โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ใช้บัตรเครดิตอย่างไร”...ให้เกิดประโยชน์สูงสุด?

Wealthy Thai

อัพเดต 25 ธ.ค. 2563 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 17.03 น. • wealthythai
ในปัจจุบันที่พวกเราสามารถใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย ไม่ว่าจะมีโปรโมชั่นอะไรก็ตามไปเก็บกันหมด บางคนอาจมองว่าของมันต้องมี ซื้อก่อนใช้ก่อนอวดก่อน แต่จริงๆ แล้วเรากำลังสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็นจนทำให้เราไม่สามารถชำระคืนได้หรือเปล่า

ในปัจจุบันที่พวกเราสามารถใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย ไม่ว่าจะมีโปรโมชั่นอะไรก็ตามไปเก็บกันหมด บางคนอาจมองว่าของมันต้องมี ซื้อก่อนใช้ก่อนอวดก่อน แต่จริงๆ แล้วเรากำลังสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็นจนทำให้เราไม่สามารถชำระคืนได้หรือเปล่า

 

“ปัญหาหนี้สินในครัวเรือน” นั้นเกิดจาก ‘บัตรเครดิต’ หรือเกิดจาก ‘ตัวเราเองไม่บริหารวินัยทางการเงิน’ ให้ดีจริงๆ แล้วถ้าเราไม่ใช้บัตรเครดิตเกินกว่าความสามารถในการชำระคืนได้ เราจะสามารถชำระหนี้สินได้ตามรอบบิล โดยไม่ต้องไปกู้ยืมเพื่อมาโปะหนี้บัตรเครดิต

 

“ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถทำเช่นนั้นได้ หลักการพื้นฐานก็คือ เราจะต้องหมั่นตรวจสอบว่ารายการที่ใช้จ่ายบัตรเครดิตไปนั้น ยังอยู่ในยอดที่สามารถชำระคืนได้ ในปัจจุบันทุกๆ บัตรมีแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือที่เราสามารถตรวจสอบยอดคงค้างบัตรเครดิตได้ โดยไม่ต้องรอใบแจ้งยอดส่งมา ทำให้เราทราบว่าเดือนนี้ใช้จ่ายไปเท่าไหร่แล้ว ยังพอจะใช้บัตรเครดิตต่อไปได้หรือไม่ หรือควรจะหยุดก่อนเพื่อไม่ให้ยอดใช้จ่ายเกินกำลัง”

 

ขอสรุปหลักการง่ายๆ ในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ ดังนี้

 

  • จ่ายเต็มจำนวนเสมอ ถ้าเรา ‘จ่ายเต็มจำนวน’ ตามรอบบิลที่เรียกเก็บ เราจะไม่เสียดอกเบี้ยให้สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตเลย และถ้าจ่ายวันสุดท้ายตามวันครบกำหนดชำระจะยิ่งคุ้มค่าเข้าไปอีก เพราะเงินสดยังอยู่กับเราอยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้า ‘ชำระไม่เต็มจำนวน’ นั้น สถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยเราทันที โดยตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงินสามารถคิดดอกเบี้ยได้สูงสุดถึง 18% เลยครับ และคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่รายการเกิดด้วย

 

“ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าเราชำระไม่เต็มจำนวน เราจะเสียดอกเบี้ยที่แพงมากๆ เป็นสาเหตุให้เกิดหนี้สินเกินตัว ที่หลายๆ คนไม่สามารถออกจากวงจรดังกล่าวได้ ดังนั้นควรจ่ายเต็มจำนวนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดวงจรดังกล่าวครับ”

 

  • ถ้ามีโปรโมชั่นในการผ่อนชำระ 0% ต้องพิจารณาว่า เราสามารถจ่ายส่วนในการผ่อนชำระดังกล่าวนั้นได้หรือไม่ สมมติสินค้าราคา 30,000 บาท ผ่อนชำระ 0% 10เดือน ตกเดือนละ 3,000 บาท เราต้องนำยอด 3,000 บาท ไปรวมกับยอดใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือนด้วยว่า เราสามารถชำระคืนในส่วนนี้พอหรือไม่ ซึ่งถ้าสามารถชำระคืนได้ ยังไงการรับโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ย่อมดีกว่าการชำระเป็นเงินสด เพราะนอกจากเราสามารถชำระค่าสินค้าช้าลงแล้ว ทางร้านค้ายังไม่คิดดอกเบี้ยการชำระช้าลงนั้นอีก แถมเรายังได้รับสินค้าดังกล่าวมาใช้ทันทีอีกด้วย โดยทั่วไปนั้นไม่แนะนำให้ผ่อน 0% หลายรายการจนเกินไปนะครับ อาจจะทำให้เราไม่สามารถชำระคืนทันได้

 

       

 

  • ‘คะแนนสะสม’ หรือ ‘เงินคืนจากบัตรเครดิต’ บัตรเครดิตส่วนใหญ่ในท้องตลาด อาจแบ่งได้เป็นกลุ่มที่ให้ ‘คะแนนสะสม’ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร และกลุ่มที่ ‘ให้เงินคืนจากการใช้บัตร’ ทีนี้เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเรา บางคนอาจชอบแบบคะแนนสะสมเพราะสามารถนำคะแนนสะสมไปแลกสินค้า หรือบริการ หรือไมล์ของสายการบินได้ แต่เนื่องจากช่วงนี้เราไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ดังนั้นตัวเลือกการเปลี่ยนคะแนนสะสมเป็นไมล์ของสายการบินอาจจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ บางคนที่ซื้อของตามห้างสรรพสินค้าอาจจะถูกใจกับการแลกคะแนนสะสมเป็นบัตรกำนัลของห้าง ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

 

“บัตรเครดิตบางใบอาจออกโปรโมชั่นแลกคะแนนสะสมเพื่อรับเงินคืนเข้าบัตร หรือเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้า คุ้มหรือไม่คุ้ม สำหรับตัวผมเองถ้าส่วนลดหรือเงินคืนนั้นถึง 15% ก็ควรจะรับโปรโมชั่นดังกล่าวแล้วครับ ถ้าน้อยกว่านั้นก็อาจพิจารณาตามความจำเป็น หรือปัจจัยอื่นๆ เช่นช่วงนี้ไม่ควรแลกเป็นไมล์ของสายการบิน และเดือนนี้อาจมียอดใช้จ่ายเริ่มเยอะแล้ว ก็ควรเอาคะแนนมาเป็นส่วนลดบ้าง”

 

บางคนไม่สนใจคะแนนสะสม อยากจะได้เป็นเงินคืนเข้าบัตรเท่านั้น ก็เลือกเป็นบัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่ออกเป็นบัตรแคชแบ็ก หรือเป็นบัตรที่เป็นเงินคืนเข้าบัตรเลยครับ ส่วนใหญ่จะให้เงินคืนประมาณ 1% เป็นหลัก และมีโปรโมชั่นเงินคืนเกิน 1% ตามแต่ละบัตร ทีนี้เราก็จะไม่ต้องปวดหัวเรื่องคะแนนสะสมว่าจะเอาไปแลกเป็นอะไรแล้ว เพราะทุกการใช้จ่ายก็จะได้เป็นเงินคืนกลับเข้าบัญชีบัตรเลย

 

  • ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตต่างๆ แน่นอนว่าสถาบันการเงินไม่ให้เราใช้บัตรเครดิตกันอย่างฟรีๆ แน่นอน จะต้องคิดค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อมาเรียกเก็บจากเราอีก มีค่าธรรมเนียมที่เราควรระวังดังนี้ครับ

 

4.1 ค่าธรรมเนียมรายปี อันนี้บางบัตรมี บางบัตรไม่มี ถ้าเราไม่อยากจุกจิกตรงนี้ก็อาจจะเลือกบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีได้เลย หรือบางบัตรมีเรียกเก็บ แต่ให้เงื่อนไขว่าถ้าใช้จ่ายถึงยอดที่กำหนดจะไม่เรียกเก็บ ถ้าเราสามารถใช้จ่ายได้ตามที่สถาบันการเงินกำหนดก็ไม่มีปัญหาครับ หรือมีบัตรอีกประเภทหนึ่งที่บังคับจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี แต่ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รวมๆ แล้วมูลค่าสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ อันนี้ต้องดูรายละเอียดครับ เพราะความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าเราใช้สิทธิประโยชน์ที่บัตรเครดิตนั้นนำเสนอได้อย่างคุ้มค่าตามค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บมา และสามารถชำระเงินคืนได้ ก็คุ้มค่ามากๆ สำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับบัตรเครดิตประเภทนี้ครับ

 

4.2 ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน ในการใช้ชำระสินค้าที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ โดยปกติแล้วบัตรเครดิตจะเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2.5% เลยครับ ดังนั้นเราอาจหลีกเลี่ยงด้วยการย้ายไปใช้บัตรที่มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่านี้ (ซึ่งแทบไม่มีบัตรใดที่เป็นเช่นนั้น) หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวอื่นๆ เช่น Travel card ที่ตอนนี้หลายๆ สถาบันการเงินได้ออกมาเพื่อแก้ปัญหาค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ครับ

           

ทั้งนี้หัวใจหลักของ ‘การใช้บัตรเครดิต’ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงที่สุดคือ เราจะต้องระมัดระวังการใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เกินความสามารถในการชำระคืน ต้อง ‘ไม่ติดกับดักโปรโมชั่น’ ของสินค้าหรือบริการต่างๆ และพิจารณาซื้อสินค้าตามความจำเป็น หมั่นตรวจสอบยอดใช้จ่ายของเราอย่างสม่ำเสมอ ถ้าทำได้ตามนี้เราก็จะไม่ตกอยู่ใน ‘วงจรของหนี้บัตรเครดิต’ และยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...