โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 ท่า Plank ง่ายๆ ออกกำลังกาย สลายพุงได้ที่บ้าน

Jeban.com

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2560 เวลา 17.00 น. • HT

เคยสงสัยไหมคะว่า "ทำไมเรามีพุง" โดยเฉพาะบริเวณท้องด้านล่าง? วันนี้ญาดาจะพาเพื่อนๆ ทุกคนมาหาคำตอบกัน พร้อมกับแชร์ท่าออกกำลังกายสลายพุง แบบง่ายๆ มาฝากด้วย ว่าแล้วก็ไปดูกันเล้ยยย

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วท้องล่างของเรานั้น เกิดมาจาก “ความเครียด” บางคนผอม หุ่นดี แต่ลงพุง ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถลงพุงได้เหมือนกัน! อุ้ต๊ะ!!ที่มาของพุงล่างก็คือความเครียด หรือที่เค้าเลยเรียกอีกอย่างว่า “พุงเครียด” เวลาที่ร่างกายเครียดเนี่ยจะหลั่งฮอร์โมนตัวนึงที่มีชื่อว่า “คอร์ติซอล (Cortisol)” เมื่อร่างกายเกิดความเครียดมันจะอยู่ในโหมดตั้งรับ และพร้อมจะรับการสะสมไขมันมากกว่าเดิม

ปัจจัยที่ทำให้เครียด

  • ความกังวลใจ จากปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน ครอบครัว เรื่องเงิน เรื่องแฟน สารพัดปัญหาที่ทำให้ให้เราคิดมาก วิตกกังวล จนกลายเป็นความเครียดนั่นเอง
  • นอนไม่พอ เอาแล้ววววว ไหนมีใครมีพฤติกรรมการนอนหลับที่ต่ำกว่า 6 ชม.บ้างไหมคะ การนอนน้อยจะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเครียดอย่างเจ้าคอร์ติซอลได้เช่นเดียวกัน
  • ออกกำลังกายหนักเกินไป การออกกำลังกายที่มากจนเกินไป จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับร่างกาย จริงๆ ตอนที่เราออกกำลังกายเราหลั่งฮอร์โมนเครียดอยู่แล้วแต่ในระดับที่พอดีพอเหมาะ แต่การออกกำลังกายที่โหมมากจนเกินไปเนี่ยสิ กลับกลายเป็นผลเสียกับร่างกาย แล้วยิ่งออกกำลังกายหนัก+นอนไม่พอด้วยแล้ว ยิ่งเป็นส่วนผสมที่เพอร์เฟคลงตัวกับการมีพุงเลยแหละค่ะ!!
  • กินน้อยจนเกินไป การกินน้อยไม่ได้แปลว่าจะทำให้เราผอม หลายคนติดปัญหาในการกินน้อยแต่กลับไม่ผอมลง เพราะการกินที่น้อยจนเกินไปจะทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด (Servival mode) โหมดนี้ร่างกายจะรักการเก็บสะสมไขมันมากกว่าเดิม เพราะมันคิดว่ามันกำลังจะตาย เลยต้องรีบกักไขมันเพื่อไว้ใช้ในการเอาตัวรอดก่อน โหมดนี้สะสมไขมันไม่ต่างกับความเครียดเลยทีเดียวค่ะ

วิธีลดความเครียด

  • นอนให้เยอะขึ้น ช่วงไหนนอนน้อย เครียดจากที่ทำงาน กินอะไรไม่ค่อยลง สังเกตตัวเองว่าช่วงนั้นจะมีพุง ดังนั้นแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อนก็จะช่วยให้หายลงพุงได้ในระดับนึงค่ะ
  • ออกไปรับประทานอาหารตามใจปากบ้าง (แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่กินเละทุกวันนะคะ 555) อันนี้หมายถึงคนที่พยายามไดเอทมากจนเกินไป ก็ควรมีวันหลุดให้ร่างกายหายเครียดบ้าง เค้าเรียกกันว่า Cheat meal ค่ะ คือมื้อที่กินอะไรก็ได้ที่อยากกิน 1 มื้อ
  • ออกกำลังกาย ถ้านอนพอแล้วออกกำลังกายอย่างพอดีพอเหมาะร่างกายจะช่วยขจัดความเครียดได้ดีเลยค่ะ เหมือนระบายอารมณ์ความแค้นจากงานหนัก แต่ถ้านอนไม่พอแล้วไปออกกำลังกายหนักนี่จะคนละเรื่องเลยนะคะ จะยิ่งทำให้ร่างกายเครียดโดยที่เราไม่รู้ตัว

ท่าออกกำลังกายสลายพุงหลายคนอาจจะคิดถึงท่า “ซิดอัพ” ขึ้นมาทันที แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะ!! ส่วนที่ทำให้ท้องของเรายื่นออกมาคือกล้ามเนื้อท้องด้านในไม่แข็งแรง มีชื่อเรียกกล้ามเนื้อนี้ว่า Transverses Abdominis ซึ่งตั้งอยู่ด้านในของ 6 packs อีกทีนึง!!หลายคนมุ่งมั่นซิดอัพแต่พุงไม่ยุบซักที ข้อแรกอาจจะเกิดมาจากความเครียดอย่างที่บอก และข้อที่สองก็คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อผิดจุด ดังนั้นท่าที่ญาดานำมาฝากในวันนี้คือท่าที่ช่วยให้ “หน้าท้องแบนราบ พุงไม่ยื่นนั่นเองค่ะ”

Plank

คุ้นหูกันขึ้นมาเลยสิท่า ใครจะรู้ว่าท่า Plank นี่คือไม้ตายของการมีหน้าท้องที่แบนราบเลย แถมยังโดนจุดเจ้าท้องมัดด้านในแบบเต็มๆ ก่อนจะมา Plank กัน ญาดาขอพูดถึงข้อผิดพลาด 2 จุดของคนที่ทำท่านี้กันดีกว่าค่ะ

1. ก้นโด่ง หากก้นโด่งแบบนี้เราจะฝึกไม่โดนกล้ามเนื้อท้องด้านในค่ะ

2. หลังแอ่น แต่ถ้าหากมาในแนวหลังแอ่นจะกลายเป็นฝากน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไปที่หลังล่างแทน แล้วก็จะทำให้เกิดการปวดหลังในเวลาต่อมา

วิธีการ Plank ที่ถูกต้องคือก้นเราต้องไม่โก่ง และหลังเราต้องไม่แอ่น พยายามดูตัวเองในกระจกไว้นะคะ พอทำได้แล้วห้ามเงยหน้าด้วยเดี๋ยวปวดคอ เกร็งอยู่ในท่านี้ให้ได้นานที่สุด มือใหม่ควรจะเริ่ม 15-20 วิก่อน แล้วค่อยขยับเป็น 40-60 วินะคะ ทำซ้ำได้ถึง 5 เซ็ตเลยค่ะ แล้วแถมยังเล่นได้ทุกวันด้วย! เพราะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวต้องการความทนทานและมั่งคง มันคือจุดศูนย์กลางของตัวเรา ดังนั้นมันจะมีความทนทานมาก เล่นซ้ำได้เลยค่ะ

1. Side Plank

ท่านี้ท้องด้านในก็ทำงานแต่จะไปเก็บช่วงท้องด้านข้างซะมากกว่า! ทำให้เรามีเอวที่ S และหน้าท้องที่แบนราบ 2 in 1 กันไปเลย คุ้มเว่อร์ เหนื่อยเว่อร์ จัดไปค่ะ!!

1. เริ่มจากการวางศอกและหัวไหล่ให้ตรงกันเหมือนในรูป ส่วนขาถ้าเป็นมือใหม่อยากให้ไขว้กันไว้ก่อน จะได้รู้สึกมั่นคงและสามารถที่จะออกแรงจากท้องด้านข้างได้อย่างเต็มที่

2. เมื่อได้ท่าที่เหมาะสมแล้วก็ยกตัวขึ้นไปเลยค่ะ ยกจนขนานไปกับพื้นเลยได้ยิ่งดี

3. ท่านี้ต้องทำสลับด้านกันซ้าย-ขวา มือใหม่ข้างละ 15 วิก่อน แล้วค่อยขยับเป็น 30-40 วินะคะ ท่านี้ไม่ต้องพักนาน เพราะควรทำ 2 ข้างให้ครบก่อนแล้วค่อยพักทีเดียว เมื่อครบทั้ง 2 ข้างถึงนับเป็น 1 เซ็ต ทำได้ตั้งแต่ 3-5 เซ็ตเลยค่ะ

2. Full Side Plank ท่านี้ต่อมาจากท่าเมื่อกี้ แต่เพิ่มความยากของการทำงานท้องข้างให้นิดนึง คือการวางเต็มฝ่ามือ ไม่ใช่เป็นการวางศอก แบบนี้เค้าจะเรียกว่า Full จะยากกว่าวางศอก เพราะช่วงแขนจะยาวขึ้น เราจะต้องเกร็งตัวมากกว่าเริ่มจากการวางมือเหมือนในรูป

2. พอได้แล้วก็ยกตัวขึ้นไปเลยอย่าได้ลังเลค่ะสาวๆ พยายามให้ตัวเฉียง 45 องศาจะสวยมากค่ะ มือใหม่อยู่ในท่านี้ไว้และเกร็งให้ได้ 15 วิ อย่าลืมทำทั้งซ้าย และขวานะคะ เดี๋ยวเอวไม่เท่ากัน ทำครบทั้ง 2 ข้างถึงนับเป็น 1 เซ็ต ทำได้ตั้งแต่ 3-5 เซ็ตเลยค่ะ

3. Side Plank Crunch ท่านี้ยากกว่าเมื่อกี้อีกค่ะ เป็นท่าที่ต่อมาจากเมื่อกี้เลย แต่เพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อเข้าไป เค้าเรียกว่าการ Crunch จะได้ท้องข้างเพิ่มมากขึ้น ยิ่งยากก็ยิ่งเบิร์นไขมัน เอวก็ยิ่งเอสไว เอ้ารออะไร มาต่อกันเลยค่ะท่าเริ่มจะเหมือนท่าเมื่อกี้เลย คือการวางเต็มฝ่ามือ

2. จากนั้นยกตัวขึ้นไปเหมือนเดิมนะคะ แต่ทีนี้มีการยกขาขึ้นมาด้วย! เอาแล้ว!! บอกแล้วว่ายากกว่า

3. ยังไม่จบค่ะ ท่านี้จะมีการขยับ คือให้ขยับเข่าและศอกเข้าหากัน หุบเข้าออกแบบนี้ถึงนับเป็น 1 ครั้งนะคะ ทำข้างละ 12-20 ครั้งเลยค่ะ ทำซ้ำได้ 3-4 เซ็ต

ดูให้ครบทั้ง 6 ท่า กดเลย

ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์บิวตี้ ที่มีมาอัพเดทกันทุกวัน กับฮาวทูปังๆ และไอเท็มเด็ด ที่สาวๆ หยิบมาแชร์กัน ได้ที่ jeban.com และช่องทาง Facebook : Jebandotcom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...