โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ป่วยจิต ลูกผูกคอดับ แต่คิดว่าหลับ ตัดเชือกที่คอ อุ้มร่างไร้วิญญาณนอนบนเตียง

Khaosod

อัพเดต 20 ก.ค. 2562 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2562 เวลา 08.06 น.

สาวประเภทสอง เครียดโรคประจำตัว ตัดสินใจจบชีวิตคาห้องนอน สุดสลด! แม่นำศพลงมานอนบนที่นอนคิดว่าลูกนอนหลับ ก่อนน้องชายกลับมา จึงรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว

วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ต.ถาวร จันทรพงษ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เทเวศน์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ

ที่เกิดเหตุพบว่าศพถูกนำลงมาตั้งไว้ภายในห้องโถงของบ้านดังกล่าวแล้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายดุ๊ก (นามสมมติ) สาวประเภทสอง อายุ 34 ปี ซึ่งผูกคอแขวนกับขื่อภายในห้องนอน โดยแม่ได้ใช้มีดตัดผ้าที่ผู้ตายใช้ผูกคอแล้วนำร่างของนายดุ๊กลงมาก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง จากการตรวจสอบสภาพที่ลำคอมีรอยช้ำ อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู นุ่งกางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จากการสอบสวนทราบว่า นายดุ๊กเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และเคยผ่านเวทีประกวดสาวประเภท 2 ได้รับรางวัลมาแล้ว แต่ระยะหลังมักจะมีอาการเครียดจนต้องกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดเหตุกับแม่ที่มีอาการป่วยทางสภาพจิตเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายดุ๊กกำลังอยู่ภายในห้องนอนคนเดียว ก็ได้ใช้ผ้าสีขาวมาผูกคอตัวเองแขวนกับขื่อจนเสียชีวิต

สอบสวนทราบต่อว่า ต่อมาแม่ได้เข้าไปเจอจึงได้เอามีดพร้ามาตัดผ้าที่ใช้ผูกคอออก ก่อนจะนำร่างไปนอนบนที่นอน เพราะคิดว่าลูกตัวเองนอนหลับ กระทั่งน้องชายของผู้ตายได้มาที่บ้าน และเห็นนายดุ๊กนอนหลับไม่ตื่น จึงตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ส่วนสาเหตุมาจากเครียดด้วยโรคประจำตัว จึงตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตในที่สุด และหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...