โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลปกครอง พิพากษา เพิกถอนคำสั่งจุฬาฯ ตัดคะแนน เนติวิทย์ ให้พ้นสภานิสิต!

Khaosod

อัพเดต 04 เม.ย. 2562 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2562 เวลา 12.53 น.

ศาลปกครอง พิพากษา เพิกถอนคำสั่งจุฬาฯ ตัดคะแนน เนติวิทย์ ให้พ้นสภานิสิต!

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ศาลปกครอง ถ.เเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 376/2562 ที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับพวกรวม 8 คน ยื่นฟ้อง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เเละคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ของนิสิต เป็นผู้ถูกห้องคดีที่ 1-3 เรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิตฯ และคำสั่งที่ให้สมาชิกสภานิสิตสามัญพ้นจากตำแหน่ง กรณีนิสิตเดินออกจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญานและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของนิสิตใหม่ (ชั้นปีที่หนึ่ง)

ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้ง 3 ฉบับดังกล่าว และให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชดใช้สินไหมทดแทนแก่นายเนติวิทย์กับพวกทั้ง 8 คนคนละ 10,000บาท รวมเป็นเงิน 80,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะชำระให้นายเนติวิทย์กับพวกทั้ง 8 คนจนเสร็จสิ้น

โดยศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยเเล้วเห็นว่ากรณีที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 อ้างว่ากรรมการส่งเสริมวินัยนิสิตจำนวน 3 คนมีสภาพอันร้ายเเรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลางเเละจะทำให้พิจารณาเรื่องนั้นไม่ได้ ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่ามีการกล่าวถ้อยคำหรือวาจาที่มีคำรุนเเรง

ในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกเคยรณณรงค์ให้เลิกนโยบายเเต่งชุดนักศึกษา ส่วนเรื่องที่1ในกรรมการเคยโต้เถียงเรื่องการจัดเสวนาในมหาวิทยาลัยก็เป็นไปในบริบทของเรื่องในขณะนั้น หลังเกิดเหตุก็ไม่ปรากฎข้อเท็จจริง ที่เเสดงให้เห็นว่า1ในคณะกรนมการมีสาเหตุโกรธเคืองผู้ฟ้องคดีอีก กรณีที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า กรรมการดังกล่าวมีสภาพอันร้ายเเรงจึงไม่สามารถรับฟังได้

ส่วนประเด็นเรื่องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้เปิดโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงเพียงพอเเละโต้เเย้งนั้น เห็นว่า ก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิต ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ได้มีหนังสือ รวม8 ฉบับเเจ้งผู้ฟ้องคดีกรณีการเเสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเหตุการณ์ดังกล่าว เเละให้มีการสอบสวน พร้อมเเจ้งสิทธิในการคัดค้านกรรมการ

ชี้เเจง ขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็น พร้อมเเจ้งสิทธิอุทธรณ์หากมีคำสั่ง อันเป็นการเเจ้งสิทธิในกระบวนพิจารณาทางปกครอง ข้ออ้างผู้ฟ้องคดีจึงไ่อาจรับฟังได้ ส่วนที่ว่าคณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิตปฏิเสธไม่ให้ผู้ฟ้องคดีที่1ดูเอกสารพยานหลักฐานเกี่ยวข้องในการพิจารณาลงโทษวินัย เห็นว่า คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้เเย้ง เพื่อป้องกันสิทธิจองตน เเต่ถ้ายังไม่ได้วินิจฉัยทำคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น คู่กรณีไม่มีสิทธิขอตรวจดูเอกสารอันเป็นต้นร่างคำวินิจฉัย

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 ถูกกล่าวหาเเสดงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมโดยเจตนาเดินออกจากเเถวขณะประกอบพิธีฯ โดยปรากฎเหตุการณ์เเละข่าวตามสื่อโซเชี่ยลฯที่ส่งผลต่อชื่อเสียงผู้ถูกฟ้องคดีที่1 ระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยนิสิตนักศึกษา พ.ศ.2527 กำหนดกฎระเบียบข้อบังคับ ไว้หลายข้อเกี่ยวกับเเนวทางปฏิบัติ ซึ่งนิสิตที่ฝ่าฝืนให้ถือว่ากระทำผิดวินัยตัดคะเเนนความประพฤติโดยให้คณะกรรมดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน พร้อมเสนอความเห็นต่อมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาลงโทษ กรณีข้อเท็จจริง

รับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง8ได้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญานและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของนิสิตใหม่ (ชั้นปีที่หนึ่ง)ในนามสภานิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะตัวเเทนนิสิต เพื่อเป็นสักขีพยานในการประกอบพิธีดังกล่าวโดยมีพิธีมีกำหนดการเเละการดำเนินการ มีการฝึกซ้อมก่อนเริ่มพิธีจริง เเละการเข้าร่วมพิธีจึงต้องอยู่ร่วมพิธีจนเสร็จสิ้น ซึ่งก็คือเมื่อผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนร่วมกันร้องเพลงมหาจุฬาลงกรณ์เเล้วถวายคำนับ

เเม้จะเป็นความจริงว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติ ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการเเสดงความเห็น พูด เขียน เเละการเดินทางเเละการจำกัดเสรีภาพจะทำไม่ได้ เเต่การใช้สิทธิเสรีภาพเช่นว่านั้นจะใช้กระทำตามอำเภอใจหาได้ไม่ เเต่ต้องใช้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 ย่อมรู้อยู่เเล้วว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 มีการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญานและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของนิสิตใหม่ (ชั้นปีที่หนึ่ง) เพื่อเเสดงตนเข้าเป็นนิสิต สืบเนื่องกันมาตลอด

เเม้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 ไม่เห็นด้วยกับวิธีการถวายสัตย์ฯโดยเสนอให้ปรับเปลี่ยนรูปเเบบจากการถวายบังคม ของนิสิตปีที่1ให้มีการยืนก้มศรีษะร่วมอยู่ในพิธี เเต่เมื่อยังไม่ได้มีการเปลี่ยนรูปเเบบพิธีการผู้ฟ้องคดีในฐานะตัวเเทนนิสิตย์จึงต้อวเคารพปฏิบัติตามรูปเเบบดั่งที่เคยปฏิบัติกันมา เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสามัคคี ระเบียบเรียบร้อย เเละเคารพในความเห็นบุคคลอื่น การเเสดงออกความเห็นของตนอันผิดเเผกเเตกต่างจากนิสิตที่เคยปฏิบัติมา

นอกจาก ไม่เคารพความคิดเห็นบุคคลอื่นเเล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการกระทำที่สร้างความเเตกเเยกในหมู่คณะ เกิดความไม่เป็นระเบียบ การที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 เดินออกจากเเถวไปโค้งคำนับพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ในขณะที่ผู้เข้าร่วมพิธีอื่นยังคงยืนในเเถว ส่อเเสดงให้เห็นเจตนาผู้ฟ้องคดีในการเตรียมการนัดหมายกันล่วงหน้าเพื่อเเสดงออกเเก่บุคคลทั่วไปถึงความไม่เห็นด้วยกับรูปเเบบการประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญานและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของนิสิตใหม่ (ชั้นปีที่หนึ่ง)

เเม้การกระทำจะไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายระหว่างพิธี เเต่ก็ถือเป็นการกระทำที่ไม่รักษาไว้ซึ่งความสามัคคี ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เเละชื่อเสียงเกียรติคุณจุฬาฯ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีมติให้ลงโทษตัดคะเเนนความประพฤติผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 อันเป็นการกระทำผิดวินัยนิสิตฯข้อ 6 เเละ 8 ของระเบียบจุฬาฯ ข้อละ 10 คะเเนน รวมเป็น 20 คะเเนนถือเป็นการลงโทษตามอำนาจหน้าที่ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีการวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีมีการกระทำผิดวินัยข้อ 4,7เเละ 9 ให้ตัดคะเเนนความประพฤติผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 คนละ 25 คะเเนนทำให้ผู้ฟ้องคดี 1-5

ซึ่งเป็นสมาชิกสภานิสิตสามัญจุฬาลงกรณ์ขาดคุณสมบัติเเละต้องพ้นจากตำเเหน่งดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่1 จึงไม่อาจอาศัยข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาเป็นเหตุในการออกคำสั่ง ให้ผู้ฟ้องคดีที่ 1-5 ออกจากการเป็นสมาชิกสภานิสิตฯการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เเต่เมื่อศาลวินิจฉัยว่าการกระทำเป็นความผิดตามข้อ 6 เเละ 8 เเล้ว การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจที่จะดำเนินการวินิจฉัยวินัยนิสิตฯเเละการที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีมติเเก้ไขการตัดคะเเนนเมื่อวันที่ 25 ม.ค.61 จากเดิมตัดคะเเนน 25 คะเเนนเหลือตัดคะเเนน 20 คะเเนน

ซึ่งเเม้ผู้ถูกฟ้องคดีจะมีความเห็นเเตกต่างจากคำวินิจฉัยศาลข้างต้นเเต่ไม่อาจถือได้ว่ากลั่นเเกล้งหรือประมาทเลินเล่อ จึงไม่เป็นการทำละเมิดไม่ต้องรับผิดค่าสินไหมทดเเทน จึงพิพากษาเพิกถอนคำสั่งจุฬาฯเฉพาะส่วนที่วินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีกระทำผิดวินัยข้อ 8 เเละมติเเก้ไขคำสั่งเมื่อวันที่ 25 ม.ค.61 เฉพาะส่วนที่วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 กระทำผิดวินัยนิสิตข้อดังกล่าว 10 คะเเนนเเละคำสั่งจุฬาเรื่องให้ ผู้ฟ้องคดีที่1-5 พ้นจากสมาชิกสภานิสิตฯ โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่มีคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาดังกล่าว เป็นคำวินิจฉัยของศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งคู่ความยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นในวันนี้

คลิกอ่านรายละเอียดของคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง https://drive.google.com/open?id=137pdQxPd5LTEzTqJh3Nkvx41wYNFJae7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...