รู้หรือไม่ ฝนหลวง ฝนเทียม คืออะไร | หลักการทำแบบเข้าใจง่าย
ช่วงนี้เราได้ยินคำว่า ฝนหลวง หรือฝนเทียมบ่อยๆ จากการติดตามข่าวของฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ฝนหลวง ฝนเทียม คืออะไร วันนี้ Campus-star หลักการทำแบบเข้าใจง่าย มาฝากเพื่อนๆ กันจ้า
ฝนหลวง ฝนเทียม คืออะไร
เป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ใช้เครื่องบินบรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของเมฆและสภาพทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนคือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็นและมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม (อ่านต่อ : พระบิดาแห่งฝนหลวง ในหลวงรัชกาลที่ 9 – วันพระบิดาแห่งฝนหลวง 14 พฤศจิกายน )
หลักการทำฝนเทียม
1. ก่อกวน
- ก่อนการทำฝนเทียม ในอากาศต้องมีความชื้นสัมพัทธ์ไม่น้อยกว่า 60 %
- โปรยโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกงที่ระดับความสูง 7,000 ฟุต เพื่อให้เป็นแกนกลั่นตัว
- ความชื้นหรือไอน้ำจะเข้าไปเกาะรอบแกนเกลือ และก่อเป็นเมฆ
2. เลี้ยงให้อ้วน
เพิ่มไอน้ำให้กลุ่มเมฆฝนมีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น โดยใช้แคลเซียมคลอไรด์ เพื่อเพิ่มความร้อน และเร่งการกลั่นตัวของไอน้ำ จนกลายเป็นเมฆก้อนใหญ่ เมฆจะก่อยอดได้เป็น 2 แบบ คือ เมฆอุ่น และเมฆเย็น
- เมฆอุ่น : เมฆที่ไม่สามารถก่อยอดสูงเกินระดับอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง หรือประมาณ 18,000 ฟุต
- เมฆเย็น : เมฆที่สามารถก่อยอดขึ้นไปสูงกว่าระดับอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง ถึงระดับ 20,000 ฟุต
3. โจมตี
การโจมตีมี 3 แบบ คือ แบบ Sandwich ( เมฆอุ่น ) ,แบบ เมฆเย็น และแบบ Super sandwich
- แบบ Sandwich ( เมฆอุ่น ) : เร่งให้เกิดฝนโดยการเติมโซเดียมคลอไรด์ที่ยอดเมฆ และใช้เครื่องบินอีกเครื่องเติมยูเรีย และน้ำแข็งแห้ง ที่ฐานเมฆ จากนั้นจึงเติมน้ำแข็งแห้ง ที่ใต้ฐานเมฆ เพื่อช่วยลดความร้อน ทำให้ฝนไม่ระเหย
- แบบ เมฆเย็น : โจมตีเมฆเย็นโดยใช้สารซิลเวอร์ไอโดไดด์ ทำให้ไอน้ำระเหยมาเกาะแกนซิลเวอร์ไอโอไดด์ กลายเป็นผลึกน้ำแข็ง เมื่อผลึกน้ำแข็งร่วงลงมาเจอกับเมฆอุ่น ก็จะกลายเป็นเม็ดฝน
- แบบSuper sandwich : เป็นการโจมตี แบบ Sandwich ( เมฆอุ่น ) และแบบ เมฆเย็น ควบคู่กันไปซึ่งจะช่วยให้มีปริมาณน้ำฝนมากขึ้น และฝนตกนานขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : เปิดตำรา…ฝนหลวง และขั้นตอนปฏิบัติการทำฝนหลวง