure Therapy เป็นวิธีใช้จิตแพทย์ใช้บำบัดอาการกลัวแบบเฉพาะเจาะจง รวมถึงกลัวเข็มฉีดยานี่ก็ด้วย โดยเริ่มจากให้เราเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัว ขั้นต้นเบสิกที่สุดคือ มองรูปภาพสิ่งนั้น เช่น หากกลัวเข็ม ก็นั่งจ้องรูปเข็มไป ดูสิว่าจะเกิดอาการอย่างไรบ้าง หน้ามืดไหม ใจสั่นหรือเปล่า เป็นลมหรือไม่ จากนั้นขั้นตอนจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ไปสู่การเริ่มหยิบจับแตะต้องสิ่งของนั้น ลองถือเข็มดูซิ ลองนำเข็มมาแตะโดนตัวดูหน่อย เป็นการฝึกซ้อมความรู้สึกภายในให้ค่อย ๆ รับมือได้กับสถานการณ์เมื่อต้องเจอ ‘เข็ม’ เมื่อเราบำบัดได้สักพัก สภาพจิตใจจะเริ่มคุ้นชินและรับได้ นำไปสู่การหายจากอาการกลัวเข็มในที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่มีอาการกลัวเข็มอยู่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงนะคะ แต่ถ้ารู้สึกว่าตนเองมีอาการหนักมากจนแทบรับมือไม่ไหว ลองเปิดใจปรึกษาแพทย์ดูได้ค่ะ จะได้บรรเทาอาการกังวลลง แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วค่ะ HAPPY!

.

ขอบคุณข้อมูลจาก

-www.healthline.com

-https://th.wikipedia.org

-www.betterhelp.com

-www.fearof.net

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...