โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าของห้องเช่าตะลึง! เปิดห้องเช่าสาวสธ.พบขยะเต็มห้อง ชาวเน็ตถาม “นอนตรงไหน”

TODAY

อัพเดต 26 พ.ย. 2562 เวลา 01.09 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 01.09 น. • Workpoint News

เปิดภาพห้องสาวสาธารณสุข อึ้งพบข้าวของทิ้งไว้รกรุงรังเต็มห้องแทบไม่มีที่เดิน เผยผู้มีพฤติกรรมเช่นนี้อาจเป็นโรคทางจิต คือโรคสะสมของ (Hoarding Disorder)

วันที่ 26 พ.ย.2562  เพจชมรมพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดระยอง เผยภาพห้องเช่าสาวทำงานสาธารณสุขคนหนึ่งไม่ทราบสังกัดในเขตจังหวัดระยอง เช่าห้องอยู่แล้วย้ายออกไป ทิ้งสภาพห้องที่เจ้าของต้องกุมขมับ เผยจริงๆ แล้วอาการแบบนี้มันเป็นโรคทางจิตชนิดนึง เค้าเรียกว่า "โรคสะสมของ" (Hoarding Disorder) คนที่ป่วยโรคนี้จะมีอาการอยากที่จะเก็บของทุกอย่างไว้ ตัดใจทิ้งอะไรไม่ลงแม้กระทั่งขยะ เลยโยนไว้
จนมันพอกกลายเป็นแบบที่เห็น ญาติพี่น้องใครมีอาการลักษณะนี้ พาไปพบจิตแพทย์ได้ เพราะถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปพวกความสกปรกนี้มันจะบ่มเพาะเชื้อโรค ทำให้ป่วยได้ง่ายๆ เลย

 

สำหรับโรคชอบสะสมของ ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โรคชอบเก็บสะสมสิ่งของหรือที่เรียกว่า Hoarding Disorder เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะรู้สึกอยากเก็บของทุกอย่างเอาไว้ ไม่สามารถตัดใจทิ้งสิ่งไหนลงได้เลย โดยแรงจูงใจที่ทำให้อยากเก็บของนั้นไว้คือคิดว่าของเหล่านั้นยังมีประโยชน์ที่สามารถเก็บไว้ใช้งานในอนาคตได้

ผู้ป่วยโรคนี้จะมีปัญหาในเรื่องของการแยกกลุ่งสิ่งของออกจากกัน บางสิ่งเก็บมาปนกันไม่มีหมวดหมู่ จนรกบ้านหรือกินพื้นที่ใช้สอยในบ้านไปหมด ไม่มีที่นั่ง ที่เดิน ที่นอน หรือไม่มีเหลือพื้นที่ไว้ใช้สอยอื่นๆ เลยเพราะมีของอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด จนกระทั่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตนเองและคนในครอบครัว บางครั้งส่งกลิ่นเหม็นที่ทำให้เกิดปัญหาไปยังบ้านข้างๆ อีกด้วย

สาเหตุของโรคปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก แต่พบปัจจัยที่ทำให้เกิดบางประการ ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม เนื่องจากร้อยละ 50 ของคนที่เป็นโรคพบว่าคนในครอบครัวก็เป็นโรคนี้ด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยคือความบกพร่องทางสมองบางส่วน โดยตอนนี้ยังอยู่ในขั้นของการทำวิจัย สำหรับสิ่งของที่ผู้ป่วยเลือกเก็บ ก็จะเป็นสิ่งของทั่วไปไม่ได้มีค่าหรือมีราคาอะไร เช่น หนังสือ นิตยสาร เสื้อผ้า ขวดพลาสติก ขวดน้ำ ถุงพลาสติก เป็นต้น

โดยทั่วไปผู้ที่เป็นโรคนี้จะเริ่มมีอาการมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นแต่อาการจะแสดงชัดเจนเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะในช่วงวัย 30 ปี ข้าวของเครื่องใช้จะเยอะขึ้น และเริ่มแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยไม่ยอมทิ้งอะไรเลย โดยจะเก็บเอาไว้จนรกบ้าน ตรงข้ามกับคนทั่วไปที่ส่วนใหญ่ในวัยนี้จะเริ่มแยกแยะของเพื่อทิ้งและเพื่อเก็บ แต่ผู้ที่ป่วยจะตัดใจทิ้งสิ่งของได้ยาก เพราะคิดว่าของเหล่านั้นยังมีประโยชน์ต่อตนเองอยู่

ผลกระทบของโรคนี้คือ ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เพราะการเก็บหมักหมมสิ่งของเอาไว้ อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคได้ ต่อมาก็ยังส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้ง่ายอีกด้วย อาจเกิดร่วมกับอาการทางจิตอื่นๆ ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคย้ำคิดย้ำทำ โรควิตกกังวล หรือโรคกลัวการเข้าสังคม เป็นต้น

สามารถรักษาได้ด้วยยาที่จะช่วยปรับสารเคมีในสมองเกี่ยวกับวิธีคิด และสามารถรักษาได้ด้วยการบำบัด พฤติกรรมและความคิด เนื่องจากผู้ป่วยจะมีปัญหาในเรื่องของการแยกประเภท ก็ต้องปรับความคิดใหม่เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ป่วย อาจเป็นการให้เหตุผลและอื่นๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยยอมตัดใจทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น เริ่มจากให้ผู้ป่วยลำดับความสำคัญของสิ่งของเพื่อแยกประเภทออกจากกัน อันไหนทิ้งอันไหนควรเก็บต่อไป ที่สำคัญคนรอบข้างต้องใช้ความเข้าใจอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยมีความผิดปกติทางความคิด การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นแล้วเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับคนทั่วไป แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผู้ป่วยที่คนรอบข้างควรทำความเข้าใจและคอยให้กำลังใจหรืออธิบายด้วยเหตุผล

อ้างอิงข้อมูลจาก รายการพบหมอรามา ช่วง Big Story “โรคชอบสะสมสิ่งของ” 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...