โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝูงปลาตัวน้อยลืมตาดูโลกในศูนย์วิจัย สร้างความหวังอนุรักษ์ ‘ปลาที่หายากที่สุดในโลก’

Xinhua

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 10.18 น.

ซิดนีย์, 4 ธ.ค. (ซินหัว) -- "ปลาเรดแฮนด์ฟิช" ฟักใหม่ฝูงหนึ่งได้สร้างความหวังแก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียในการอนุรักษ์สิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็น "ปลาที่หายากที่สุดในโลก" เนื่องจากเหลือปลาโตเต็มวัยชนิดนี้ที่อาศัยอยู่บริเวณเกาะแทสมาเนีย รัฐทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ไม่ถึง 100 ตัว

เมื่อวันพุธ (4 ธ.ค.) นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่ามีลูกปลาเรดแฮนด์ฟิชเกิดใหม่จำนวน 50 ตัว ณ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันสมุทรและแอนตาร์กติกศึกษาแห่งแทสมาเนีย (IMAS)

ขณะนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าปลาเรดแฮนด์ฟิชเป็นสายพันธุ์ที่หายากที่สุดหรือไม่ เนื่องจากประชากรปลาที่ผันผวนเพียงเล็กน้อยล้วนส่งผลต่อสถานะดังกล่าว แต่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกมันเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ปลาที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

เจมินา สจวร์ต-สมิท (Jmina Stuart-Smith) นักวิจัยของสถาบันฯ อธิบายว่าการเลี้ยงสัตว์น้ำตัวน้อยเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมแบบปิดของพิพิธภัณฑ์ซึ่งปกป้องพวกมันจากสัตว์นักล่า จะช่วยให้ปลาชนิดนี้มีโอกาสรอดสูงสุด ก่อนจะถูกปล่อยสู่ธรรมชาติเพื่อเพิ่มจำนวนประชากร

"ปลาเรดแฮนด์ฟิชวัยกำลังโตจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาสายพันธุ์ให้อยู่ต่อไปในธรรมชาติได้" สจวร์ต-สมิทกล่าว

"เราวางแผนว่าจะปล่อยพวกมันกลับสู่ถิ่นอาศัยที่เหลือเมื่อพวกมันอายุได้ 1 ปี เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนปลาชนิดนี้สู่ 1 ใน 2 แหล่งที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ต่างๆ อาทิ การสูญเสียถิ่นอาศัย"

นักวิจัยเก็บพวงไข่ปลาชนิดนี้จากธรรมชาติได้ 2 พวง ซึ่งมีเพียงไข่พวงที่ 2 เท่านั้นที่ฟักในที่ปิดได้สำเร็จ

"ปลาเรดแฮนด์ฟิชที่เพาะอยู่ที่สถาบันฯ มีความยาวแค่ 3.4 มิลลิเมตรตอนที่ฟักจากไข่ และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอและศึกษาข้อมูลของพวกมันจากพื้นที่ธรรมชาติ โดยพวกมันมักจะหลบอยู่ใต้สาหร่ายทะเลตามแนวปะการังตื้นๆ" ไทสัน เบสเซล (Tyson Bessell) นักศึกษาระดับปริญญาเอกของสถาบันฯ กล่าว

ความรู้ทางชีววิทยาของปลารูปร่างประหลาดนี้มีอยู่ไม่มากนัก โดยมันได้ชื่อมาจากครีบทั้ง 4 ที่ใช้ "เดิน" ไปตามก้นมหาสมุทร

การสูญเสียถิ่นอาศัยและสภาพทางทะเลที่เปลี่ยนไป ทำให้ปลาชนิดนี้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...