โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รศ.ดร. สมชาย กล้าหาญ แนะนำวิธีการตัดแต่งกิ่งมะม่วงแบบชิด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 พ.ย. 2565 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2565 เวลา 21.51 น.

การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติก หรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง

ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนั้น นิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่งโดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ระบบกิ่งภายในทรงพุ่มโปร่ง เพื่อแก้ปัญหาโรคแมลงได้น้อยลง ระบบการเลี้ยงกิ่งข้างนี้จะทำให้การตั้งพุ่มของมะม่วงมีทรงพุ่มได้ดีคือ จากช่วงที่ 1 เลี้ยงกิ่งไว้ 1-2 กิ่ง

พอช่วงที่ 2 เลี้ยงกิ่งที่แตกจากช่วงที่ 1 ไว้กิ่งละ 3 กิ่ง รวมกันเป็น 6 กิ่ง พอช่วงที่ 3 เลี้ยงไว้ 18 กิ่ง (1-2-6-18) การแตกกิ่งของมะม่วงแตกด้านข้างละ 3 ช่วง และรวมทั้งการเลี้ยงกิ่งจากลำต้นอีก 2 ช่วง รวมเป็น 5 ช่วง จะใช้เวลาเลี้ยงดูทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน การเลี้ยงระบบนี้กิ่งจะค่อยๆ โปร่งขึ้นและโคนกิ่งแข็งแรง กิ่งจะไม่หักหรือห้อยลงมาขณะที่มะม่วงติดผล

จุดประสงค์ของการตัดแต่งกิ่งมะม่วงระบบปลูกชิด

1. เพื่อเอาโครงสร้างให้ทรงพุ่มและลำต้นเตี้ย จะเริ่มตัดเมื่อยอดพันธุ์ดีเจริญได้สูงจากพื้นดิน 2 ฟุต หรือ 2 ชั้นใบ และเมื่อกิ่งที่แตกออกมาใหม่ซึ่งแตกจากตาข้างนั้น เราก็เริ่มตัดกิ่งหรือปลิดกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ออกเพื่อให้ได้โครงสร้างตามที่เราต้องการให้เหลือไว้ 2 กิ่ง หรืออาจจะไว้ 3 กิ่ง ก็ได้ (ในขั้นแรก)

2. เพื่อให้สะดวกในการปฏิบัติงาน มะม่วงระบบปลูกชิดนั้น เมื่อเราตัดแต่งกิ่งแล้วจะได้ลักษณะรูปทรงพุ่มต้นเตี้ยสะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น ฉีดสารเคมี การเก็บเกี่ยวผล การใส่ปุ๋ยซึ่งการปลูกมะม่วงระบบชิดต้นเตี้ย การเก็บเกี่ยวมะม่วงก็จะไม่เกิดความเสียหายหรือเกิดขึ้นน้อย

3. เพื่อให้ปริมาณกิ่งและผลสมดุลกับลำต้นและธาตุอาหาร คือตัดแต่งเพื่อให้มะม่วงมีจำนวนกิ่งที่ออกดอก และถือผลในปริมาณที่พอดีกับสัดส่วนของลำต้นและปริมาณธาตุอาหาร ซึ่งจะทำให้ได้ผลมะม่วงที่สมบูรณ์เป็นที่ต้องการของตลาด ถ้าหากไม่ได้ตัดแต่งกิ่งมะม่วงจะติดผลมาก กิ่งใบมาก จะทำให้ผลเล็กและอาจทำให้มะม่วงทรุดโทรมได้

4. เพื่อป้องกันโรคและแมลง การปลูกมะม่วงระบบชิด ถ้าไม่ตัดแต่งกิ่งจะทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและแมลงได้ เพราะจำนวนต้นมะม่วงที่ปลูกต่อไร่นั้นมีความหนาแน่น และถ้าไม่ตัดจะทำให้ทรงพุ่มทึบ แสงแดดส่องเข้าไปไม่ถึงบริเวณโคนกิ่งจะทำให้เกิดโรคจากเชื้อราได้หรือเป็นที่หลบซ่อนหรือว่างไข่ของพวกแมลงศัตรูได้

การตัดแต่งกิ่งมะม่วงแบบเลี้ยงยอด 2 และ 3 กิ่ง ที่มา : สนั่น ขำเลิศ, 2527

รูปแบบของการตัดแต่งกิ่งในระบบปลูกชิด

การปลูกมะม่วงในระบบปลูกชิดนั้น ต้องการตัดทรงพุ่มเตี้ย แคระเป็นหลัก รูปแบบที่นิยมใช้และเหมาะสมกับการปลูกมะม่วงระบบปลูกชิดนั้น คือแบบทรงแจกันซึ่งทำได้โดยตัดยอดหรือวิธีดียวกันกับตั้งพุ่มต้น ซึ่งได้กล่าวมาแล้วคือ การตัดยอดหรือลำกระโดงให้สูงจากพื้นดินประมาณ 2 ฟุต หรือ 2 ชั้นไป และเมื่อมียอดใหม่แตกออกมาตามด้านข้างของลำต้น เลือกกิ่งบริเวณบนสุดไว้ประมาณ 2-3 กิ่ง และเลือกกิ่งที่มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด และมีระยะห่างพอดีทำให้เกิดทรงพุ่มคล้ายแจกัน มีช่องว่างตรงกลางพุ่ม ถ้าหากตัดกิ่งกระโดงในขั้นแรกให้อยู่ในระดับที่เตี้ย ก็จะทำให้ทรงพุ่มต้นมะม่วงเตี้ย

และถ้าตัดกิ่งที่แตกออกมาชุดแรกอีกแต่ละกิ่งจะแตกยอดอ่อนออกมาหลายยอด ในแต่ละกิ่งเลือกเอาไว้ 2 ยอด หรือ 3 ยอด การตัดยอดนั้นไม่ควรทำเกิน 3 ครั้ง เพราะจะทำให้ทรงพุ่มมะม่วงทึบเกินไป ซึ่งการตัดแต่งกิ่งมะม่วงแบบแจกันนี้ จะทำให้มะม่วงมีการกระจายผลดีมากผลมะม่วงจะมีคุณภาพดี ทรงพุ่มโปร่ง แต่อาจทำให้กิ่งฉีกหักได้ง่าย

การตัดแต่งกิ่งมะม่วงระบบชิดในต้นที่ให้ผลแล้ว การตัดแต่งมะม่วงระยะนี้แบ่งทำ 2 ครั้ง คือ

การตัดแต่งครั้งแรก ควรตัดแต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วทุกปี ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน เป็นช่วงที่ฝนเริ่มตกแต่มะม่วงยังไม่แตกยอดอ่อนเลือกกิ่งเริ่มจากโคนกิ่งใดกิ่งหนึ่งจนถึงปลายกิ่ง กิ่งที่ควรตัดทิ้งนั้น คือ กิ่งกระโดง หรือกิ่งน้ำค้าง กิ่งแห้ง กิ่งที่มีกาฝาก กิ่งที่ทับซับซ้อนกันหลายๆ กิ่ง กิ่งที่ทำมุมแคบเกินไป และกิ่งที่ไม่สามารถยื่นออกไปรับแสงแดดได้เป็นต้องตัดออกเพื่อให้ได้ทรงพุ่มโปร่งและรูปทรงที่เราต้องการ และหลังจากตัดกิ่งแล้วควรใช้สารเคมีฉีดเพื่อจำกัดโรคและแมลง

การตัดแต่งกิ่งครั้งที่ 2 เริ่มตัดเมื่อฝนหมดแล้วเพื่อเป็นการให้มะม่วงออกดอก โดยการตัดกิ่งที่เกิดจากการตัดในครั้งแรก เพื่อลดจำนวนกิ่งให้น้อยลงจะได้ไม่แย่งอาหารและน้ำจากลำต้น จะทำให้กิ่งที่เหลือนั้นสมบูรณ์เต็มที่ พร้อมที่จะออกดอกที่ติดผลต่อไป

สูตรการตัดแต่งกิ่งมะม่วง ที่มา : กองบรรณาธิการกลุ่มบัณฑิตเกษตรก้าวหน้า , 2531

วิธีการตัดแต่งกิ่งในระยะชิด

1. จะเป็นการสร้างโครงสร้างให้กับต้นมะม่วงที่ปลูก ซึ่งมีความสำคัญมาก โดยเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงยอดหรือลำต้นที่เกิดจากการติดตา ต่อกิ่ง จนมีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร หรือประมาณ 2 ฟุตขึ้นไป (ถ้ามะม่วงเป็นกิ่งทาบ ปกติจะมีความสูงพร้อมที่จะตัดแต่งได้เลย)

2. ใช้เล็บสะกิดยอดออก หรือใช้ปลายมีดปาดเป็นรูปสามเหลี่ยมตัดตายอดออกเพื่อให้ตาข้างที่อยู่ ใกล้ในระดับเดียวกันแตกออกเป็นกิ่งข้าง ปล่อยให้ตาข้างแตกเป็นอิสระ เมื่อกิ่งแตกออกมามีความยาว 3-4 นิ้ว เลือกกิ่งที่แข็งแรง มีขนาดใกล้เคียงกันไว้ 2-3 กิ่ง และควรมีทิศทางที่เป็นมุมพอดีได้ระยะกัน ไม่แคบหรือกว้างเกินไป (กิ่งที่ทำมุมแคบเกินไปคือกิ่งที่ทำมุมกับลำต้นน้อยกว่า 45 องศา แต่ต้องไม่กว้างเกิน 60 องศา)

3. เป็นยอดที่เลี้ยงไว้ 2-3 กิ่ง เป็นใบแก่ให้ทำลายยอดของกิ่งใหม่ อีกครั้งเพื่อให้แตกกิ่งแขนงพร้อมกัน และเลือกไว้ยอดละ 2 กิ่ง เลือกกิ่งที่สมบูรณ์สม่ำเสมอกัน พร้อมทั้งอยู่ตำแหน่งตรงข้าม มีง่ามกิ่งกว้าง มุมที่ง่ามกิ่งประมาณ 60 องศา ถึงขั้นนี้ยอดทั้งหมดจะได้ 6-9 ยอด

4. เมื่อยอดชั้นที่ 2 เลี้ยงไว้ 6 หรือ 9 กิ่ง ใบแก่อีกครั้งก็จะทำลายยอดเช่นกัน ขั้นตอนที่ 2 และ 3 และเลี้ยงไว้ยอดละ 3 กิ่ง มุมที่ง่ามกิ่งประมาณ 45 องศา ก็จะได้ยอกดรั้งสุดท้าย เท่ากับ 18 หรือ 21 กิ่ง

ถ้าเขียนเป็นสูตรตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงขั้นสุดท้าย คือ

1-2-6-18 หรือ 1-3-9-21 หรืออาจจะตัดแต่งสูตร 1-3-6-18 ก็ได้

สูตร 1-2-6-18
สูตร 1-3-9-21
สูตร 1-3-6-1

การตัดแต่งกิ่งมะม่วงที่ให้ผลในระยะชิด

การปลูกมะม่วงในระบบระยะชิดเมื่อปลูกไปได้ 3 ปี ถึงปีที่ 4 เป็นช่วงที่จะเริ่มให้ต้นมะม่วงออกดอกและผลอย่างเต็มที่ และเมื่อเก็บผลผลิตเก็บเกี่ยวไปแล้วจะต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่มของต้นมะม่วงให้มีขนาดที่เท่าเดิม มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาทรงพุ่มใหญ่เกินไปมีผลต่อการออกดอกติดผลในครั้งต่อไป และไม่สะดวกในการปฏิบัติงานภายในสวน

การตัดแต่งกิ่งมะม่วงในระบบชิดที่ให้ผลแล้ว ที่มา : สนั่น ขำเลิศ, 2527

ตัดแต่งกิ่งมะม่วงในระบบชิดที่ให้ผลแล้วควรทำดังนี้ คือ

มะม่วงที่ปลูกในระยะชิด เมื่ออายุประมาณ 3-6 ปี ทรงพุ่มก็เริ่มจะชนกัน การตัดแต่งกิ่งจะต้องตัดให้เหลือสั้น โดนตัดจากปลายกิ่งลึกเข้ามา 3 ช่วงใน ทุกกิ่ง ทุกต้น ซึ่งตัดแล้วทรงพุ่มของต้นมะม่วงจะเหลือประมาณ 2 ช่วงใบ (ช่วงการเจริญ) และการตัดในครั้งต่อๆ ไป ก็จะทำในลักษณะเดียวกันนี้ แต่จะเหลือโคนกิ่งของช่วงใบที่ 3 ติดอยู่ที่ปลายกิ่ง ช่วงใบที่ 2 กิ่ง ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร โดยเลือกเอากิ่งที่แตกเข้าพุ่มไว้ เพื่อป้องกันมิให้ทรงพุ่มขนาดเกิน 1 เมตร จะทำให้มีพื้นที่ว่างระหว่างต้นได้กว้างขึ้น สะดวกต่อการปฏิบัติงานต่างๆ ภายในสวน

การแตกของกิ่งจะอาศัยตาที่โคนกิ่ง เมื่อกิ่งที่แตกออกมาโตพอสมควร ควรจะปลิดกิ่งที่ไม่ต้องการออก เหลือไว้แต่กิ่งที่เจริญเหมาะสม

การตัดแต่งกิ่งในลักษณะนี้ ควรจะต้องมีการวางแผนและเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ซึ่งจะทำให้ยอดที่แตกออกมาแก่และสมบูรณ์พอที่จะออกดอกได้ในปีนั้นเลย ถ้าไม่มีการเตรียมการไว้ก่อนตัดแต่งช้าเกินไป จะส่งผลต่อผลผลิตที่จะได้ในปีนั้นอาจจะลดลงไปได้มาก และควรจะตัดแต่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งยอดก็จะแก่ในเดือนพฤศจิกายน ใช้เวลาประมาณ 5 เดือน นับตั้งแต่ตัดแต่งกิ่งที่มีอายุขนาดนี้จะสามารถออกดอกติดผลได้ดี

ให้ผลผลิตดีสม่ำเสมอ เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...