โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hito Steyerl ศิลปินแห่งยุคสมัยของเรา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ก.พ. 2563 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 07.31 น.

ในยุคปัจจุบันที่การสื่อสารทั้งโลกไร้ขอบเขตพรมแดน ในยุคดิจิตอลที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แม้โลกศิลปะเองก็เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

มีศิลปินผู้หนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้และใช้มันสำรวจความเป็นไปของโลกยุคดิจิตอลในปัจจุบันอย่างเปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน

ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า

ฮิโต สเตเยิร์ล (Hito Steyerl)

ศิลปินภาพเคลื่อนไหว, ศิลปะจัดวาง และศิลปะแสดงสด, นักทำภาพยนตร์, นักเขียน, นักวิชาการ

เกิดในเยอรมนีในปี 1967 แรกเริ่มเธอศึกษาด้านภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น ก่อนที่จะจบปริญญาเอกสาขาปรัชญาที่เวียนนา

สเตเยิร์ลเป็นที่รู้จักจากผลงานศิลปะในรูปของภาพยนตร์และวิดีโออันน่าตื่นตา ที่ผสมผสานเนื้อหาและภาพจากหลายแหล่งที่มา ที่นอกจากจะสนุกสนานแล้วยังเปี่ยมความหมายลุ่มลึกคมคายอีกด้วย

บางครั้งดูๆ ไปผลงานของเธอก็คล้ายวิดีโอเกมอยู่ไม่หยอก เพราะเธอมักจะใช้ฉากที่สร้างขึ้นในหนังและวิดีโอของเธอในระบบดิจิตอล หรือเวอร์ช่วล เรียลลิตี้ (ระบบความเป็นจริงเสมือน) หลอมรวมเข้ากับฉากในโลกแห่งความเป็นจริงจนเป็นเนื้อเดียวกัน

และมักจะสร้างสถานการณ์สมมุติเพื่อสร้างความสับสนจนทำให้ผู้ชมแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนคือโลกจริงหรือมายา

เพื่อตั้งคำถามว่า เราจะแยกแยะระหว่างข้อมูลข่าวสาร เฟกนิวส์ หรือไวรัลที่ถล่มหน้าจอท่วมท้นชีวิตเราทุกวันได้อย่างไร

เปรียบเทียบว่า ถ้าศิลปินในยุค 1970 อย่าง Arte Povera หยิบเอาวัสดุข้าวของเก่า เหลือใช้ ชำรุดทรุดโทรม ไร้ค่า ไร้ราคาที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นทุกหนทุกแห่งมาทำงานศิลปะ เพื่อแสดงการต่อต้านคุณค่าความงามตามขนบ และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สถาปนาโดยสถาบันของรัฐ และวิพากษ์วิจารณ์การเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ของระบบอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ของอิตาลีในยุคสมัยนั้น (https://bit.ly/39kRaF9)

สเตเยิร์ลเองก็มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน ด้วยการหยิบเอาข้อมูลภาพดิจิตอลคุณภาพต่ำที่มีอยู่มากมายมหาศาลเกลื่อนกลาดดาษดื่นในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต, ภาพที่ผ่านการแต่งในแอพพ์ หรือโฟโต้ช็อป, สกรีนช็อตเห่ยๆ ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน และไวรัลในโลกออนไลน์ ที่ถูกมองว่าไร้คุณค่า มาสร้างเป็นผลงานศิลปะที่ใช้สุนทรียะแบบป๊อปๆ ผสมกับวัฒนธรรมเซลฟี่และโซเชียลมีเดีย

เธอหลงใหลในภาพและข้อมูลเหล่านี้ที่ไหลบ่าท่วมท้นสายตาพวกเราอยู่ทุกวี่วัน รวมถึงเทคโนโลยีดิจิตอลที่ผลิตภาพและข้อมูลเหล่านี้ส่งออกไปทั่วโลก

เธอกล่าวว่า

“ภาพแตกๆ คุณภาพต่ำ (ที่เราเห็นกันจนเกร่อในโลกอินเตอร์เน็ต) แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เข้าใจง่ายและน่าเหลือเชื่อ มันแสดงให้เห็นถึงความลับบางอย่าง ถ้าเพียงแต่เราตั้งใจสังเกตมัน”

ผลงานของเธอสำรวจว่าภาพและข้อมูลคุณภาพต่ำอันเกร่อเกลื่อนกลาดเหล่านี้ถูกทำขึ้นมาเพื่ออะไร พวกมันแสดงให้เห็นอะไร และส่งผลอย่างไรต่อความคิดและการมองโลกของพวกเราเหล่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งมหาสมุทรข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบัน เธอยังตั้งคำถามว่า เราจะชื่นชมกับศิลปะหรือแม้แต่สร้างสรรค์ศิลปะขึ้นมาอย่างไร ในยุคสมัยปัจจุบันที่ทุกอย่างถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลดิจิตอลแทบจะทั้งหมดแล้ว

สเตเยิร์ลได้แรงบันดาลใจจากสิ่งละอันพันละน้อยในโลกแห่งการสื่อสาร ทั้งภาพยนตร์นิวเวฟของฌอง-ลุค โกดาร์ด ผลงานของกลุ่มนักแสดงตลกเสียดสีอย่างมอนตี้ ไพธอน, นักแสดงผู้เชี่ยวชาญศิลปะป้องกันตัวระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่างบรูซ ลี ไปจนถึงท่าเต้นในมิวสิกวิดีโอ โทรทัศน์, อินเตอร์เน็ต, สถาปัตยกรรมสมัยใหม่

ไปจนถึงปรัชญา วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

ในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาแต่ละชิ้น เธอต้องทำการค้นคว้าอย่างมากมาย ตระเวนสัมภาษณ์ผู้คน และสำรวจตรวจสอบเรื่องราวและหัวข้อที่เธอสนใจ

ตามเก็บสะสมภาพจากโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ภาพงานศิลปะสมัยใหม่หรือแม้แต่ภาพงานศิลปะในประวัติศาสตร์จากแหล่งที่มาต่างๆ นำมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่าง (sampling)

เติมแต่งด้วยภาพดิจิตอลที่เธอทำขึ้น สร้างเป็นผลงานภาพยนตร์และวิดีโออันน่าตื่นตะลึงที่บางครั้งก็ดูเหมือนสารคดีวิทยาศาสตร์อันเคร่งเครียดจริงจัง และบางครั้งก็ดูเหมือนภาพฝันอันเหลวไหลไร้ตรรกะ

เช่น ผลงาน How Not to Be Seen : A Fucking Didactic Educational. MOV File (2013) เธอใช้แนวคิดแบบวิดีโอ “ฮาวทู” ที่สอนหรืออธิบายวิธีการทำอะไรสักอย่างให้ผู้ชม ด้วยการผสมผสานระหว่างภาพและวิดีโอคลิปจากเหตุการณ์จริงที่หยิบฉวยมาจากอินเตอร์เน็ตและภาพดิจิตอลที่สร้างขึ้น

การถ่ายทำตัวละครที่เลือนหายไปกับฉากหลัง และเสียงบรรยายที่ฟังคล้ายเสียงประกาศในโฆษณาโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ที่สอน “วิธีการในการล่องหนหายตัว” รูปแบบต่างๆ ทั้งแนวทางแบบเสียดสีแดกดันอย่างการเป็นคนชายขอบ คนยากจน หรือถูกจับติดคุก

ไปจนถึงแนวทางแบบเป็นการเป็นงานอย่างการใช้ลายพราง หรือซ่อนตัวในชุมชนที่มีรั้วรอบขอบชิด

หรือถ้าวิธีการเหล่านี้ไม่ได้ผล ก็ยังมีตัวเลือกอย่างการเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือการใช้ผ้าคลุมล่องหนไปเลยก็มี!

หรือผลงาน Liquidity, Inc. (2014) ที่มาร่วมแสดงในซีรี่ส์การแสดงศิลปะวิดีโอและศิลปะแสดงสด Ghost : 2561 ในบ้านเราด้วย วิดีโอจัดวางที่ใช้สถานะอันเลื่อนไหลของน้ำเป็นธีมหลักในการนำเสนอเรื่องราวของเจค็อบ วู้ด อดีตผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามที่ได้รับการอุปการะจากครอบครัวอเมริกัน และเติบโตมาเป็นนักวิเคราะห์ทางการเงิน ก่อนที่จะตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008

เขาจึงตัดสินใจผันงานอดิเรกเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสาน (MMA) ให้กลายเป็นอาชีพ

วิดีโอสารคดีนี้แทรกด้วยข้อมูลของ “น้ำ” อันท่วมท้นล้นหลากในโลกออนไลน์ ทั้งในแบบตรงตัว หรือในเชิงภาพแทนในรูปแบบของศิลปะอย่างภาพคลื่นยักษ์ของโฮะคุไซ

และในเชิงอุปมาถึงการไหลเวียนของข้อมูลและสินทรัพย์ในโลกทุนนิยม ไปจนถึงในเชิงปรัชญาการต่อสู้ดังคำกล่าวของบรูซ ลี ฮีโร่ของเจค็อบ ที่ว่า “จงไร้รูปทรง ไร้รูปร่าง จงเป็นดั่งน้ำ”

สเตเยิร์ลนำเสนอเรื่องราวอันหลากหลายด้วยจังหวะอันหวือหวาฉับไว สนุกสนาน เร้าใจ เสียดเย้ยและยั่วล้ออย่างแหลมคม โดยฉายลงบนจอที่จัดวางตรงกันข้ามโครงสร้างที่นั่งที่ดูคล้ายกับกระดานลาดเล่นสเก๊ตบอร์ดปูโฟมยางสีฟ้า

จนคล้ายกับว่าผู้ชมกำลังโล้คลื่นยักษ์ที่กำลังซัดสาดใส่จอยังไงยังงั้น

ผลงานของเธอยังสำรวจประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิสตรี, เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลความรู้, วิกฤตผู้ลี้ภัยทั่วโลก, การคอร์รัปชั่นทางการเมือง, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไปจนถึงสงคราม

หรือแม้แต่ตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันศิลปะและอุตสาหกรรมค้าความตาย เมื่อบริษัทผลิตอาวุธเป็นแหล่งเงินทุนใหญ่ที่สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ระดับโลก

เธอยังตั้งคำถามถึงสถานภาพของงานศิลปะ เมื่องานศิลปะชิ้นเอกของโลกถูกปั่นราคาจนแพงมหาศาลในตลาดเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจจนสูญเสียคุณค่าในตัวมันเอง และกลายเป็นสินทรัพย์สูงค่า ที่ถูกเก็บเอาไว้ในพื้นที่จัดเก็บศิลปะปลอดภาษีและล่องหน

เพราะสาธารณชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะในขณะที่งานศิลปะเหล่านั้นถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ในสภาวะอุณหภูมิที่ถูกควบคุมอย่างเหมาะสม ปลอดความชื้น ปลอดภัยจากการวินาศกรรม และสงครามกลางเมือง

แต่ในขณะเดียวกัน จะมีความหมายอะไรถ้างานศิลปะเหล่านั้นถูกเก็บเอาไว้ให้อภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่คนได้เห็นมัน

ฮิโตกล่าวว่า สำหรับเธอ ศิลปะจะไม่เป็นศิลปะ ถ้ามันไม่สามารถถูกคนส่วนใหญ่มองเห็น เธอตั้งคำถามว่า การที่ศิลปะถูกสถาบันเก็บรักษาเอาไว้อย่างแน่นหนา จนคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ จะทำให้ศิลปะหมดคุณค่าและความหมายที่มันเป็นตั้งแต่แรกลงไปหรือไม่?

เธอยังเป็นผู้บุกเบิกการเล็กเชอร์กึ่งแสดงสด (Performance-lectures) ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการบรรยายและศิลปะแสดงสด ด้วยการใช้น้ำเสียงแปลกหู ท่าทางอันแปลกตา และการแต่งกายและบุคลิกอันแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปของครูสอนโยคะ หรือแม้แต่ปรมาจารย์เจไดก็ยังมี!

ผลงานของเธอถูกแสดงในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับโลกมากมาย ทั้งมหกรรมศิลปะ Manifesta ในปี 2004, มหกรรมศิลปะเซี่ยงไฮ้, กวางจู และไทเปเบียนนาเล่ ในปี 2007, มหกรรมศิลปะ documenta ครั้งที่ 12, มหกรรมศิลปะร่วมสมัยเวนิสเบียนนาเล่ ในปี 2013, 2015 และปี 2019 เธอยังเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ถูดจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกศิลปะร่วมสมัยในปี 2017 โดยนิตยสาร ArtReview

ด้วยองค์ประกอบทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้ฮิโต สเตเยิร์ล ถูกยกให้เป็นตัวแทนของ “ศิลปินแห่งยุคสมัยของเรา” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ภาพและข้อมูลจาก https://nyti.ms/3bsGar2, https://bit.ly/37dfzLl, https://bit.ly/2vpkwTZ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...