โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การยาสูบฯ หนีตลาดบุหรี่หดตัว ปั้น ‘กัญชา-กัญชง’ เป็นสินค้าใหม่

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2562 เวลา 12.16 น. • The Bangkok Insight

ยาสูบหนีตลาดบุหรี่หดตัว ปั้น ‘กัญชา-กัญชง’ ทางการแพทย์เป็นสินค้าตัวใหม่ ลั่นพร้อมสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ

น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า นโยบายปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 40% ของรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบ และยสท. เป็นอย่างมาก ดังนั้น ยสท. จึงต้องปรับตัวและหาทางเพิ่มรายได้จากธุรกิจอื่น

กฎหมายใหม่ที่จะเปลี่ยนโรงงานยาสูบให้เป็นนิติบุคคล ภายใต้ชื่อ ยสท. จะส่งผลให้ ยสท. สามารถดำเนินธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ซึ่งเบื้องต้นก็วางแผนการดำเนินงานไว้ทั้งหมด 5 แนวทาง ได้แก่

  • สนับสนุนการปลูกกัญชาและกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์ โดยจะนำร่องใช้กัญชากับโรงพยาบาลของ ยสท. ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
  • ดำเนินการขายยาเส้นและใบยา ซึ่งตอนนี้มีสต็อกเพียงพอใช้ได้ถึงปี 2566
  • เปิดตลาดบุหรี่ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
  • วางแผนการขายยาเส้น
  • ร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศในกระบวนการผลิตยาสูบ

ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวดังกล่าวจะทำให้ ยสท. กลับมาทำกำไรได้ 2-3 พันล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า

น.ส.ดาวน้อย ยังกล่าวถึงการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ในอัตรา 40% ว่า เรื่องนี้จะส่งผลให้บุหรี่ของ ยสท. มีราคาสูงขึ้น 33 บาทต่อซอง เป็นไม่ต่ำกว่า 93 บาทต่อซอง ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคหันไปสูบบุหรี่เถื่อน และยาเส้นมากขึ้น

ยสท. จึงจะเสนอให้รัฐบาลขยายเวลาบังคับใช้ภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ออกไปก่อน เนื่องจากถ้าไม่ขยายเวลา ก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบเป็นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...