โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อียิปต์สมัยโบราณหา "นกศักดิ์สิทธิ์" นับล้านตัวมาจากไหน เอาไว้ใช้ทำมัมมี่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ก.พ. 2566 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 17.35 น.
ภาพช่างน้ำหนักหัวใจจากเอกสาร คัมภีร์แห่งความตาย ในวงกลมแดงคือเทพธอธ (Thoth) กำลังจดบันทึก ภาพจาก Wikimedia Commons

อียิปต์ยุคโบราณเป็นช่วงเวลาที่ทำให้นักประวัติศาสตร์และอีกหลายอาชีพยังคงต้องค้นหาข้อมูลมาคลี่คลายปริศนาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างพีระมิด หรือแหล่งฝังพระศพบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ปริศนาเล็กๆ อย่างเรื่องแหล่งที่มาของ นก Ibis (ภาษาไทยเรียกว่า “นกช้อนหอย”) ซึ่งถูกนำมาทำเป็นมัมมี่จำนวนมากเฉียดล้านตัว

หากพิจารณาตามหลักฐานที่ค้นพบ การทำมัมมี่สัตว์เป็นสิ่งที่พบเห็นทั่วไปในอียิปต์โบราณ เนื่องจากการขุดค้นสุสานใต้ดินก็มักพบมัมมี่สัตว์เป็นจำนวนมาก สัตว์ที่ถูกทำมัมมี่มีตั้งแต่เต่าทองตัวเล็กๆ ไปจนถึงลิงบาบูนขนาดใหญ่ในโลงหินแบบอียิปต์ที่เรียกว่า “Sarcophagus” เดิมทีแล้ว จะเป็นกลุ่มนักบวชเป็นผู้เตรียมการสำหรับทำมัมมี่ จากนั้นก็นำมาตกแต่ง และนำออกมาจำหน่ายแก่สาธารณชนด้วยราคาที่แตกต่างกัน ส่วนผู้คนที่ซื้อมัมมี่ไปนั้น ก็เพื่อแสดงความเคารพศรัทธาต่อเทพเจ้า หรือเพื่อนำมาส่งเสริมการสวดภาวนาเทพ

สำหรับการทำมัมมี่นกศักดิ์สิทธิ์นั้น เชื่อว่ามีที่มาจากความเชื่อของอียิปต์ยุคโบราณ เทพธอธ (Thoth) เทพแห่งเวทมนตร์ การเขียน ความรอบรู้ (และอีกหลายข้อ) มีศีรษะเป็นนกไอบิส ชาวอียิปต์โบราณจึงมักทำมัมมี่นกไอบิสศักดิ์สิทธิ์สายแอฟริกันเพื่อเป็นของสังเวยแด่เทพธอธ คำถามต่อมาคือ ชาวอียิปต์ไปหานกไอบิสศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากมาจากไหน จำนวนมากที่ว่านี้ หากอ้างอิงตามรายงานข่าวจากนิวยอร์ก ไทม์ส แหล่งข่าวนี้บ่งชี้ว่ามีมัมมี่นกชนิดนี้มากถึงหลักล้านตัวเลยทีเดียว

สมมติฐานที่ผ่านมามีหลากหลาย ทั้งเรื่องนักบวชของอียิปต์โบราณเป็นผู้เพาะเลี้ยงนกในฟาร์ม แต่ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะสรุปโดยยืนยันสมมติฐานใดๆ ล่าสุด วารสาร PLOS One เผยแพร่ผลการวิจัยและวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่อาจเป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่ช่วยไขข้อสงสัยนี้

แซลลี่ วาเซฟ (Sally Wasef) นักพันธุกรรมดึกดำบรรพ์จากศูนย์วิจัยออสเตรเลียนเพื่อวิวัฒนาการของมนุษย์ (Australian Research Center for Human Evolution) จากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ (Griffith University) หัวหน้าทีมวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้คนที่ซื้อมัมมี่ไปนั้นเปรียบได้เหมือนกับการไปโบสถ์และนำเทียนไปถวาย การนำมัมมี่นกไอบิสศักดิ์สิทธิ์ไปถวายเทพธอธก็น่าจะเป็นไปตามความเชื่อว่า จะช่วยให้ผู้ภาวนาโดยศรัทธาพัฒนาทักษะการเขียนหรือช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน

รายงานข่าวจากนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) บ่งชี้ข้อมูลว่า การสำรวจตลอดระยะที่ผ่านมาพบมัมมี่ลักษณะนี้ในสุดสานรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านตัว เชื่อว่าเป็นมัมมี่ในช่วงระหว่าง 664 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงค.ศ. 250 นั่นย่อมฉายภาพได้ว่า มัมมี่นกไอบิสศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นธุรกิจอันเป็นล่ำเป็นสันของนักบวชก็ว่าได้ นั่นจึงนำมาสู่ประเด็นคำถามในที่นี้ว่า พวกนักบวชหานกจำนวนมากขนาดนี้ได้จากไหน

มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายแหล่งที่มาของมัมมี่นกไอบิสศักดิ์สิทธิ์ อาทิ นักบวชให้อาหารและจับนกที่อยู่ตามธรรมชาติมาเอง แต่การพิสูจน์สมมติฐานก็เป็นไปได้ยากกว่าเดิมเมื่อนกไอบิสแอฟริกันศักดิ์สิทธิ์สูญพันธุ์ในอียิปต์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แต่ปัจจุบันพวกมันยังมีหลงเหลืออีกจำนวนมากในภูมิภาคอื่นของทวีปแอฟริกา

หรืออีกทฤษฎีหนึ่งก็มองว่า มีฟาร์มนกไอบิสขนานใหญ่เกิดขึ้น นักบวชเป็นผู้เพาะเลี้ยงนกในท้องถิ่นแบบเดียวกับฟาร์มไก่และสัตว์ปีกที่ใช้สำหรับนำมาทำเป็นอาหารในปัจจุบัน สมมติฐานนี้มีหลักฐานอ้างอิงด้วย เอกสารโบราณก็กล่าวถึงฟาร์มลักษณะนี้ เนื้อหาเอ่ยถึงนักบวชให้อาหารนกด้วยพืชและขนมปัง อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีใครพบหลักฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงนกไอบิสในอียิปต์

ขณะที่งานวิจัยครั้งล่าสุดต้องการหาข้อมูลเพื่อช่วยคลี่คลายปมปริศนานี้ นักวิจัยในโครงการนำตัวอย่างจากมัมมี่นกหลายชนิดมาศึกษา (การทำมัมมี่ช่วยเก็บรักษาหลักฐานที่บ่งชี้ทางพันธุกรรมได้ดี) นักวิจัยสามารถลำดับพันธุกรรมจากไมโทคอนเดรีย (mitochondrial) แบบสมบูรณ์ของนก 14 ชนิด ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า พันธุกรรมของนกหลายตัวที่แตกต่างกันจะช่วยบอกแหล่งที่มาของมันได้ หากนกไอบิสเป็นนกที่เติบโตในท้องถิ่นอียิปต์เอง จีโนมของกลุ่มตัวอย่างน่าจะออกมาคล้ายคลึงกันเหมือนกับลักษณะไก่ที่มาจากฟาร์มเดียวกัน

แต่ผลการศึกษาออกมาว่า ดีเอ็นเอของมัมมี่นกเหล่านั้นมีความแตกต่างกัน ความแตกต่างที่ว่าเทียบเท่ากับความแตกต่างของนกไอบิสศักดิ์สิทธิ์สายแอฟริกันปัจจุบัน ดร.วาเซฟ ระบุว่า ความแตกต่างภายในกลุ่มตัวอย่างเปรียบได้กับภาพสะท้อนประชากรนกที่อยู่ตามธรรมชาติทั่วไปซึ่งมีการผสมพันธุ์และเคลื่อนย้ายถิ่นอย่างอิสระ ซึ่งผลการศึกษานี้ค่อนข้างทำให้น้ำหนักสมมติฐานเรื่องนกตามธรรมชาติมีมากกว่าสมมติฐานเรื่องการเพาะเลี้ยงของนักบวช

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญรายอื่นต่างเห็นตรงกันว่า ผลการศึกษานี้ยังไม่สามารถด่วนสรุปสมมติฐานเกี่ยวกับแหล่งที่มาของนกมัมมี่ได้ และยังต้องมีการทดสอบอีกหลายอย่างที่ควรศึกษาเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสมมติฐานเรื่องฟาร์มเลี้ยงนกของนักบวชออกไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 ธันวาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...